[CR] [รีวิวภาพยนต์] เลี้ยงไม่เชื่อง (Tame)

เลี้ยงไม่เชื่อง (Tame)




หนังเรื่องนี้เริ่มจากคำถามว่า ใครเป็นคนทำให้เราเชื่อง และเราเชื่องมาตั้งแต่เมื่อไหร่
.
เด็กหญิง ยาย ยศ และวัวชน

ขวัญ เป็นเด็กกำพร้าที่โตมากับยายและยศ ที่บ้านมีข้าวกิน มีที่นอน มีหลังคา และสังคมสอนเธอมาตลอดว่าทั้งหมดนี้คือบุญคุณ

บุญคุณเป็นหนี้ที่ไม่มีใบแจ้งหนี้ ไม่มีวันครบกำหนด และไม่มีใครบอกได้ว่าจ่ายครบเมื่อไหร่ ขวัญเป็นลูกหนี้มาตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ และเด็กที่ถูกเลี้ยงด้วยความรักแบบมีเงื่อนไขจะเรียนรู้เร็วว่าตัวเองมีค่าเมื่อเชื่อฟังเท่านั้น ความกตัญญูจึงค่อยๆ กลายเป็นความกลัวว่า ถ้าทำให้ใครผิดหวังก็จะไม่เหลือที่ให้อยู่

ยาย คือ ผู้มีพระคุณที่ชุบเลี้ยง ตามคติที่ว่าคนต้องรู้คุณ ยายเลี้ยงขวัญไว้เพื่อวันที่ตัวเองแก่ชรา และไม่อยากให้เธอหนีหายไปจากหนี้ก้อนนั้น

ยศ คือ อำนาจที่ขวัญต้องทำตาม อำนาจของเขาไม่ได้มาจากการข่มขู่ แต่มาจากความเกรงใจ ความผูกพัน และคำสอนของสังคม ขวัญจึงทำตามที่ยศบอกอย่างเสียมิได้ และถูกรั้งไว้ไม่ให้ห่างไปไหน
อำนาจแบบนี้อันตรายเพราะคนที่ถูกควบคุมไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกควบคุม มันรู้สึกเหมือนความรัก
.
วัวชน กระจกที่ไม่ต้องพูดอะไร

หนังวางวัวชนไว้ข้างขวัญตลอดเรื่อง และสองสิ่งนี้สะท้อนกันอย่างเงียบๆ

วัวชนถูกเลี้ยงอย่างดี กินของดี นอนในมุ้งที่แม้แต่คนยังไม่ได้นอน ไม่มีอะไรมาตอมได้ แต่ทั้งหมดนั้นไม่ได้ทำเพื่อตัววัว มันทำเพื่อวันที่วัวต้องขึ้นสังเวียน เอาร่างกาย น้ำตา และความเจ็บปวดไปแลกกับเจ้าของที่เลี้ยงมา แม้ต้องจบด้วยชีวิต
ความเอาใจใส่ที่ได้รับอาจไม่ใช่ความรัก แต่เป็นการลงทุน และหนังไม่ต้องพูดออกมาตรงๆ ว่า ขวัญกำลังถูกเลี้ยงเพื่ออะไร
.
แม่สะเมียง ความศรัทธาที่ย้อมด้วยสีแดง

ถ้าบุญคุณ คือ อำนาจที่ซ่อนอยู่ในบ้าน 
แม่สะเมียง คือ อำนาจที่ยืนอยู่กลางชุมชน
ชาวบ้านนับถือแม่สะเมียง ผู้ที่เชื่อกันว่าจะดลบันดาลให้วัวผยศทั้งหลายเชื่องลง 

หนังใช้ ‘สีแดง’ เป็นภาษาของความศรัทธานี้ และบ่มเพาะความเชื่อจนกลายเป็นโฆษณาชวนเชื่ออย่างแนบเนียน ชาวบ้านเชื่อในสิ่งที่ร่างทรงอยากให้เชื่อ แม้ความรุนแรงจะตกอยู่กับผู้ศรัทธาเอง ก็ไม่มีใครกล้าสงสัยหรือต่อต้าน

ความเชื่อนี้ไม่ต้องมีใครคอยเฝ้า เพราะมันถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา คนที่สงสัยจึงไม่ถูกมองว่าเป็นคนช่างคิด แต่ถูกมองว่าอกตัญญูและไม่รู้จักเคารพ

ผู้กำกับวางอำนาจไว้หลายชั้น ทั้งบุญคุณในบ้าน อำนาจของผู้ใหญ่ และความศรัทธาของชุมชน แต่ละชั้นช่วยกันกดทับเรื่องเดียวกัน คือการทำให้คนเชื่อง
.
.
.
และอาจมองภาพให้ไปถึงสังคมไทยก็เป็นได้…
.
พี่นาฎ ผู้หญิงที่อยู่ผิดที่ผิดทาง

‘นาฎ’ กลับมาบ้านนอกชั่วคราวเพราะปัญหาเรื่องที่อยู่ เธอเป็นสาวผมแดงที่ดูแปลกตาในหมู่บ้านนี้ เหมือนของที่วางผิดตำแหน่ง

สำหรับขวัญ ความแปลกใหม่นั้นคือความหวัง นาฎเป็นหลักฐานมีชีวิตว่ามีชีวิตอื่นนอกเหนือจากบ้านหลังนี้ มีคนที่เดินออกไปได้ และมีทางเดินที่ไม่ต้องผ่านบุญคุณหรือความศรัทธา

คนที่โตมาในระบบปิดมักต้องการหลักฐานว่าทางออกมีอยู่จริงก่อน จึงจะกล้าคิดถึงมัน นาฎคือหลักฐานนั้น แม้ตัวเธอเองจะยังหาที่ยืนไม่เจอ
.
คำถามที่หนังฝากไว้

เมื่อเรื่องเดินทางไปถึงจุดจบ หนังบอกเส้นทางให้เรา แล้วปล่อยให้คนดูหาคำตอบเอง ขวัญจะใช้ชีวิตของตัวเองอย่างไร และจะข้ามอุปสรรค ความศรัทธา ความเชื่อ และบุญคุณไปได้หรือไม่

ผมอยากให้ทุกคนหาคำตอบด้วยตัวเองว่า การทำให้เชื่องฝังอยู่ในสังคมของเราแบบไหน ผมนึกถึงประโยค "ทำไมไม่รู้จักบุญคุณ" ที่ผู้ใหญ่พูดกับเด็ก นึกถึงคนที่ไม่กล้าลาออกเพราะเกรงใจหัวหน้า และนึกถึงความเชื่อที่เรายังทำตามอยู่ทั้งที่ไม่เคยถามว่าทำไม 🐂

.
.
.
เลี้ยงไม่เชื่อง (Tammed)
#เลี้ยงไม่เชื่อง #Tame #รีวิวหนัง #หนังไทย  #BearsWanderer
ชื่อสินค้า:   เลี้ยงไม่เชื่อง (Tame)
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่