การบินไทย คลังทะลัก! สินค้าตกค้างจำนวนมาก ปัญหาหลักระบุตำแหน่งสินค้า (Location) แบบ Real-time ไม่ได้ ผู้ประกอบการ โอดกระทบธุรกิจนำเข้า ทอท.-สมาคม TAFA -กรมศุลกากร -สมาคมภาคการขนส่ง เร่งแก้ปัญหาด่วน
กรณีปัญหาความแออัดและการเคลื่อนย้ายสินค้าติดค้างภายใน อาคารคลังสินค้า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ต่อเนื่องตั้งแต่ เกิดน้ำท่วมการบินไทย ซึ่งการบินไทยพยายามที่จะขอปิดคลังสินค้าเพื่อเคลียร์สินค้าตกค้างออกไปก่อน แต่กระทรวงคมนาคมรัฐบาลไม่อนุญาตให้ปิด ทำให้สถานการณ์ก็ยิ่งบานปลาย จนเกิดปริมาณสินค้าตกค้างสะสมจำนวนมากเกินกว่าจะขีอความสามารถในการปฎิบัติการ
ล่าสุด เพจสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย (TAFA) เปิดเผยว่า สมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความแออัดบริเวณหน้าคลังสินค้า เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ครั้งที่ 8/2569 ณ ห้องประชุม 701 อาคาร BFZ ชั้น 7 โดยมี นายอนุสรณ์ พึ่งพร นายกสมาคม TAFA และ นายวิศว์กรณ์ ศรีสกุล ประธานอนุกรรมการฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และเจ้าหน้าที่สมาคมฯ ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (AOT), ฝ่ายบริการคลังสินค้า การบินไทย (TG Cargo), บริษัท บางกอก ไฟลท์ เซอร์วิสเซส จำกัด (BFS Cargo), กรมศุลกากร ตลอดจนสมาคมภาคการขนส่งและสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันเร่งรัดและแก้ไขปัญหาความแออัดของสินค้า ขาเข้าอย่างเป็นรูปธรรมได้เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความแออัดบริเวณหน้าคลังสินค้า เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
จากการประมวลข้อมูลและข้อเท็จจริงในที่ประชุม ปัญหาความแออัดของคลังสินค้า TG ขาเข้า สถานการณ์ความแออัดยังคงอยู่ แม้จะมีการเคลียร์สินค้าออกไปได้บ้าง สาเหตุหลักคือ ไม่มีการระบุ Location ทำให้ไม่สามารถหาสินค้าได้ รวมทั้งยังมีสินค้าที่ยังอยู่บน ULD ที่ยังคงไม่ได้ Breakdown จำนวนมาก อีกทั้งระบบ AOT Cargo Clearhouse ที่ออกแบบโดย AOT & TG ไม่ได้แสดงสถานะ และ locations ของสินค้าตามเจตนารมน์เพื่อช่วยเร่งระบายสินค้าตกค้างออกไป ส่งผลให้ Freight Forwarder และ Shipping ไม่สามารถชำระเงินและตัดปล่อยสินค้า ออกจากคลังสินค้าได้ทั้งหมด สินค้าจึงต้องกองค้างอยู่เป็นจำนวนปริมาณมาก
ผู้ให้บริการคลังสินค้าหลัก (TG Cargo และ BFS Cargo) ได้นำเสนอมาตรการตอบสนองเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาความแออัดดังนี้
TG มีการเพิ่มกำลังคนและอุปกรณ์ (เริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน) ติดตั้งตัวกระจายสัญญาณ Wi-Fi เพิ่มเติม 100 จุดทั่วคลังสินค้า และพัฒนาแอปพลิเคชัน มาใช้สแกนระบุตำแหน่งสินค้า (Location) แบบ Real-time เพื่อแก้ไขปัญหาค้นหาสินค้าไม่พบ อีกทั้งเร่งรัดค้นหา และเคลียร์สินค้าค้างเก่า (ที่เข้ามาก่อนวันที่ 23 ตุลาคม) เป็น First Priority ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการสินค้าใหม่
BFS มีการพัฒนาระบบติดตามคิวรถบรรทุก: เปิดใช้งาน Dashboard ของระบบ FEMS โชว์หน้าคลังสินค้าเพื่อแสดงสถานะคิวรถบรรทุก ในพื้นที่คลังสินค้า พร้อมระบบเตือนอัตโนมัติ หากพบรถจอดรอเกิน 2 ชั่วโมง
ข้อเสนอแนะ และการผลักดันจากสมาคม TAFA
-เรียกร้องให้ TG Cargo ออกหนังสือแถลงการณ์ชี้แจงสถานการณ์ปัญหาและขอโทษอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ Freight Forwarder และ Shipping นำไปใช้สร้างความเข้าใจ และลดแรงกดดันกับลูกค้ารายย่อย และโรงงานอุตสาหกรรม
-เสนอให้แก้ไขการลงสถานะ "F2" ซึ่งเป็นสถานะสินค้าที่ยังไม่ได้ทำการ Break down โดยขอให้ TG เร่งระบุตำแหน่งพื้นที่จัดเก็บจริงหลัง Break down และลงในระบบ AOT Cargo Clearhouse ให้ชัดเจน แทนการปล่อยให้เป็นสถานะลอย เพื่อไม่ให้ Freight Forwarder ผู้นำเข้า-ส่งออก เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการเอารถมารอรับสินค้า ที่ยังไม่พร้อมปล่อย
-ผลักดันการจัดตั้ง Command Center หรือช่องทางสื่อสารกลาง เช่น กลุ่ม LINE สำหรับสินค้าขาเข้า เพื่อให้การบินไทยและตัวแทนขนส่งสินค้าสามารถ ประสานงานและติดตามสถานะสินค้าและแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
-มาตรการ Embargo เฉพาะจุด โดยการ Embargo (ปิดรับสินค้าทั้งหมด) เนื่องจากจะสร้างความเสียหายรุนแรงต่อเศรษฐกิจชาติ จึงเสนอให้ Embargo เฉพาะ "สินค้าขาเข้า" บางประเภทที่ไม่เร่งด่วน ส่วนสินค้าที่เป็นวัตถุดิบโรงงาน สินค้าสด และสินค้า Express ต้องอนุญาตให้เข้ามาได้ตามปกติ
สมาคม TAFA ยืนยันในเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นที่จะปกป้องผลประโยชน์ ของสมาชิก Freight Forwarder และผู้ประกอบการ นำเสนอข้อเท็จจริง หน้างาน ตลอดจนผลักดันมาตรการเร่งด่วนและข้อเสนอ เชิงนโยบาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แก้ไขปัญหาสินค้าค้างคลัง และฟื้นฟูประสิทธิภาพ การให้บริการของคลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้กลับสู่ภาวะปกติโดย เร็วที่สุด
https://mgronline.com/business/detail/9690000106165
ทำไมระบบมันแย่ แบบนี้จะกลับไปล้มละลายอีกไหม
การบินไทย คลังแตก! สินค้าตกค้างจำนวนมาก ผู้ประกอบการ โอดกระทบธุรกิจ
การบินไทย คลังทะลัก! สินค้าตกค้างจำนวนมาก ปัญหาหลักระบุตำแหน่งสินค้า (Location) แบบ Real-time ไม่ได้ ผู้ประกอบการ โอดกระทบธุรกิจนำเข้า ทอท.-สมาคม TAFA -กรมศุลกากร -สมาคมภาคการขนส่ง เร่งแก้ปัญหาด่วน
กรณีปัญหาความแออัดและการเคลื่อนย้ายสินค้าติดค้างภายใน อาคารคลังสินค้า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ต่อเนื่องตั้งแต่ เกิดน้ำท่วมการบินไทย ซึ่งการบินไทยพยายามที่จะขอปิดคลังสินค้าเพื่อเคลียร์สินค้าตกค้างออกไปก่อน แต่กระทรวงคมนาคมรัฐบาลไม่อนุญาตให้ปิด ทำให้สถานการณ์ก็ยิ่งบานปลาย จนเกิดปริมาณสินค้าตกค้างสะสมจำนวนมากเกินกว่าจะขีอความสามารถในการปฎิบัติการ
ล่าสุด เพจสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย (TAFA) เปิดเผยว่า สมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความแออัดบริเวณหน้าคลังสินค้า เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ครั้งที่ 8/2569 ณ ห้องประชุม 701 อาคาร BFZ ชั้น 7 โดยมี นายอนุสรณ์ พึ่งพร นายกสมาคม TAFA และ นายวิศว์กรณ์ ศรีสกุล ประธานอนุกรรมการฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และเจ้าหน้าที่สมาคมฯ ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (AOT), ฝ่ายบริการคลังสินค้า การบินไทย (TG Cargo), บริษัท บางกอก ไฟลท์ เซอร์วิสเซส จำกัด (BFS Cargo), กรมศุลกากร ตลอดจนสมาคมภาคการขนส่งและสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันเร่งรัดและแก้ไขปัญหาความแออัดของสินค้า ขาเข้าอย่างเป็นรูปธรรมได้เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความแออัดบริเวณหน้าคลังสินค้า เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
จากการประมวลข้อมูลและข้อเท็จจริงในที่ประชุม ปัญหาความแออัดของคลังสินค้า TG ขาเข้า สถานการณ์ความแออัดยังคงอยู่ แม้จะมีการเคลียร์สินค้าออกไปได้บ้าง สาเหตุหลักคือ ไม่มีการระบุ Location ทำให้ไม่สามารถหาสินค้าได้ รวมทั้งยังมีสินค้าที่ยังอยู่บน ULD ที่ยังคงไม่ได้ Breakdown จำนวนมาก อีกทั้งระบบ AOT Cargo Clearhouse ที่ออกแบบโดย AOT & TG ไม่ได้แสดงสถานะ และ locations ของสินค้าตามเจตนารมน์เพื่อช่วยเร่งระบายสินค้าตกค้างออกไป ส่งผลให้ Freight Forwarder และ Shipping ไม่สามารถชำระเงินและตัดปล่อยสินค้า ออกจากคลังสินค้าได้ทั้งหมด สินค้าจึงต้องกองค้างอยู่เป็นจำนวนปริมาณมาก
ผู้ให้บริการคลังสินค้าหลัก (TG Cargo และ BFS Cargo) ได้นำเสนอมาตรการตอบสนองเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาความแออัดดังนี้
TG มีการเพิ่มกำลังคนและอุปกรณ์ (เริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน) ติดตั้งตัวกระจายสัญญาณ Wi-Fi เพิ่มเติม 100 จุดทั่วคลังสินค้า และพัฒนาแอปพลิเคชัน มาใช้สแกนระบุตำแหน่งสินค้า (Location) แบบ Real-time เพื่อแก้ไขปัญหาค้นหาสินค้าไม่พบ อีกทั้งเร่งรัดค้นหา และเคลียร์สินค้าค้างเก่า (ที่เข้ามาก่อนวันที่ 23 ตุลาคม) เป็น First Priority ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการสินค้าใหม่
BFS มีการพัฒนาระบบติดตามคิวรถบรรทุก: เปิดใช้งาน Dashboard ของระบบ FEMS โชว์หน้าคลังสินค้าเพื่อแสดงสถานะคิวรถบรรทุก ในพื้นที่คลังสินค้า พร้อมระบบเตือนอัตโนมัติ หากพบรถจอดรอเกิน 2 ชั่วโมง
ข้อเสนอแนะ และการผลักดันจากสมาคม TAFA
-เรียกร้องให้ TG Cargo ออกหนังสือแถลงการณ์ชี้แจงสถานการณ์ปัญหาและขอโทษอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ Freight Forwarder และ Shipping นำไปใช้สร้างความเข้าใจ และลดแรงกดดันกับลูกค้ารายย่อย และโรงงานอุตสาหกรรม
-เสนอให้แก้ไขการลงสถานะ "F2" ซึ่งเป็นสถานะสินค้าที่ยังไม่ได้ทำการ Break down โดยขอให้ TG เร่งระบุตำแหน่งพื้นที่จัดเก็บจริงหลัง Break down และลงในระบบ AOT Cargo Clearhouse ให้ชัดเจน แทนการปล่อยให้เป็นสถานะลอย เพื่อไม่ให้ Freight Forwarder ผู้นำเข้า-ส่งออก เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการเอารถมารอรับสินค้า ที่ยังไม่พร้อมปล่อย
-ผลักดันการจัดตั้ง Command Center หรือช่องทางสื่อสารกลาง เช่น กลุ่ม LINE สำหรับสินค้าขาเข้า เพื่อให้การบินไทยและตัวแทนขนส่งสินค้าสามารถ ประสานงานและติดตามสถานะสินค้าและแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
-มาตรการ Embargo เฉพาะจุด โดยการ Embargo (ปิดรับสินค้าทั้งหมด) เนื่องจากจะสร้างความเสียหายรุนแรงต่อเศรษฐกิจชาติ จึงเสนอให้ Embargo เฉพาะ "สินค้าขาเข้า" บางประเภทที่ไม่เร่งด่วน ส่วนสินค้าที่เป็นวัตถุดิบโรงงาน สินค้าสด และสินค้า Express ต้องอนุญาตให้เข้ามาได้ตามปกติ
สมาคม TAFA ยืนยันในเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นที่จะปกป้องผลประโยชน์ ของสมาชิก Freight Forwarder และผู้ประกอบการ นำเสนอข้อเท็จจริง หน้างาน ตลอดจนผลักดันมาตรการเร่งด่วนและข้อเสนอ เชิงนโยบาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แก้ไขปัญหาสินค้าค้างคลัง และฟื้นฟูประสิทธิภาพ การให้บริการของคลังสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้กลับสู่ภาวะปกติโดย เร็วที่สุด
https://mgronline.com/business/detail/9690000106165
ทำไมระบบมันแย่ แบบนี้จะกลับไปล้มละลายอีกไหม