ตามหัวข้อเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม พิธีกรรมศาสนา การไปร่วมงานในสังคม การไปทำดีโดยที่ ไม่อยากจะทำมันจริงๆ มันเป็นสิ่งที่ผมสงสัยตั้งแต่เด็กว่า “ เพื่ออะไร ” คุณเคยคิดไหมครับว่า ถ้าอยากทำ ทำไมไม่ทำเอง หรือ ถ้ามันทำแล้วรู้สึกดี ทำไมไม่ทำเอง มันเป็นสิ่งที่ อยู่ในหัวผมตลอดเวลาตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ ทุกวันนี้ หลายๆคน ที่ออกตัวว่าเป็นคนทำดี ไม่ว่าจะเป็น มูลนิธิ หรือ อะไรก็ตามแต่ สิ่งที่ผมไม่เคยเห็นเลยจริงๆ คือการมอบเครดิต ให้เครดิต กับคนที่เขาทำจริงๆ เช่น ( ชื่อสมมตินะครับ ) “ขอบคุณ มูลนิธิเสี่ย วิษณุ ที่ช่วยชาวบ้าน ” แต่ คุณคิดว่า เขาคนเดียวรึเปล่าที่ทำ ก็ไม่ครับ อาจจะ พี่คนนั้น พี่คนนี้ ป้าคนนั้น ลุงคนนี้ แต่ทำไมถึงไม่มีการให้เครดิตพวกเขา คุณอาจจะคิดว่าที่ผม พิมพ์แบบนี้มา เพราะอยากได้หน้าเวลา มีใครสั่งใช่ไหม คำตอบคือ ใช่ครับ เอ้า ก็แบบ เออ ก็คุณสั่งผมอ่ะ55555 ยิ่งบางคนที่เขา ไม่ได้อยากจะทำจริงๆ ถ้าเขาได้เห็นได้ยินเครดิตตัวเอง เขาก็อาจจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง ทุกวันนี้ผมยังสงสัย🥱🤔 ต่อมาครับ นี่คือเรื่องละเอียดอ่อน พิธีกรรม ทางศาสนา ครับ ถามว่าทำไมคนไม่นับถือศาสนา ถึงมีเยอะขึ้น ง่ายมากครับ เพราะเขาไม่ได้รู้สึกว่าอยากจะทำอะไรแบบนี้จริงๆ คนเราไม่สวดมนต์ไม่ได้แปลว่าเป็นคนไม่ดีนะครับ คนเราไม่เข้าวัด ไม่ได้แปลว่าเป็นคนไม่ดีนะครับ การทำดี แค่คุณเดินเอาข้าวไปให้หมา คุณก็เป็นคนดีได้แล้วครับ คุณตื่นมาวันหนึ่ง คุณทำดีให้กับตัวเองโดยการหาความสุขให้กับตัวเอง ก็ถือว่าคุณเป็นคนดีครับ คุณหิวข้าวเดินไปซื้อก๋วยเตี๋ยว คนซื้อก๋วยเตี๋ยวได้เงิน ได้กำไร คุณก็เป็นคนดีครับ แต่ทำไมคนเหล่านี้ถึง พยายามให้ คนอย่างเราๆ เข้าวัดให้ได้และสวดมนต์ให้ได้ เก็ทไหมครับ ต่อให้คุณเข้าไปสวดมนต์แต่คุณโดนบังคับมา ใจคุณรู้สึกไม่ดี แล้วคุณจะได้บุญ หรือ รู้สึกมีความสุขจริงๆไหม? เป็นคำตอบที่ยังคิดเสมอครับว่า มันดีจริงๆ หรอ ไม่ต้องเอาไปเปรียบเทียบ กับการโดน บังคับไปโรงเรียนนะครับ อันนั้นจำเป็นที่จะต้องทำ เรียนไม่จบ ม.6 ขึ้นไป หางานยากนะเว้ย ก็ประมาณนี้ครับ ช่วยตอบกันมาหน่อยครับ
การบังคับให้ทำความดี โดยที่คนทำไม่เต็มใจ นี่คือสิ่งที่ผมสงสัยตั้งแต่เด็กครับ