นักวิทยาศาสตร์จากสถาบัน Karolinska Institutet ประเทศสวีเดน ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีแปลงกลิ่นให้เป็นข้อมูลดิจิทัล และส่งผ่านอินเทอร์เน็ตไปสร้างกลิ่นขึ้นใหม่ในอีกสถานที่หนึ่งได้แล้ว นับเป็นความก้าวหน้าที่อาจเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารในอนาคต จากเดิมที่ส่งได้เพียงข้อความ ภาพ และเสียง สู่การส่งผ่านประสบการณ์ด้านกลิ่น
งานวิจัยนี้นำโดยศาสตราจารย์ Johan Lundström ผู้เชี่ยวชาญด้านการรับรู้กลิ่น โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ D2Smell ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสภาวิจัยยุโรป (European Research Council: ERC) จำนวนประมาณ 11.8 ล้านยูโร และเป็นความร่วมมือของนักวิจัยจากสวีเดน อิสราเอล และเยอรมนี
หลักการทำงานเริ่มจากการตรวจวัดองค์ประกอบทางเคมีของกลิ่น โดยเฉพาะสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds: VOCs) จากนั้นนำข้อมูลมาประมวลผลและแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล ก่อนส่งผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไปยังอุปกรณ์ปลายทาง ซึ่งจะใช้สารตั้งต้นของกลิ่นผสมกันเพื่อสร้างกลิ่นขึ้นใหม่ คล้ายกับการผสมแม่สีเพื่อสร้างสีต่าง ๆ บนหน้าจอ
เทคโนโลยีนี้ไม่ได้ส่งโมเลกุลของน้ำหอมผ่านอีเมลโดยตรง แต่เป็นการส่งรหัสข้อมูลที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์สร้างกลิ่น ซึ่งผู้รับจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เฉพาะทางสำหรับปล่อยกลิ่นออกมา
ความก้าวหน้าดังกล่าวได้รับการรายงานโดย Sveriges Radio เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 โดยระบุว่าทีมวิจัยสามารถแปลงและส่งกลิ่นในรูปแบบดิจิทัลได้แล้ว 3 กลิ่น แม้นักวิจัยยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของกลิ่นทั้งหมด แต่ศาสตราจารย์ Johan Lundström เคยยืนยันกับ Karolinska Institutet เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ว่าทีมสามารถส่งกลิ่นกุหลาบไปยังอีกสถานที่หนึ่งได้สำเร็จ ขณะที่การทดลองกับกลิ่นอีกสองชนิดในขณะนั้นยังไม่ประสบความสำเร็จ
นอกจากการตรวจวัดสารเคมีแล้ว โครงการ D2Smell ยังนำองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning มาใช้ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบทางเคมีกับการรับรู้กลิ่นของมนุษย์ เพื่อพัฒนาแบบจำลองที่สามารถสร้างกลิ่นจากชุดกลิ่นพื้นฐานจำนวนจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หากเทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาจนใช้งานได้อย่างแพร่หลาย อาจนำไปประยุกต์ใช้ในหลายอุตสาหกรรม ทั้งธุรกิจน้ำหอมและเครื่องสำอาง การทดลองกลิ่นสินค้าผ่านร้านค้าออนไลน์ ภาพยนตร์และเกมที่ต้องการเพิ่มประสบการณ์สมจริง ตลอดจนงานวิจัยทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับระบบรับกลิ่นของมนุษย์
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยียังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา ผู้รับยังจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์สร้างกลิ่นโดยเฉพาะ และยังมีความท้าทายในการสร้างกลิ่นที่ซับซ้อนให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับ รวมถึงการทำให้อุปกรณ์มีขนาดเล็กและเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม
ความสำเร็จครั้งนี้จึงไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถส่งขวดน้ำหอมผ่านอีเมลได้จริง แต่เป็นก้าวสำคัญของการทำให้ประสาทสัมผัสด้านกลิ่นกลายเป็นข้อมูลดิจิทัล ซึ่งอาจทำให้การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตในอนาคตมีมิติใหม่ที่มากกว่าการมองเห็นและการได้ยิน
แหล่งที่มาข้อมูล
1. Sveriges Radio (4 กันยายน 2026) — Genombrottet: Nu kan forskare skicka dofter digitalt
2. Karolinska Institutet (19 กุมภาพันธ์ 2026) — Johan Lundström sniffs out new knowledge
3. D2Smell Research Consortium — Digitising Smell: From Natural Statistics of Olfactory Perceptual Space to Digital Transmission of Odors
4. European Commission, CORDIS — D2Smell, Project 101118977
5. Karolinska Institutet (26 ตุลาคม 2023, ปรับปรุง 28 ตุลาคม 2024) — Johan Lundström receives ERC Synergy Grant to develop digital scent transmission
#ประวัติศาสตร์ #เทคโนโลยี #วิทยาศาสตร์ #ต่างประเทศ #Learning #ความรู้ #News #ข่าว
https://www.facebook.com/share/p/1EsHMKroMW/
📨 ใหม่ ส่งกลิ่นผ่านเมลได้แล้ว
งานวิจัยนี้นำโดยศาสตราจารย์ Johan Lundström ผู้เชี่ยวชาญด้านการรับรู้กลิ่น โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ D2Smell ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสภาวิจัยยุโรป (European Research Council: ERC) จำนวนประมาณ 11.8 ล้านยูโร และเป็นความร่วมมือของนักวิจัยจากสวีเดน อิสราเอล และเยอรมนี
หลักการทำงานเริ่มจากการตรวจวัดองค์ประกอบทางเคมีของกลิ่น โดยเฉพาะสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds: VOCs) จากนั้นนำข้อมูลมาประมวลผลและแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล ก่อนส่งผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไปยังอุปกรณ์ปลายทาง ซึ่งจะใช้สารตั้งต้นของกลิ่นผสมกันเพื่อสร้างกลิ่นขึ้นใหม่ คล้ายกับการผสมแม่สีเพื่อสร้างสีต่าง ๆ บนหน้าจอ
เทคโนโลยีนี้ไม่ได้ส่งโมเลกุลของน้ำหอมผ่านอีเมลโดยตรง แต่เป็นการส่งรหัสข้อมูลที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์สร้างกลิ่น ซึ่งผู้รับจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เฉพาะทางสำหรับปล่อยกลิ่นออกมา
ความก้าวหน้าดังกล่าวได้รับการรายงานโดย Sveriges Radio เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 โดยระบุว่าทีมวิจัยสามารถแปลงและส่งกลิ่นในรูปแบบดิจิทัลได้แล้ว 3 กลิ่น แม้นักวิจัยยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของกลิ่นทั้งหมด แต่ศาสตราจารย์ Johan Lundström เคยยืนยันกับ Karolinska Institutet เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ว่าทีมสามารถส่งกลิ่นกุหลาบไปยังอีกสถานที่หนึ่งได้สำเร็จ ขณะที่การทดลองกับกลิ่นอีกสองชนิดในขณะนั้นยังไม่ประสบความสำเร็จ
นอกจากการตรวจวัดสารเคมีแล้ว โครงการ D2Smell ยังนำองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning มาใช้ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบทางเคมีกับการรับรู้กลิ่นของมนุษย์ เพื่อพัฒนาแบบจำลองที่สามารถสร้างกลิ่นจากชุดกลิ่นพื้นฐานจำนวนจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หากเทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาจนใช้งานได้อย่างแพร่หลาย อาจนำไปประยุกต์ใช้ในหลายอุตสาหกรรม ทั้งธุรกิจน้ำหอมและเครื่องสำอาง การทดลองกลิ่นสินค้าผ่านร้านค้าออนไลน์ ภาพยนตร์และเกมที่ต้องการเพิ่มประสบการณ์สมจริง ตลอดจนงานวิจัยทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับระบบรับกลิ่นของมนุษย์
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยียังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา ผู้รับยังจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์สร้างกลิ่นโดยเฉพาะ และยังมีความท้าทายในการสร้างกลิ่นที่ซับซ้อนให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับ รวมถึงการทำให้อุปกรณ์มีขนาดเล็กและเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม
ความสำเร็จครั้งนี้จึงไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถส่งขวดน้ำหอมผ่านอีเมลได้จริง แต่เป็นก้าวสำคัญของการทำให้ประสาทสัมผัสด้านกลิ่นกลายเป็นข้อมูลดิจิทัล ซึ่งอาจทำให้การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตในอนาคตมีมิติใหม่ที่มากกว่าการมองเห็นและการได้ยิน
แหล่งที่มาข้อมูล
1. Sveriges Radio (4 กันยายน 2026) — Genombrottet: Nu kan forskare skicka dofter digitalt
2. Karolinska Institutet (19 กุมภาพันธ์ 2026) — Johan Lundström sniffs out new knowledge
3. D2Smell Research Consortium — Digitising Smell: From Natural Statistics of Olfactory Perceptual Space to Digital Transmission of Odors
4. European Commission, CORDIS — D2Smell, Project 101118977
5. Karolinska Institutet (26 ตุลาคม 2023, ปรับปรุง 28 ตุลาคม 2024) — Johan Lundström receives ERC Synergy Grant to develop digital scent transmission
#ประวัติศาสตร์ #เทคโนโลยี #วิทยาศาสตร์ #ต่างประเทศ #Learning #ความรู้ #News #ข่าว
https://www.facebook.com/share/p/1EsHMKroMW/