สรุป ก็อตกับช่างเอ๋ยักยอกเงินเข้าบัญชีรวมทั้งหมดมากกว่า 75 ล้านบาท
เงินบริจาคจำนวนนี้ไม่มีการโอนกลับเข้าไปในบัญชีของมูลนิธิหรือของตัว บุ๋ม ปนัดดา เลยแม้แต่บาทเดียว
ตอนแรกเริ่มจากแผนสร้างบ้านพักตากอากาศ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโครงการเชิงธุรกิจสร้างพูลวิลล่า
ล่าสุดพฤติการณ์และข้อมูลหลักฐานจากตำรวจชี้ไปในลักษณะการแบ่งหน้าที่กันทำ ซึ่งหากสรุปตามกลไกและเส้นทางการเงิน ถือเป็นการร่วมมือกันผันเงินบริจาคออกไปใช้ในเชิงธุรกิจอย่างเด่นชัด
ข้อมูลจากการกางสเตทเมนต์สะท้อนชัดเจนว่าทั้ง "ก๊อต อธิป" (สามี) และ "ช่างเอ๋" มีการทำหน้าที่ล้อรับกันเป็นทอดๆ ดังนี้:
ฝั่งสามี (ก๊อต อธิป) เป็นคนสั่งจ่ายและควบคุมช่องทางเงิน: เป็นผู้ที่มีสิทธิ์หรือเข้าถึงบัญชีของ "องค์กรทำดี โดย น.ส. ปนัดดา" และทำการสั่งโอนเงินจากมูลนิธิฯ ออกไปหาช่างเอ๋หลายครั้ง
ฝั่งช่างเอ๋ เป็นบัญชีพักและกระจายเงินกลับ: เมื่อเงินจากบัญชีมูลนิธิฯ โอนเข้ามาที่ตนเอง ช่างเอ๋จะทำหน้าที่ตามที่นายก๊อตสั่ง คือ "ซอยยอดโอน" ครั้งละ 2 ล้านบาท เพื่อโอนเงินกลับคืนไปเข้าบัญชีส่วนตัวของนายก๊อต รวมแล้วเป็นเงินกว่า 40-45 ล้านบาท ส่วนอีกประมาณ 20-24 ล้านบาทก็นำไปผันซื้อที่ดินและสร้างโครงการพูลวิลล่าส่วนตัว
ยอดส่วนต่างที่เหลือ (ประมาณ 10-12 ล้านบาท)
จากการกางสเตทเมนต์เงิน 75 ล้านบาท ส่วนที่เหลือนั้นถูกจำแนกออกเป็น 2 จุดสำคัญตามหลักฐาน
โอนไปให้บุคคลอื่นตามสั่ง: มีรายงานเส้นเงินบางส่วนที่ถูกโอนต่อไปยังบุคคลรอบข้างหรือผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายตามคำสั่งจัดการเงินในขณะนั้น
เงินหมุนเวียนในระบบงวดงาน: เป็นค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดและค่าดำเนินการทางธุรกิจที่เกิดขึ้นในไซต์งาน ซึ่งเอกสารสลิปทั้งหมดถูกรวบรวมส่งให้พนักงานสอบสวน ปอศ. ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเงินทุกบาทมีปลายทางรองรับ

ภาพรวมสถานการณ์ตอนนี้:
ตัวเงินทั้งหมดไม่ได้อันตรธานหายไปเฉยๆ แต่เป็นการ "หมุนเวียนและผันเงินบริจาคออกไปใช้ในเชิงธุรกิจส่วนตัว" ซึ่งกลายเป็นประเด็นฉ้อโกงที่ทางฝั่ง บุ๋ม ปนัดดา ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับทั้ง ก๊อต และ ช่างเอ๋ เพื่อทวงคืนทรัพย์สินขององค์กรทำดีกลับมา เนื่องจากเงินบริจาคของประชาชนควรจะถูกนำไปใช้ในงานสาธารณกุศล ไม่ใช่การนำมาเวียนสร้างพูลวิลล่าหรือโอนเข้าบัญชีส่วนตัว
สรุป ก็อตกับช่างเอ๋ยักยอกเงินเข้าบัญชีรวมทั้งหมดมากกว่า 75 ล้านบาท
เงินบริจาคจำนวนนี้ไม่มีการโอนกลับเข้าไปในบัญชีของมูลนิธิหรือของตัว บุ๋ม ปนัดดา เลยแม้แต่บาทเดียว
ตอนแรกเริ่มจากแผนสร้างบ้านพักตากอากาศ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโครงการเชิงธุรกิจสร้างพูลวิลล่า
ล่าสุดพฤติการณ์และข้อมูลหลักฐานจากตำรวจชี้ไปในลักษณะการแบ่งหน้าที่กันทำ ซึ่งหากสรุปตามกลไกและเส้นทางการเงิน ถือเป็นการร่วมมือกันผันเงินบริจาคออกไปใช้ในเชิงธุรกิจอย่างเด่นชัด
ข้อมูลจากการกางสเตทเมนต์สะท้อนชัดเจนว่าทั้ง "ก๊อต อธิป" (สามี) และ "ช่างเอ๋" มีการทำหน้าที่ล้อรับกันเป็นทอดๆ ดังนี้:
ฝั่งสามี (ก๊อต อธิป) เป็นคนสั่งจ่ายและควบคุมช่องทางเงิน: เป็นผู้ที่มีสิทธิ์หรือเข้าถึงบัญชีของ "องค์กรทำดี โดย น.ส. ปนัดดา" และทำการสั่งโอนเงินจากมูลนิธิฯ ออกไปหาช่างเอ๋หลายครั้ง
ฝั่งช่างเอ๋ เป็นบัญชีพักและกระจายเงินกลับ: เมื่อเงินจากบัญชีมูลนิธิฯ โอนเข้ามาที่ตนเอง ช่างเอ๋จะทำหน้าที่ตามที่นายก๊อตสั่ง คือ "ซอยยอดโอน" ครั้งละ 2 ล้านบาท เพื่อโอนเงินกลับคืนไปเข้าบัญชีส่วนตัวของนายก๊อต รวมแล้วเป็นเงินกว่า 40-45 ล้านบาท ส่วนอีกประมาณ 20-24 ล้านบาทก็นำไปผันซื้อที่ดินและสร้างโครงการพูลวิลล่าส่วนตัว
ยอดส่วนต่างที่เหลือ (ประมาณ 10-12 ล้านบาท)
จากการกางสเตทเมนต์เงิน 75 ล้านบาท ส่วนที่เหลือนั้นถูกจำแนกออกเป็น 2 จุดสำคัญตามหลักฐาน
โอนไปให้บุคคลอื่นตามสั่ง: มีรายงานเส้นเงินบางส่วนที่ถูกโอนต่อไปยังบุคคลรอบข้างหรือผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายตามคำสั่งจัดการเงินในขณะนั้น
เงินหมุนเวียนในระบบงวดงาน: เป็นค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดและค่าดำเนินการทางธุรกิจที่เกิดขึ้นในไซต์งาน ซึ่งเอกสารสลิปทั้งหมดถูกรวบรวมส่งให้พนักงานสอบสวน ปอศ. ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเงินทุกบาทมีปลายทางรองรับ
ภาพรวมสถานการณ์ตอนนี้:
ตัวเงินทั้งหมดไม่ได้อันตรธานหายไปเฉยๆ แต่เป็นการ "หมุนเวียนและผันเงินบริจาคออกไปใช้ในเชิงธุรกิจส่วนตัว" ซึ่งกลายเป็นประเด็นฉ้อโกงที่ทางฝั่ง บุ๋ม ปนัดดา ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับทั้ง ก๊อต และ ช่างเอ๋ เพื่อทวงคืนทรัพย์สินขององค์กรทำดีกลับมา เนื่องจากเงินบริจาคของประชาชนควรจะถูกนำไปใช้ในงานสาธารณกุศล ไม่ใช่การนำมาเวียนสร้างพูลวิลล่าหรือโอนเข้าบัญชีส่วนตัว