ทุกคนคิดว่า เดตแรก ใครควรเป็นคนจ่ายคะ

ทางนี้ไม่ได้ซีเรียสกับการหารหรือจ่ายเองนะคะ
เข้าใจเหตุผลว่า การที่สนับสนุนเท่าเทียม ผู้หญิงหารเท่ากับผู้ชาย
เข้าใจได้นะคะในสังคมความเท่าเทียม แต่อยากยกเหตุผลหลายข้อค่ะ ทั้งที่เข้าข้างทั้งชายและหญิง

ผู้หญิงบ้างคนบอกว่าต้องเสียค่าเครื่องสำอาง เสื้อผ้าเพื่อไปเดต ข้อนี้ขอปัดตกค่ะ คิดว่าการที่จะต้องแต่งตัวเป็นหน้าที่การเรียมพร้อมของสองฝ่ายค่ะ ฝ่ายชายอาจมีค่าสูท ค่า้สื้อผ้า ค่าซักรีด ค่าน้ำหอมก็ได้เหมือนกันค่ะ ดันนั้นถ้าเกิดบอกว่า แต่งตัวสวยแล้วเสียแพงก็ไม่ต้องแต่เลยก็ได้ค่ะ คนเราเจอกันไม่ได้จำเป็นที่รูปลักษณ์ขนาดนั้นมั้งคะ

ผู้หญิงบางคน ก็บอกว่า ทุกวันนี้มีการกดขี่ทางด้านค่าแรง นี่เป็นเรื่องจริงค่ะ หลายๆบริษัทตามบทสัมภาษณ์และการเก็บแบบสอบถาม ค่าแรงของผู้หญิงส่วนมากแล้วจะน้อยกว่าฝ่ายชาย แม้จะการศึกษาเท่ากันหรือมากกว่าค่ะ และถึงจะมีสกิลเสริม ก็ไม่ได้รายได้มากกว่าเสมอไป ดังนั้นการที่เรียกว่าสังคมเท่าเทียม อาจไม่เท่าเทียมจริงๆ

การจ่ายให้ฝ่ายหญิงก่อน เป็นการแสดงให้เห็นว่าสามารถดูแลได้ค่ะ ในเดตแรกสำคัญสำหรับบางคนมาก เพราะเป็นตัวชี้วัดในเกณฑ์ของเขา ผู้ชายบางคนคาดหวังให้ผู้หญิงแต่งงานมาแล้วเลี้ยงดูลูกอยู่บ้าน การที่เขาเลี้ยงดูลูกอยู่บ้านแล้วเขาต้องลดมาตรฐาน เช่นจากซื้อโฟมล้างหน้าหลอดละพันเหลือหลอดละ40กว่าบาท เพราะผู้ชายไม่ได้มีศักยภาพพอจะให้เธอเหมือนเดิม และยังพ่วงภาระหน้าที่ภรรยาและแม่ ซึ่งหลายคนจะตราหน้าหากเธอบกพร่องทันที

บางครั้งผู้หญิงเงินเดือน5-6หมื่น ผู้ชายเงินเดือน2-3หมื่น เขาอาจดูความพร้อมก่อน เหมือนเหตุผลข้อที่3 ถ้าค่าข้าวมื้อแรก ที่ไม่จำเป็นต้องมีราคาก็ได้ นั่นแปลว่าคุณอาจเลี้ยงไม่ได้แม่แต่ข้าวจานละ60-70บาท เขาไม่จำเป็นต้องลดรัดับและมาตรฐานต่างๆเพื่อมาหาคนที่ไม่ได้พยายามจะดูแลเขา

นีาคือเหตุผลข้างต้น และอาจมีมากกว่านั้นค่ะ

มาในส่วนของผู้ชาย
ฝ่ายชายอาจคิดว่าทุกวันนี้หญิงชายเท่าเทียม ต่างคนต่างสามารถมีบทบาททางสังคม จ่ายภาษีต่างๆเท่ากัน เงินเดือนิาจจะเท่ากัน  จึงคิดว่าเพื่ิความแฟร์ อาจต้องหารจ่ายค่ะ

ฝ่ายหญิงบางคน มีการหลอกให้เลี้ยง โดยการให้เลี้ยงข้าวและหายไป ในส่วนนี้คิดว่าก็ไม่ควรค่ะ 1.เลยคือไม่มีมารยาท 2.เหมือนขอทานหน้าตาดี บางคนอาจคิดว่าไม่แฟร์ เข้าใจได้ค่ะ ถ้าไม่ถูกใจกันพูดกันตรงๆบอกกันตรงๆจะดีกว่า หรือไม่ถ้าไม่ถูกใจก็ควรขอหารค่ะ

ฝ่ายชายบางคนคิดว่าการให้เลี้ยงข้าวในเดตแรกเหมือนกับหญิงค้าบริการ ควรจะได้มีความสัมพันธ์เพิ่มเติม หรืออะไรก็ตามแต่

ในที่นี้คือส่วนของเหตุผลที่รับมาจากฝ่ายชายค่ะ

ทั้งนี้อยากให้มีคนมาแสดงความคิดเห็นค่ะว่าควรหารหรือให้ฝ่ายชายจ่ายในเดตแรก และเหตุผลประกอบของทุกคนค่ะ

ในส่วนของเรา ตามเหตุผลข้างต้นแล้ว
การเลี้ยงข้าวไม่ใช่การซื้อบริการค่ะ การที่จะเลี้ยงคือความเต็มใจ ไม่ใช่การบังคับค่ะ ดังนั้นอย่ากดขี่เพศแม่ด้วยคำพูดดูถูกและไม่ควรหลุดจากปากลูกผู้ชายค่ะ
  การหลอกให้เลี้ยงแล้วบล้อคหาย เราคิดว่าควรพูดตรงๆบนโต๊ะอาหารหลังก่อนแยกย้ายค่ะ ควรบอกเหตุผลและช่วยกันจ่ายค่ะ นี่เป็นมารยาทที่ผู้หญิงก็ควรมี คุณให้เขามาถึงที่ แต่กลับไม่ชอบเขา ถ้าเกิดคิดว่าคุณไม่ชอบเขาคุณควรบอกตั้งแต่รู้จักค่ะ อย่าไปไกลถึงเลี้ยงข้าว
  และถ้าคิดว่ามาตรฐานของเรานั้นสูง เราต้องการคนระดับเดียวกันไม่ว่าจะเงินเดือน การงาน หรือเรื่องอื่นๆ อย่าลดตัวตั้งแต่แรก มันดีแล้วที่จะคัดคนแบบที่คุณชอบเข้ามา คนที่คิดว่าไม่เหมาะสม ก็อย่าดึงมาให้เสียใจกันทั้งคู่ค่ะ
  บางคนที่มองว่า ผู้หญิงแต่งงานต้องลาออกจากงานไปเลี้ยงลูกอยู่บ้าน กรุณาดูฐานเงินเดือนและความสามรถค่ะ เพราะรักกินไม่ได้ อยากได้ผู้หญิงสวยต้องเงินหนา อยากได้ผู้หญิงเก่งคุณต้องเก่งและไม่ดับอนาคตเธอ อยากได้คนที่ทำงานบ้านได้ดูแลลูกได้คุณต้องดูแลเธอได้ และต้องยอมรับว่าเธออาจจะไม่ได้สวยเหมือนผู้หญิงในอุดมคติของคุณ และถ้าอยากได้คนที่ทั้งสวย เก่ง ทำงานบ้านเลี้ยงลูกได้ คุณต้องหาเงินเก่ง สนับสนุนเธอ ดูแลเธอ คุณดูอย่างดาราบางคน เป็นแม่ดีทีได้ งานบ้านได้ เก่ง ฉลาด เขาก็มีสามีเป็นคนรวยๆกันค่ะ หรือบางคนที่ไม่ใช่ดารา ส่วนมากแล้วสามีหาเงินเก่ง สนับสนุนครอบครัวได้ และมีทัศนคติที่ดีค่ะ
  สำหรับเรื่องความเท่าเทียมค่ะ ขอตั้งสมมุติฐาน2กรณีค่ะ
1. ฝ่ายชายเงินเดือน4หมื่น ฝ่านหญิง 2หมื่น
ควรจัดตั้งเงินกองกลาง สำหรับค่าบ้านค่ารถ หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆในครอบครัว สมมุติ 20% ค่ะ ฝ่ายหญิง 4,000 ฝ่ายชาย 8,000
จะเห็นได้ว่าออก20%ของเงินเดือนเท่ากัน แต่ของฝ่ายชายมากกว่านั่นปกติค่ะ ถ้าจะให้ออกคนละ8000เท่ากัน เธอจะเอาอะไรกินอะไรใช้ล่ะคะ ในกรณีนี้ชายหรือหญิงอาจมากหรือน้อยกว่าก็ได้ค่ะ
2. เงินเดือนเท่ากัน
ค่าบ้านค่ารถ หรือค่าอะไรอื่นๆ เช่นของลูกก็หารเท่ากันค่ะ คนละ8000ก็คือ8000 ไม่มีมากกว่าน้อยกว่า
  ภาระงานในบ้านก็ต้องเท่ากัน แบ่งงานบ้านคนละไม้คนละมือ เพราะต่อให้ใครออกมากกว่าน้อยกว่าก็ออกเป็นรายเปอร์เซ็นต์เท่ากัน เงินเดือนหาร22-26วันต่อเดือนแล้ว ทำงานเท่ากัน แต่เงินเดือนไม่เท่ากัน จะพูดว่าหาเงินมากกว่าเหนื่อยมากกว่าไม่ได้ค่ะ บางคนทำงาน12ชม.ต่อวันได้ค่าแรงขั้นต่ำ แต่บางคนทำงาน4-8ชม.ต่อวันได้หลักพันถึงหมื่นต่อวันก็มีค่ะ ก็เหมือนคุณขับจักรยาน อีกฝ่ายขับรถยนต์ ระยะทาง20กิโลจะถึงพร้อมกันหรอคะ
พอคิดแล้วอยากให้มองอีกรอบค่ะ เท่ากันจริงหรอคะ ถ้าคุณเป็นฝ่านเสียเปรียบรับได้รึเปล่าคะ
กลับมาในเรื่องหารค่าข้าว หารเท่ากันตกลงให้ชัดตั้งแต่ตอนนัดกันค่ะ ถ้ารู้สึดไม่โอเคก็ไม่ไป อย่าไปตัดสินเพียงเพราะคนนี้เลี้ยงไม่ได้ หรือคนนี้ไม่เลี้ยงก็ไม่ไปไม่คุยต่อ
การหารกันไม่ได้เท่ากับผู้ชายจะเลี้ยงดูได้ แต่ส่วนมากอาจเป็นการดูทัศนคติค่ะ อย่าไปเชื่อปักใจว่าคนนี้เลี้ยงเพราะรวยหรือจะเลี้ยงได้ และอย่าไปเชื่อว่าการหารทัศนคติของฝ่ายใดฝ่านหนึ่งไม่ดีค่ะ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 12
ใครจะว่าผมหัวโบราณก็เชิญ แต่ผู้ชาย ถ้าริจะจีบสาว ต้องเป็นคนจ่ายทุกครั้ง ส่วนผู้หญิง เพื่อแสดงน้ำใจ อาจจะขอเลี้ยงบ้าง หรือจ่ายค่าขนมบ้าง เล็กๆน้อยๆ ให้ดูน่ารัก ต่างตอบแทนกันไป
ส่วนผู้ชายประเภทหารเท่า ไปให้ไกลๆเลย ไม่มีปัญญารับผิดชอบใคร อย่าริอ่านจีบสาวครับ
ไม่ต้องโลกสวยเท่าเทียมนะครับ เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับเท่าเทียมครับ มันคือธรรมเนียม มันคือมารยาททางเพศ
ถ้าจะกระจอก แนะนำให้อยู่คนเดียวครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่