อย่างที่เห็นในยุโรป ที่ตู้แช่ตาม supermarket ที่ควบคุมได้ผ่านอินเตอเน็ต (ไม่ต้องใช้คนไปปรับที่ตู้ เป็นสิบๆเครื่องต่อสาขา) โดนแฮก
พวกที่ทำสงคราม hybrid คงไม่สนใจเครื่องใช้ตามบ้าน แต่พวกบริษัทร้านค้าองค์กรต่างๆ ใช้ระบบควบคุมทั้งนั้น เช่น
๐ ปั๊มน้ำมัน ใช้ระบบวัดถังน้ำมัน, จ่ายขายน้ำมัน, ตั้งราคาน้ำมัน (บ้านเราเคย manual แล้วไม่เปลี่ยนราคาตามบริษัทสั่ง)
๐ ระบบข้อมูลในโรงพยาบาลใหญ่ๆ เดี๋ยวนี้ทำ MRI, x-ray, ตรวจเลือด เสร็จ ผลเข้าระบบฐานข้อมูลทันที แพทย์สามารถเปิดดู record ต่างๆได้เลย ส่วนใหญ่ยังไม่มีการป้องกันระดับเอกัตบุคคล individiual (คือ หมอ ควรเปิดดูข้อมูลคนไข้ที่อยู่เฉพาะหน้า เท่านั้น ไม่ใช่เปิดดูของคนไข้ทั้งโรงพยาบาลได้)
เป็นต้น
สิ่งที่ควรทำ (ไม่ได้บอกปัญหาอย่างเดียว) -> หน่วยงานควรทบทวนความเสี่ยง และปรับ security (ไม่ได้เพิ่ม แต่ปรับ) ให้เหมาะสมกับความเสี่ยง อย่าง wifi นี่ ก็จะไม่ secured เท่าไร ต่อให้เข้ารหัส ก็ไม่เคยเปลี่ยนรหัสเป็นปีๆ นักแฮกสามารถถามรหัสจากพนักงานเก่า หรือให้ AI agent เดาสุมได้
ระวังเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต่อ wifi หรือควบคุมได้จากมือถือ เพราะอาจถูกแฮก
พวกที่ทำสงคราม hybrid คงไม่สนใจเครื่องใช้ตามบ้าน แต่พวกบริษัทร้านค้าองค์กรต่างๆ ใช้ระบบควบคุมทั้งนั้น เช่น
๐ ปั๊มน้ำมัน ใช้ระบบวัดถังน้ำมัน, จ่ายขายน้ำมัน, ตั้งราคาน้ำมัน (บ้านเราเคย manual แล้วไม่เปลี่ยนราคาตามบริษัทสั่ง)
๐ ระบบข้อมูลในโรงพยาบาลใหญ่ๆ เดี๋ยวนี้ทำ MRI, x-ray, ตรวจเลือด เสร็จ ผลเข้าระบบฐานข้อมูลทันที แพทย์สามารถเปิดดู record ต่างๆได้เลย ส่วนใหญ่ยังไม่มีการป้องกันระดับเอกัตบุคคล individiual (คือ หมอ ควรเปิดดูข้อมูลคนไข้ที่อยู่เฉพาะหน้า เท่านั้น ไม่ใช่เปิดดูของคนไข้ทั้งโรงพยาบาลได้)
เป็นต้น
สิ่งที่ควรทำ (ไม่ได้บอกปัญหาอย่างเดียว) -> หน่วยงานควรทบทวนความเสี่ยง และปรับ security (ไม่ได้เพิ่ม แต่ปรับ) ให้เหมาะสมกับความเสี่ยง อย่าง wifi นี่ ก็จะไม่ secured เท่าไร ต่อให้เข้ารหัส ก็ไม่เคยเปลี่ยนรหัสเป็นปีๆ นักแฮกสามารถถามรหัสจากพนักงานเก่า หรือให้ AI agent เดาสุมได้