จ้องจอทั้งวัน ตาแห้งแสบเคือง หยอดน้ำตาเทียมไม่หาย ความจริงคือเกิดจาก 'การกระพริบตาไม่สุด' ที่ขโมยฟิล์มไขมันเคลือบตาไป
- หลายคนที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือเพ่งมือถือทั้งวัน มักเจอปัญหากวนใจคือตาแห้ง แสบตา เคืองตาเหมือนมีเม็ดทรายกลิ้งอยู่ในเบ้าตา จนต้องพกน้ำตาเทียมมาหยอดวันละ 4-5 รอบ แต่หยอดไปได้ไม่ถึง 10 นาที น้ำตาก็แห้งผาก ตาเริ่มกลับมาพร่ามัวและล้าเหมือนเดิม
- ความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งคือคิดว่า "ตาแห้งเพราะร่างกายสร้างน้ำตาไม่พอ" แต่งานวิจัยจากศูนย์วิจัยดวงตาแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Schepens Eye Research Institute) พบว่า คนตาแห้งกว่า 86% ไม่ได้ขาดน้ำตา แต่เกิดจากภาวะ "ต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน" หรือ MGD (Meibomian Gland Dysfunction)
- ตามธรรมชาติ ผิวน้ำตาของมนุษย์จะมี 3 ชั้น โดยชั้นนอกสุดคือ "ชั้นฟิล์มไขมัน" ที่ถูกสร้างขึ้นจากต่อมไมโบเมียนบริเวณขอบเปลือกตา ทำหน้าที่เสมือนฝาครอบปิดล็อกความชุ่มชื้น เพื่อไม่ให้น้ำตาชั้นน้ำระเหยออกไปในอากาศ
- แต่เวลาเรานั่งเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ อัตราการกระพริบตาของเราจะลดฮวบจากปกติ 18 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 4-5 ครั้งเท่านั้น และที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ มากกว่า 60% เป็น "การกะพริบตาไม่สุด" (Incomplete Blinking) คือเปลือกตาบนปิดลงมาไม่สนิทกับเปลือกตาล่าง
- เมื่อขอบเปลือกตาไม่ประกบกัน ต่อมไมโบเมียนจะไม่ถูกบีบเพื่อขับน้ำมันออกมาเคลือบผิวดวงตา น้ำตาจึงระเหยแห้งไปภายในเวลาแค่ 2-3 วินาที ยิ่งไปกว่านั้น ไขมันที่คั่งค้างอยู่ในท่อต่อมเมื่อไม่ถูกขับออกมานานๆ จะจับตัวแข็งกลายเป็นก้อนไขอุดตันท่อน้ำมันอย่างถาวร
- การหยอดน้ำตาเทียมทั่วไปจึงเหมือนกับการเอาน้ำไปราดบนผิวกระทะร้อนๆ น้ำจะระเหยไปในพริบตา จักษุแพทย์ทั่วโลกจึงแนะนำ "กฎการประคบอุ่นที่อุณหภูมิ 40-42 องศาเซลเซียส" นาน 10-15 นาที ซึ่งเป็นอุณหภูมิจุดหลอมเหลวที่ทำให้ก้อนไขมันที่แข็งตัวในต่อม ละลายกลับมาเป็นน้ำมันเหลวใส
- ควบคู่กับการฝึก "กะพริบตาให้สนิท" วันละ 20-30 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อเปลือกตารีดน้ำมันธรรมชาติออกมาเคลือบตาใหม่อีกครั้ง เพียงเท่านี้ น้ำตาจะไม่ระเหยไว อาการแสบตาและเคืองตาจะดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยไม่ต้องคอยหยอดน้ำตาเทียมทั้งวันอีกต่อไป
จ้องจอทั้งวัน ตาแห้งแสบเคือง หยอดน้ำตาเทียมไม่หาย ความจริงคือเกิดจาก 'การกระพริบตาไม่สุด' ที่ขโมยฟิล์มไขมันเคลือบตาไป