เราผิดมั้ยที่บอกเลิกแฟนที่คบกันมาปีครึ่งเพราะไม่รู้สึกอะไรแล้ว

สวัสดีค่ะ ตอนนี่เราอายุ21เพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมาประมาณ1ปีครึ่ง ได้สองเดือน ความสัมพันธ์ของเราเป็นแบบLDR ค่ะ เพาะเรากับแฟนเรียนกันคนละมหาลัยและคนละจังหวัด ในระยะเวลาที่คบกันมาเราไม่เคยรู้สึกว่าเรามีปัญหากับการที่เป็นLDRมันเป็นปัญหาเลยค่ะ แต่เหตุผลที่เราตัดสินใจเลิกกับเขาก็คือ ครั้งนึงเราเคยหลงทางในสถานที่ที่เราไม่คุ้นชินแล้วเขาบ่นเราว่าแค่นี้ก็หลงและหงุดหงิดใส่เราค่ะ เรื่องนั้นทำเราซึมไปหลายวันเลยค่ะ แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลเดียวนะคะ เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยบอกความรู้สึกตัวเองเท่าไรค่ะ ไม่ว่าจะเหนื่อย,เสียใจ,คิดถึงหรือบอกว่ารัก ช่วงแรกๆคิดถึงกับรักนะจะได้ยินบ่อยๆค่ะแต่หลังๆมาเราแทบไม่ได้ยินเลยค่ะ แต่เราก็เคยขอนะคะ ว่าถ้าตอนไหนคิดถึงกันก็พิมมาบอกบ้างได้มั้ย หรือบอกรักกันหน่อยก็ยังดี รักเข้าใจนะคะ ว่าคำว่ารักมันไม่ต้องพูดบ่อยก็ได้ให้ดูที่การกระทำ แต่มันเป็นLDRน่ะค่ะ แล้วส่วนใหญ่ที่คุยกันก็มีแค่ตื่นแล้ว ไปเรียนนะ กลับห้องแล้วเราเลยไม่รุ้ต้องดูที่อะไร ส่วนเรื่องเหนื่อยเนี่ยเราจะได้ยินแค่ตอนทะเลาะกันค่ะ ประมาณว่าเรียนก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้วน่ะค่ะ เราอยากให้เขาบอกความรู้สึกเขากับเราบ้างนะคะ เพราะมันเป็นLDRการสื่อสารจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆเลยค่ะสำหรับเรา เราจึงไม่ค่อยรู้เลยว่าเขาคิดอะไรหรือรู้สึกยังไงอยู่ แล้วอีกเรื่องคือ เวลาเรามีปัญหาหรือทะเลาะกันมันจะไม่เคลียเลยค่ะ  หรือกว่าจะได้มาเคลียกันก็ผ่านมาแล้ว5วัน แต่มันมีแค่ครั้งเดียวนะคะที่ได้เคลียกันจริงๆจังๆ เพราะส่วนใหญ่เขาจะถามแค่ว่าเราต้องการอะไรหรือเราอยากให้เขาเป็นยังไง ช่วงแต่ที่ทะเลาะเราก็บอกนะคะว่าเราต้องการอะไร แต่พอทะเลาะกันในโฟนหลายๆครั้งเข้าซึ่งมันเป็นปัญหาแบบเดิมครั้งหลังๆเข้าเราเลยบอกให้เขาช่วยเราหาทางออกบ้าง เขาจะบอกว่ามันดึกแล้วเขาคิดไม่ออกแล้วก็ไปนอนเลยค่ะ ตื่นเช้ามาทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลายๆครั้งเขาเราเลยไม่อยากพูดเรื่องปัญหาตอนโฟนกันค่ะ เลยพิมเป็นคล้ายๆเขียนกระทู้ไปให้เขาค่ะ แต่เขาเหมือนไม่สนใจเลยค่ะ พอเขาอ่านก็ตอบแค่ โอเค   ไม่รีเช็ค ไม่มีอะไรต่อค่ะ ทำเอาเราไปไม่เป็นเหมือนกันค่ะ แล้วเขาก็รู้นะคะว่าในช่วงเวลานั้นความสัมพันธ์ของเรากำลังมีปัญหาและความอึดอัด แต่เขาบอกว่าไม่อยากพูดถึงจะได้ไม่ทะเลาะกันทุกอย่างมันจะได้ดีขึ้น มันเลยกลายเป็นว่าคนที่เริ่มพูดถึงปัญหาในความสัมพันธ์ทุกอย่างมันเป็นเราค่ะ มันทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนงี่เง่าที่ชอบชวนทะเลาะเลยค่ะ พอเป็นแบบนี้หลายๆรอบเข้ามันเลยเริ่มเบื่อกับแพทเทิร์นเดิมๆเวลามีปัญหาค่ะ พอเป็นแบบนั้นความรู้สึกทุกอย่างที่มีกับเขามันก็เริ่มน้อยลง เราเริ่มไม่อยากคุยกับเขาค่ะ เริ่มไม่อยากเล่าเรื่องที่เจอ เรื่องตัวเอง แล้วก็เริ่มไม่อยากโฟนกับเขาค่ะ จนวันนึง เรามีความคิดที่อยากจะเลิกค่ะ แต่ตอนนั้นเราคิดว่ามันอาจจะแก้ได้แต่วิธีที่เราคิดได้ตอนนั้นคือ การแยกกัน2สัปดาห์ค่ะ แต่ยังอยู่ในขอบเขตของความสัมพันธ์ของเรา แบบว่า ห่างกันสักพัก ให้ได้ไปคิดทบทวนว่ายังอยากมีกันอยู่มั้ย พอไม่มีกันแล้วมันเป็นยังไงรู้สึกยังไง แต่ยังไม่เลิกกันนะคะ เราบอกเขาไปแบบนี้ค่ะ แล้วเขาก็ตอบมาว่าถ้าจะทำแบบนั้นไม่เลิกกันไปเลยล่ะ คือเราสองคนมีข้อตกลงนะคะ ว่าถ้าไม่คิดจะเลิกกันจริงๆจะไม่พูดคำว่าเลิก พอเขาพูดแบบนั้นมันทำให้เรารู้สึกเหมือนว่าวิธีแก้ปัญหาที่เราคิดว่าน่าจะเวิคตอนนั้นมันตลกเลยค่ะ เรื่องนี้ก็เลยยิ่งเพิ่มความรู้สึกเหนื่อยกับความสัมพันธ์ให้เราอีกค่ะ จนเราไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้วค่ะ เราจึงตัดสินใจว่าจะบอกเลิกเขาตอนเขาสอบเสร็จ แล้วพอเขาสอบเสร็จเราก็บอกเลิกเขาจริงๆค่ะ เขาบอกเราว่าถ้าคิดมาดีแล้วก็คงต้องอย่างงั้น แล้วก็แยกย้ายกัน จนผ่านมา2เดือน เราอยากรู้ว่าเขาเป็นยังไงเราเลยไปส่องเขาค่ะ และเขารีโพสอกหักแล้วก็เฮิร์ทมาก จนเราก็แอบรู้สึกผิดที่บอกเลิกเขาไป แล้วก็สงสัยค่ะ ว่า ตอนคบกันเราเคยขอให้เขาทั้งบอกรักและคิดถึง หลายรอบมากค่ะ แต่เขาก็ไม่ค่อยบอกเราเลยค่ะ ไม่เคยรีโพสอะไรเกี่ยวกับเราเลยด้วยค่ะ แล้วพอเขาอกหักทำไมถึงแสดงออกได้ง่ายๆเลยน่ะค่ะ เราก็อดสงสัยในส่วนนี้ไม่ได้ แต่เราก็ไม่รู้นะคะว่าฝั่งนั้นเขารู้สึกยังไงบ้างกับความสัมพันธ์ที่ผ่านมาเพราะเขาไม่ค่อยพูดมุมมองของตัวเองเท่าไร อันที่จริงเราก็อยากรู้มุมมองเขามากกว่านี้เหมือนกันค่ะ จนถึงตอนนี้เราก็ยังรู้สึกผิดอยู่ค่ะ เพราะรู้สึกว่าบางทีเราอาจจะไม่ยุติธรรมกับเขาเพราะเราไม่รู้สึกอะไรกับเขาแล้วแล้วก็เตรียมใจเตรียมตัวมาก่อนบอกเลิกเขาในทางกลับกันเขาไม่รู้อะไรมาก่อนเลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่