โศกนาฏกรรม ‘นากบุญทิ้ง’ เมื่อ ‘ความปรารถนาดีที่เป็นพิษ’ จากโลกออนไลน์

โศกนาฏกรรม ‘นากบุญทิ้ง’ เมื่อ ‘ความปรารถนาดีที่เป็นพิษ’ จากโลกออนไลน์ กลายเป็นความหวังดีที่ไร้ความเข้าใจ นำมาสู่การทำร้ายชีวิตสัตว์ป่า

โศกนาฏกรรมจากการสูญเสีย ‘เจ้าบุญทิ้ง’ นากแสนรู้ดาวเด่นขวัญใจนักท่องเที่ยวประจำสวนสัตว์เทศบาลนครนครปฐม หรือสวนสัตว์สนามจันทร์ อันเป็นผลกระทบจาก ‘ความปรารถนาดีที่เป็นพิษ’ (Toxic Benevolence) เมื่อผู้เข้าชมสวนสัตว์เข้ามาพบสภาพความเป็นอยู่ของเจ้าบุญทิ้ง แล้ววิพากษ์วิจารณ์ผ่านภาพผิวเผินที่ปรากฏลงบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตและสภาพจิตใจของสัตว์ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ได้อย่างมหาศาล
.
‘บุญทิ้ง’ เป็นนากที่จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ป่า ซึ่งถูกเจ้าของเดิมนำไปเลี้ยงในช่วงเวลาหนึ่ง กระทั่งมีความจำเป็นต้องนำเจ้าบุญทิ้งมาปล่อยไว้ที่สวนสัตว์สนามจันทร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ทุ่มเทให้การเลี้ยงดูเป็นอย่างดี โดยเจ้าบุญทิ้งอยู่ที่สวนสัตว์สนามจันทร์มานานกว่า 6 ปี จนกลายเป็นสัตว์ที่มีสุขภาพสมบูรณ์ แสนรู้ ร่าเริง และคุ้นชินกับการใช้ชีวิตใกล้ชิดมนุษย์
.
ทว่ กระแสการร้องเรียนบนโลกออนไลน์กลับกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การย้ายสถานที่เลี้ยงดูอย่างกะทันหัน และพรากชีวิตของมันไปอย่างไม่มีวันกลับ
.
การตัดสินสภาพความเป็นอยู่ของเจ้าบุญทิ้งผ่านภาพที่ปรากฏภายนอกและถูกเผยแพร่สู่สังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ที่ไร้ความรู้ด้านระบบเชิงนิเวศวิทยา เช่น การมองว่าที่อยู่อาศัยทรุดโทรม หรือสัตว์อยู่อย่างโดดเดี่ยว โดยไม่เข้าใจถึงสายสัมพันธ์เชิงพฤติกรรม สภาพแวดล้อมที่สัตว์คุ้นชิน และความผูกพันต่อมนุษย์ที่ดูแลมาตลอดหลายปี
.
จากกระแสของสื่อมวลชนและสังคมออนไลน์ที่เดือดพล่าน กดดันให้ภาครัฐเร่งดำเนินการเข้าตรวจสอบ เข้ายึดตัว และโยกย้ายเจ้าบุญทิ้งไปสู่สถานที่ใหม่เพื่อลดแรงกดดันที่หน่วยงานได้รับ พร้อมดำเนินตามข้อบังคับตามกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า โดยไม่ดำเนินการประเมินตรวจสอบสภาพจิตใจและความพร้อมของตัวสัตว์
.
การเร่งรัดให้มีการย้ายเจ้าบุญทิ้งไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (ประทับช้าง) จังหวัดราชบุรี เพื่อฟื้นฟูและเตรียมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ กลายเป็นฉากทัศน์ความหวังดีที่ลงเอยด้วยความสูญเสีย เนื่องจากนากไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ จนเกิดภาวะซึมเศร้า เครียด ไม่กินอาหาร กระทั่งตรอมใจตายลงเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยไม่มีบาดแผลใดๆ ตามร่างกาย
.
สภาวะความเครียดจากการเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัยอย่างกะทันหันนำไปสู่การสูญเสียที่ไม่มีวันหวนกลับ เกิดจากพฤติกรรมที่สัตว์ป่าได้ใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์เป็นระยะเวลานาน ในกรณีของเจ้าบุญทิ้งที่ถูกเลี้ยงโดยเจ้าของเก่า ตลอดจนอยู่ในการดูแลของสวนสัตว์สนามจันทร์ ทุกช่วงเวลาของชีวิตเจ้าบุญทิ้งได้รายล้อมไปด้วยการมีส่วนร่วมของมนุษย์ ตั้งแต่การให้อาหาร การพบปะกับนักท่องเที่ยว ที่เจ้าบุญทิ้งจะออกมาต้อนรับด้วยความร่าเริงอยู่เสมอ
.
วิถีชีวิตในลักษณะดังกล่าวส่งผลให้เจ้าบุญทิ้งได้ ‘สูญเสียสัญชาตญาณสัตว์ป่า’ การนำพวกมันกลับคืนสู่ธรรมชาติจึงเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปได้ยาก จากการสูญเสียกลไกการหาอาหารและการล่าเหยื่อตามธรรมชาติ การยึดติดเชิงพฤติกรรมกับมนุษย์และที่อยู่อาศัยที่มนุษย์สร้างขึ้น เจ้าบุญทิ้งจึงมองว่ามนุษย์คือเซฟโซน
.
การโยกย้ายเจ้าบุญทิ้งไปอยู่ในสถานที่ใหม่ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสัตว์เพื่อนำกลับคืนสู่ธรรมชาติ ส่งผลให้เจ้าบุญทิ้งเกิดสภาวะเปราะบางต่อความเครียดรุนแรงเมื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อมกะทันหัน สัตว์ที่ไม่เคยเผชิญความกดดัน และใช้ชีวิตตามธรรมชาติมาก่อน อาจเกิดอาการตื่นตกใจ ซึมเศร้า และภาวะปฏิเสธอาหารจากความเครียด นำไปสู่การตรอมใจตายเมื่อต้องแยกจากสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย
.
ข่าวการเสียชีวิตของเจ้าบุญทิ้งได้สร้างความสะเทือนใจและจุดชนวนความโกรธแค้นให้แก่สังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง ชาวเน็ตไทยจำนวนมากได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นต่อว่าและประณามอินฟลูเอนเซอร์ต้นเรื่องในช่องทาง TikTok และโซเชียลมีเดียอย่างหนัก กระทั่งผู้โพสต์คลิปดังกล่าวต้องปิดบัญชีหนี
.
โศกนาฏกรรมของ ‘เจ้าบุญทิ้ง’ จึงสมควรถูกนำมาถอดบทเรียน เพื่อยกระดับบรรทัดฐานทางสังคมและการทำงานของภาครัฐในการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ป่าอย่างแท้จริง โดยการสร้างความตระหนักรู้ได้ตั้งแต่การหยุดวงจรตั้งแต่ต้นทาง ปลูกฝังค่านิยมว่า ‘สัตว์ป่าไม่ใช่สัตว์เลี้ยง’ ป้องกันการสูญเสียสัญชาตญาณของสัตว์ป่า จนต้องมาเผชิญชะตากรรมน่าเศร้าเช่นนี้อีก
.
หน่วยงานภาครัฐและนักวิชาการต้องปรับเปลี่ยนนิยามการจัดการสัตว์ป่าที่ติดคนและสูญเสียสัญชาตญาณไปแล้ว การบังคับย้ายสถานที่หรือการพยายามฟื้นฟูเพื่อส่งคืนสู่ป่าสำหรับสัตว์กลุ่มนี้ อาจกลายเป็นการทำร้ายและซ้ำเติมสัตว์ยิ่งกว่าการปล่อยให้อยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมที่ปลอดภัย
.
และท้ายที่สุดคือ การเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีความรับผิดชอบ ต้องมาพร้อมกับความรู้เชิงลึกและความรอบคอบ ก่อนที่จะทำการตัดสิน ตราหน้า หรือสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์สภาพการเลี้ยงดูสัตว์ใดๆ สังคมต้องตรวจสอบข้อมูลทางชีววิทยา นิเวศวิทยา ประวัติความเป็นมาของสัตว์ และผลกระทบเชิงพฤติกรรมอย่างถี่ถ้วน การเรียกร้องความถูกต้องผ่านการโพสต์และภาพเพียงผิวเผินโดยไร้ซึ่งความเข้าใจ อาจนำไปสู่การบังคับใช้มาตรการที่ส่งผลร้ายแรงถึงชีวิตของสัตว์ได้
.
ความเมตตาที่ปราศจากความรู้ ย่อมนำมาซึ่งความสูญเสีย และความปรารถนาดีที่ไร้ความรับผิดชอบ ก็ไม่ต่างอะไรจากการทำร้ายสัตว์ทางอ้อม
.
ที่มา : BrandThink

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่