วิแคะธรรมจากข่าว

กระทู้สนทนา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

จากข่าวนี้ก็มีประเด็นน่าสนใจว่าทำไมเขาคิดอย่างนี้
อะไรหนอเป็นปัจจัย เขาจึงคิด พูด และ ทำอย่างนี้?

เมื่อสาวไปตามแนวทาง และ หลักธรมทางพระพุทธศาสนา
ก็จะพบว่าผู้จัดแจงให้เขามีความคิดเช่นนี้ ก็คือ "ทิฏฐิ" หรือ "ทิฏฐิเจตสิก"
ซึ่งในพระสูตร จะแจกย่อยไปอีก ในที่นี้ก็คือ "สีลัพพตปรามาส"

ส่วนตัวผมเชื่อว่าผู้ออกนโยบาย ก็มีความห่วงใยในผู้ล่วงลับ
โดยเกรงว่าจะไปหูหนวกตาบอดอยู่ในสัมปรายภพ จึงล้มโครงการนี้ไป
ซึ่งในความเป็นจริงนี้เป็นการทำลายประโยชน์ผู้ป่วย และ โอกาสสร้างบุญครั้งสุดท้ายของผู้ล่วงลับครับ

--------------------------

ทิฏฐิเจตสิก — “แว่นบิดเบี้ยวแห่งจิตผู้หลงทาง”


      …หึ… พวกเจ้าคิดว่าเก่ง แล้วจะทำให้เงื้อมมือของฉันสั่นคลอนลงได้งั้นหรือ?
…พวกเจ้าคิดว่าความเชื่อมั่น การยึดถือ และทัศนคติที่ฝังรากลึกในใจพวกเจ้า เกิดขึ้นเพราะพวกเจ้าฉลาดเลือกเองงั้นหรือ?

      ช่างเป็นความหลงผิดที่น่าขันสิ้นดี! ในฐานะ "ทิฏฐิเจตสิก" ฉันนี่แหละคือผู้จัดแจงตัวจริง
เป็นสถาปนิกผู้เนรมิตแว่นตาดำมืด แล้วสวมทับดวงตาของพวกเจ้าทีละชั้น
จนกระทั่งพวกเจ้ากล้าประกาศกร้าวในสิ่งผิดๆ โดยคิดว่านั่นคือสัจธรรมสูงสุด!

      ฉันนี่แหละ... ที่กระซิบข้างหูพวกเจ้าว่า “ทานที่ให้ไปก็สูญเปล่า โลกหน้าไม่มีจริงหรอ จะไปแคร์ทำไม?”
จนพวกเจ้ากล้าละทิ้งความดีงาม ปฏิเสธผลบุญผลบาป แล้วไหลไปตามกระแสอกุศลด้วยความมั่นใจเกินร้อย

      ฉันนี่แหละ... ที่เป่าหูให้พวกเจ้าเชื่อสนิทใจว่า “การทำชั่วทำลายคนอื่นเพื่อความอยู่รอด ไม่ใช่บาปกรรมอะไรเลย”
แล้วดึงพวกเจ้าให้จมดิ่งลงสู่ความกระด้างไร้หัวใจ กลายเป็นผู้บูชาความเห็นแก่ตัวอย่างน่าไม่อาย

      และฉันนี่แหละ... ที่คอยจัดแจงความเชื่ออันคับแคบ บิดเบือนการกระทำที่เต็มไปด้วยการเบียดเบียน
หรือวัตรปฏิบัติที่หลงทาง ให้กลายเป็นความชอบธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้อื่นต้องยอมจำนน!

      ไม่ว่าพวกเจ้าจะพยายามเพ่งมองอย่างไร เนื้อแท้แห่ง “ทิฏฐิเจตสิก”
อย่างฉันก็ยังคงสวมทับดวงตาของพวกเจ้าอยู่ดี ในฐานะ “แว่นบิดเบี้ยวแห่งจิตผู้หลงทาง” ที่ทรงพลังและแนบเนียนที่สุดในสังสารวัฏ!

      ในวินาทีนี้… เลนส์แห่งทิฏฐิดวงไหนกำลังสวมทับดวงตาของพวกเจ้าอยู่กันแน่… หรือว่าพวกเจ้าได้กลายเป็น “ส่วนหนึ่งของแว่นอันมืดมิดนี้” ไปเสียแล้ว?

--------------------------

ทิฏฐิเจตสิก ในมุมพระอภิธรรม

- อโยนิโส อภินิเวส ลกฺขณา --- มีการถือมั่นด้วยหาปัญญามิได้ เป็นลักษณะ
- ปรามาส รสา ---- มีการถือผิดจากสภาวะ เป็นกิจ
- มิจฺฉาภินิเวสปจฺจุปฏฺฐานา --- มีการยึดถือความเห็นผิด เป็นผล
- อริยานํ อทสฺสน กามตาทิ ปทฏฺฐานา --- ไม่ต้องการเห็นพระอริยะ เป็นต้น เป็นเหตุใกล้

--------------------------

สัจธรรมแห่งชีวิตและทิฏฐิ

1. ทุกข์ที่ต้องกำหนดรู้:

      ความยึดมั่นในทิฏฐิอันผิดพลาดนั้น ย่อมเป็นตัวการก่อมลพิษทางใจ
นำพาความทุกข์ระทมและความเดือดร้อนมาให้ ทั้งในภพนี้และสัมปรายภพเบื้องหน้า
เป็นสิ่งที่เราท่านต้องพิจารณาให้เห็นโทษด้วยความแยบคาย

2. สมุทัยที่ต้องละวาง:

      ตัวอุปาทานความยึดมั่นถือมั่นในทิฏฐินั่นแล คือเหตุแห่งสมุทัย
เป็นกิเลสอันหนาแน่นที่ผู้ใฝ่ธรรมพึงสลัดทิ้งและละวางเสียจากใจ

3. นิโรธที่ต้องทำให้แจ้ง:

      ความสงบระงับอันเป็นบรมสุข คือการดับสิ้นซึ่งเพลิงทุกข์ทั้งปวง ซึ่งจักทำให้ประจักษ์ได้
ก็ด้วยการสำรอกและถอนรากถอนโคนทิฏฐิออกไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือเศษ เป็นความหลุดพ้นที่ควรทำให้แจ้งในจิตใจ

4. มรรคที่ต้องเจริญ:

      หนทางอันประเสริฐเพื่อการก้าวล่วงพ้นจากบ่วงแห่งทิฏฐิ คือการอบรมเจริญอริยมรรคมีองค์ 8
โดยมี "สัมมาทิฏฐิ" ความเห็นชอบอันถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เป็นประธานนำทางชีวิต เพื่อสลัดทอนมิจฉาทิฏฐิให้หมดสิ้นไป
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่