ฉันในวัย 32 ที่ตอบตัวเองไม่ได้สักวันว่าตอนนี้ฉันมีชีวิตไปเพื่ออะไร ตั้งแต่เล็กจนโต ฉันเป็นคนสุดท้ายที่จะถูกนึกถึง เป็นเด็กคนนึงที่เหมือนถ้าคนอื่นเดินอยู่บนดิน แต่ตัวฉันเอง จะอยู่ใต้ดิน ไม่ว่าจะกลุ่มเพื่อนและครูในโรงเรียน ครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง หรือแม้แต่ญาติๆ ฉันโดนเรียกไอ้อีทุกคำ ฉันโดนแม่ตีด้วยไม้แขวนเสื้อที่หน้า ตีที่แขนจนเป็นแผลเนื้อเปิด โดนปาขันน้ำสแตนเลสใส่หน้า โดนมีดปาใส่แต่ฉันหลบทัน วิ่งไปแอบในห้องน้ำ ก็ต้มน้ำร้อนสาดเข้ามา ฉันไม่รู้ว่าทำไมตัวฉันเองถึงเป็นคนที่ดูน่ารังเกลียดขนาดนั้น ฉันก็แค่เด็กคนนึง ฉันได้เงินมา ฉันหยอดกระปุกเพื่อที่ปีใหม่ ฉันจะเอาเงินตรงนั้นไปซื้อของขวัญให้ญาติพี่น้องฉันทุกคน แต่สิ่งที่ฉันได้กลับมาเมื่อฉันให้ของขวัญคนอื่น ฉันไม่ได้รับของขวัญจากใครแต่ฉันกลับถูกต่อว่า ว่าเงินที่ซื้อของขวัญมันก็เงินแม่ ไม่ใช่เงินฉัน พ่อไม่เคยปกป้องอะไรฉันเพราะเค้ามีหลายครอบครัว ฉันเลยยิ่งไม่เคยอยู่ในสายตาเค้าเลย ด้วยความเป็นเด็กเนอะ ฉันชอบแกล้งหลับ แอบฟัง จนรู้ว่าจริงๆแล้วฉันคือเด็กคนนึงที่แม้แต่พ่อแม่ ญาติพี่น้องรังเกลียดฉันมาก ฉันได้ยินน้าสะใภ้คุยกับน้าว่าไม่อยากให้ลูกเค้าเล่นกับฉัน หลังจากที่ฉันได้ยิน ฉันเลยเก็บตัวไม่กล้าเล่นกับใครอีกเลย ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมไม่ชอบฉันกัน ฉันพยายามหารูปตอนฉันเป็นเบบี้ เพราะฉันกับลูกพี่ลูกน้องเกิดใกล้ๆกันแต่สิ่งที่ฉันเห็นคือฉันมีแค่รูปที่นอนในรถเปลนอนติดพื้น อยู่ข้างเท้ายาย แต่ไม่มีรูปที่อุ้มฉันเลย ภาพจำฉัน มันจำได้ว่าฉันไม่เคยอยู่บ้านหลังนี้มาก่อน ฉันได้อยู่บ้านอีกหลัง ที่มีเด็กผชสองคน และ ผชอีกที่ไม่ชอบฉัน เค้าพยายามจะตีฉันทุกครั้งที่แม่ไม่อยู่ ฉันโดนเด็กผชสองคนนั้นผลักตกบันได พอฉันฟ้อง ฉันก็โดนผชคนนั้นตี ซึ่งฉันไม่รู้ว่าเค้าคือใคร ฉันไปนั่งแอบตากยุงอยู่หน้าบ้านเพื่อรอแม่กลับมา ฉันหิวนม แต่สิ่งที่ฉันได้กินคือฉันได้กินนมบูด แล้วไม่นานแม่ก็บอกฉันว่าจะพาไปนั่งเรือ ฉันก็ได้ไปอยู่กับยายและเจอญาติพี่น้องคนอื่น ช่วงปิดเทอมน้าชอบพาฉันไปอยู่กทม.ด้วย ฉันดีใจมาก ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นได้ไปเที่ยว เพราะน้ามีลูกสองคนให้ฉันช่วยเลี้ยงน้อง ฉันได้ไปทุกที่เลย แต่ฉันเข้าใจว่าฉันไม่ใช่ลูกเค้า เวลาที่ต้องเข้าสถานที่เสียเงินเพิ่มฉันจะได้นั่งรอด้านนอก และ น้าจะพาลูกและพี่เลี้ยงน้องเข้าไป แต่ด้วยความเด็กมั้งฉันไม่ได้คิดอะไร แค่ได้นั่งรถ ออกไปเที่ยวก็มีความสุขแล้ว แต่เหมือนเดิมแหละ น้าเขยเค้าไม่ชอบฉัน แม่ของน้าเขยยิ่งไม่ชอบฉันไปอีก ตอนกลางวันเค้าไม่ให้ฉันเล่ยในบ้าน เพราะบอกว่าน้องนอน ฉันเองก็แอบนอนที่โรงรถบ้าง นอนในห้องรองเท้า หรือ โต๊ะไม้ในสวนบ้านเค้า ฉันไม่กล้าพูดอะไร เพราะกลัวโดนว่า แต่ก็แอบได้ยินอีกเหมือนเดิม เค้าไม่อยากให้ลูกเค้าเล่นกับเรา ให้คนงานขับรถไปส่งฉันกลับบ้านที อีกวันฉันก็ยังทำเป็นไม่รู้เรื่องลงไปเข้าครัวกินข้าวปกติแต่กลายเป็นว่าเค้าให้เราไปนั่งกินอีกครัวที่ไม่ให้เปิดไฟ พอกินเสร็จเค้าก็บอกว่าต้องกลับบ้านแล้ว แม่โทรตามให้กลับบ้าน ฉันตอบความรู้สึกตัวเองไม่ได้เลยตอนนั้นก็น่าจะ 5-6 ขวบได้แหละ พอรู้ว่าเค้าคิดแบบนั้นกับฉัน ฉันก็ยอมกลับแต่โดยดี ไม่พูดอะไร ไม่ร้องไห้ ฉันนอนคนเดียวตั้งแต่อนุบาลสาม กางมุ้งนอนแยกคนเดียว วันไหนนอนดูทีวีแล้วหลับหน้าทีวีก็นอนตากยุงหน้าทีวีไป ไม่มีใครปลุกให้เข้าไปนอนในมุ้ง เช้าทุกวันก็ตื่นมาแม่ถักเปียให้ไปโรงเรียน แม่จะวางเงินให้ฉัน แต่ฉันเห็นว่าน้องได้เงินมากกว่าฉัน สิ่งที่ฉันรู้คือ แม่ให้เงินน้องเพิ่ม เพราะให้น้องกับพี่ไปออมเงินประกันของโรงเรียนทุกวันแต่ฉันไม่มีนะเงินประกันตรงนั้นน่ะ
ฉันเริ่มรู้ตัวว่าใครๆก็ต่างไม่ชอบฉันกัน ทุกคนรังเกลียดฉันมากๆ ทุกๆปีใหม่ จะมีป้าข้างบ้านที่เป็นญาติฉันเค้าก็จะเรียกเด็กๆทุกคนให้เงิน แต่เค้าไม่เรียกฉัน ทุกคนได้หมดยกเว้นฉัน ตอนนั้นฉันเลยรู้ตัวแล้วว่าไม่มีใครอยากยุ่งกับฉัน ฉันก็เลยไม่ยุ่งกับใครจนช่วงอาเซียนปิดเทอมยาวฉันก็ไปหางานพาสไทม์ทำกับเพื่อน เพื่อที่จะได้มีเงินเก็บ ไม่ไปกทม. เพราะเรารู้ว่าเค้าไม่ชอบเรากัน ตอนนั้นทำงานเก็บเงินได้ก็ไปซื้อทองเก็บ และ ซื้อแหวนทองให้แม่หนึ่งวง เพื่อที่ฉันคิดว่าฉันจะเป็นคนที่ถูกรักและถูกชมบ้าง ฉันลืมเล่าไปฉันมีแฟนด้วย เค้าให้ความรักฉันแบบที่ฉันไม่เคยได้รับอะไรแบบนี้มาก่อน จนคบได้สักสามปี เค้ามีคนอื่นเป็นรุ่นน้องในโรงเรียน เพื่อนเค้าแนะนำให้รู้จักเพราะเป็นเพื่อนกับแฟน เพื่อนแฟนฉัน สิ่งที่ฉันได้รับคือ เค้าแชทคุยกับเพื่อนเค้าว่ารังเกลียดเราเรียกเราอีทุกคำ จนโทรมาคุยและมีน้องคนนั้นในสายด้วย เค้าพูดในสายและน้องคนนั้นก็ฟังด้วยเค้าไล่ให้เราไปตุย เพราะเค้ารังเกลียดที่จะต้องทนเห็นเดินอยู่ในโรงเรียน ใช่ฉันพยายามฆตกตัวเองจริงๆกินน้ำยาล้างห้องน้ำแต่โชคดีที่ฉันกินไม่เยอะ และ ส่งโรงบาลทัน แต่ลืมเล่าไปว่าตอนที่ฉันโดนบอกเลิกฉันเสียใจมากก็บอกแม่และพี่ให้ช่วยคุยกับแฟนฉัน น้าเลยมารับฉันไปเที่ยวกทม. และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใช่ฉันทำในบ้านที่กทม. เค้าก็พาฉันไปรพ.เอกชนแหล่งนึง พอไปถึงคาดการณ์ว่าต้องวางเงินประกันเยอะ ฉันเลยต้องออกจากรพ.เดี๋ยวนั้นเลย ฉันไปอยู่แค่ห้องฉุกเฉินและแค่ใส่สายน้ำเกลือยังไม่ได้รักษาอะไร สรุปคือก็ตัดสินใจพาฉันไปรักษาบัตร 30 บาทที่บ้านฉันแทนก็น้าขับรถไปส่งและมีเพื่อนน้าที่นั่งกอดฉันไปตลอดทาง
สิ่งที่เกิดขึ้นตอนที่ญาติพี่น้องเพื่อนครูรู้เรื่อง ทุกคนโทรมาต่อว่าฉัน ว่าฉันสร้างปัญหา ทำตัวเป็นภาระ คนอื่นเดือดร้อน ว่าฉันทั้งๆที่ฉันยังคุยไม่รู้เรื่องฉันพยายามจับใจความต่างๆ จนเริ่มดีขึ้น แม่แฟนฉันส่งข้อความมาหาฉันและบอกให้ฉันเลิกยุ่งกับลูกเค้า เพราะแม่และป้าฉันไปเรียกร้องเงินจากเค้าทุกเดือน ฉันพึ่งมารู้ความจริงทีหลังฉันกับแฟนก็เลิกกันไปประมาณหนึ่งปี กลุ่มเพื่อนเค้ามีปัญหากับรุ่นน้องในโรงเรียน และ เค้าเองก็โดนรุมกระทืบ ฉันได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมและดูแลเค้าช่วงนั้นเลยได้กลับมาคุยกันแต่อย่างที่รู้ว่าแม่เค้าไม่ชอบฉันมากๆ แม่เค้าก็ส่งข้อความมาอีกขอให้เลิกยุ่งกับลูกเค้า ฉันเลยบอกลูกเค้าว่าจะยังไง ถ้าไม่อยากยุ่งกับฉันจริงๆฉันจะเลิกยุ่งได้เลย แต่ด้วยแฟนฉันที่เค้าต้องย้ายไปอยู่กทม.กับพ่อแม่เค้า เค้าเลยเลือกที่จะคุยกับฉันต่อ จนจบม.6 ฉันก็สมัครเรียนช่วยเค้าหามหาลัยใดๆ จนได้เรียนมหาลัยเดียวกันแต่คนละคณะ เค้าก็ไปเรียนบ้างไม่เรียนบ้างจนสุดท้ายเค้าก็ต้องซิ่วไปเรียนในกทม.ฉันเองก็เป็นคนหาที่เรียนให้ เค้าไปเรียนโรงเรียนทำอาหารชื่อดัง และต้องไปฝึกงานใดๆ ฝันร้ายของฉันกลับมาอีกครั้ง คือเค้ามีคนอื่นและพยายามบอกเลิกฉัน แต่ฉันไม่ยอมเลยได้กลับมาคบกันแต่ระหว่างนั้นที่เค้าฝึกงาน เค้ามีคนอื่นมาตลอดทุกครั้ง พอฉันจับได้ก็อารมย์เสียใส่ฉัน ก็ใช้ชีวิตกันมาแบบนี้เรื่อยๆ
พอเรียนจบทำงานฉันมีโอกาสได้ทำงานบริษัทชื่อดังมีสวัสดิการดีกู้ซื้อคอนโดได้ พี่ฉันมาหลอกให้ฉันกู้ร่วมเพื่อใช้สวัสดิการ ยื่นได้เพียงหนึ่งปี พี่ชายไม่จ่ายค่างวดฉันไม่เคยรับรู้มาก่อน เค้าอยากมีคอนโดเพราะเค้าจะได้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งกับน้องสาว แต่ไม่จ่ายค่างวดฉันไม่เคยรับรู้ เพราะเค้าแอบทำทุกอย่าง จนวันนึงฉันมีปัญหาเรื่องเงิน เล่นแชร์แล้วล้มหมุนเงินไม่ทันจนมีปัญหา ฉันพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองเลยไปยื่นธนาคารเพราะตอนนั้นฉันเงินเดือนหกหมื่นและมีบัตรเครดิตไม่มีใบที่วงเงินแค่สองหมื่นเลยคิดว่ายังไงก็น่าจะยื่นธนาคารได้ สรุปไม่ผ่านเลยฉันเลยไปตรวจเครดิตบูโร สรุปค้างชำระหนี้สามปีกว่า โดยที่ฉันไม่ได้รับการติดต่อจากธนาคารเลยด้วยซ้ำ พอฉันโวยวายสิ่งที่ได้รับกลับมาคือ ก็ช่วยพี่ไปก่อนสิ เงินเดือนตั้งมากมาย ดอกเบี้ยปรับเกือบสี่แสน คอนโดฉันไม่เคยอยู่ด้วย ไปนับครั้งได้ แต่กลับถูกญาติพี่น้องโยนภาระตรงนี้มาให้ เพราะบอกว่ามันชื่อฉัน ยังไงก็เป็นสมบัติฉันต้องรับผิดชอบไปสิ แต่ฉันไม่เอาและยืนยันที่จะไม่ต้องการคอนโดนี้ คอนโดเริ่มซื้อตั้งแต่ธันวาคม 2561 จนตอนนี้ ณ ปัจจุบัน ดอกเบี้ยปรับก็ยังเท่าเดิมคือผ่อนจริงๆคือปี 2562 หลังจากนั้นหยุดผ่อนไม่จ่ายไปเข้าปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใดๆ จนมาโควิดที่ฉันจับได้ ฉันคิดว่าควรจะต้องแก้ปัญหาให้ฉัน และตอนนี้ก็ไม่จัดการอะไรให้ แค่จ่ายค่างวด ส่วนดอกเบี้ยปรับไม่จ่ายก็คาไว้แบบนี้ ฉันไม่มีบ้านไม่มีรถเป็นชื่อของตัวเอง แต่พี่น้องฉันมีคอนโด มีรถ มีบ้าน โดยที่แม่ฉันหาเงินดาว์นรถให้ด้วยซ้ำ ฉันไม่มีอะไรเป็นของตัวเองสักอย่าง เมื่อฉันโวยวายฉันกลายเป็นคนนิสัยไม่ดีเห็นแก่ตัวเงินเดือนเยอะแต่ไม่ช่วยเหลือพี่น้อง
แต่ตอนที่ฉันเป็นหนี้ฉันไม่ได้รับการช่วยเหลือจากคนที่เป็นแม่ และ พี่เลยนะ แต่ลับหลังฉันเค้าเที่ยวพูดว่าช่วยฉันใช้หนี้ทั้งๆที่คนที่เข้ามาช่วยฉันคือครอบครัวแฟน และ ป้า แต่ต้องบอกก่อนว่า ป้าช่วยกฉันก็จริงแต่คิดดอกเบี้ยฉันทุกบาท ฉันจ่ายหนี้หมดตามงวดที่บอกมา โบนัสออกฉันปิดหนี้ก้อนใหญ่เลยแต่ข้อความที่ได้รับคือ ต้องจ่ายเพิ่มอีกแสนห้าเป็นดอกเบี้ยนะ ฉันเฟลมากใจร่วงไปถึงตาตุ่ม แบบคิดว่าตัวเองจะได้ลืมตาอ้าปาก สรุปคือไม่นะ วนลูปใช้หนี้เหมือนเดิม ส่วนแม่ไม่ช่วยอะไรฉันและยังขอให้ฉันซื้อข้าวของใช้ภายในบ้านทุกๆเดือน โดยที่ไม่เคยถามฉันสักคำว่าฉันมีกินหรือไม่มีกิน ตอนที่ใช้มีปัญหาเงินสักบาทจะไปทำงานฉันยังไม่มี ฉันขอเลือกที่จะไม่อ่านไม่ตอบ ใช่แล้วตอนที่ฉันมีปัญหาฉันกลับมาทำวิธีเดิมโอเว่อร์โดส แบบรุนแรง เป็นเคสแดง สิ่งที่ฉันรู้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ฉันไปโรงบาลด้วยรถกู้ภัยใช้สิทธิ์ประกันสังคมในการรักษา เหตุการณ์เกิดขึ้น เช้าวันเสาร์ สิ่งที่ฉันได้รับรู้ คือฉันชักจากการโอเว่อร์โดส ฉันมีแฟนฉันคนเดียวที่รอฉันอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน จนย้ายเข้ามาห้องรวมแต่ฉันไม่ได้สติ แต่เห็นเลื่อนลาง ว่าเค้ายืนมองฉันอยู่จนหมดเวลาเยี่ยม พ่อแม่ญาติพี่น้องฉันไม่มีใครมาดูฉันสักคนและแย่ไปกว่านั้นโทรไปหาแฟนฉันแล้วบอกว่าให้เลิกกับฉันไปเถอะ ปล่อยให้ฉันอยู่สภาพแบบนี้ไปแหละ แฟนฉันบอกว่าเค้าสงสารฉัน ทิ้งไม่ลงจริงๆ ไม่เหลือใครสักคนข้างตัวเลย ไม่มีใครมาหา ไม่มีใครโทรถามอาการ หรือ แฟนฉันโทรหาใครไม่มีใครรับสายด้วยซ้ำ ฉันดิ้นร้นของฉันหาทางออกในการใช้หนี้โดยทำงานที่จะครึ่งปี ที่ละปี เป็นพนงสัญญาจ้าง เพื่อที่จะอัพเงินเดือนสูงๆ และ รีบใช้หนี้ จนฉันใช้หนี้พ่อแม่แฟนหมด และ ใช้หนี้ป้ารวมถึงดอกเบี้ยที่เรียกเอาจากฉัน ฉันจ่ายให้โดยที่ฉันไม่เห็นด้วยซ้ำใบแจ้งหนี้จริงๆมันเท่าไหร่ เค้าเพียงแต่พูดว่าฉันต้องจ่ายดอกเบี้ยๆเท่านั้น ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงเท็จยังไง แต่ฉันเพียงแต่มองแค่ว่าวันนั้นฉันเดือดร้อน เค้ายื่นมือมาช่วย ฉันมันหลังชนฝาก็ทำงานจ่ายดอกเบี้ยไปโบนัสออกก็ปิดต้นคืนให้เค้า
ฉันคิดว่าฉันยังโชคดีที่หน้าที่การงานฉันมั่นคงมีตำแหน่งได้เป็นหัวหน้าแต่ลับหลังฉันก็รู้ดี ว่าฉันยังคงเป็นที่ไม่ถูกใจใครหลายๆคน เพียงเพราะฉันซื่อตรงกับหน้าที่การงานและตำแหน่งที่ฉันได้รับ ฉันไม่เคยใช้อำนาจในทางที่ผิด แต่อะไรที่จะทำให้ทีมฉันจะได้รับผลกระทบฉันเพียงปกป้องลูกน้องฉัน แต่ใช่ปกป้องลูกน้องตัวเอง แต่คนอื่นอาจจะได้รับผลกระทบ แต่ถ้าฉันไม่ปกป้อง ใช่เลยฉันไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ของตัวเองได้ เมื่อฉันตั้งใจทำงานของฉันแต่สิ่งที่ฉันตรงไปตรงมากลายเป็นที่น่ารังเกลียดของทุกคน ฉันยังตอบตัวเองด้วยความมั่นใจเสมอ ฉันไม่เคยพูดจาหักหน้าใคร และ ไม่พูดจาไม่มีมารยาทกับใครทั้งนั้น ถ้าหากไม่กระทำกับฉันก่อน แต่สิ่งที่ฉันได้รับ ลูกน้อง หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงานก็พูดถึงฉันลับหลัง นัดไปกินข้าวกับทีมโดยที่ไม่มีฉัน วันเกิดใคร ใครป่วย ฉันมีเค้ก มีของเยี่ยมทุกครั้ง แต่สิ่งเหล่านี้ฉันไม่ได้รับจากใคร ไม่เพียงแต่เพื่อนร่วมงาน เพื่อนของฉันเองก็ตามฉันจะเป็นคนเดียวที่ใครๆก็ดูไม่อยากคุยด้วย
ฉันต้องจัดการกับความรู้สึกของตัวเองยังไง?? การหายตัวไปมันจะดีกว่านี้มั้ย
ฉันเริ่มรู้ตัวว่าใครๆก็ต่างไม่ชอบฉันกัน ทุกคนรังเกลียดฉันมากๆ ทุกๆปีใหม่ จะมีป้าข้างบ้านที่เป็นญาติฉันเค้าก็จะเรียกเด็กๆทุกคนให้เงิน แต่เค้าไม่เรียกฉัน ทุกคนได้หมดยกเว้นฉัน ตอนนั้นฉันเลยรู้ตัวแล้วว่าไม่มีใครอยากยุ่งกับฉัน ฉันก็เลยไม่ยุ่งกับใครจนช่วงอาเซียนปิดเทอมยาวฉันก็ไปหางานพาสไทม์ทำกับเพื่อน เพื่อที่จะได้มีเงินเก็บ ไม่ไปกทม. เพราะเรารู้ว่าเค้าไม่ชอบเรากัน ตอนนั้นทำงานเก็บเงินได้ก็ไปซื้อทองเก็บ และ ซื้อแหวนทองให้แม่หนึ่งวง เพื่อที่ฉันคิดว่าฉันจะเป็นคนที่ถูกรักและถูกชมบ้าง ฉันลืมเล่าไปฉันมีแฟนด้วย เค้าให้ความรักฉันแบบที่ฉันไม่เคยได้รับอะไรแบบนี้มาก่อน จนคบได้สักสามปี เค้ามีคนอื่นเป็นรุ่นน้องในโรงเรียน เพื่อนเค้าแนะนำให้รู้จักเพราะเป็นเพื่อนกับแฟน เพื่อนแฟนฉัน สิ่งที่ฉันได้รับคือ เค้าแชทคุยกับเพื่อนเค้าว่ารังเกลียดเราเรียกเราอีทุกคำ จนโทรมาคุยและมีน้องคนนั้นในสายด้วย เค้าพูดในสายและน้องคนนั้นก็ฟังด้วยเค้าไล่ให้เราไปตุย เพราะเค้ารังเกลียดที่จะต้องทนเห็นเดินอยู่ในโรงเรียน ใช่ฉันพยายามฆตกตัวเองจริงๆกินน้ำยาล้างห้องน้ำแต่โชคดีที่ฉันกินไม่เยอะ และ ส่งโรงบาลทัน แต่ลืมเล่าไปว่าตอนที่ฉันโดนบอกเลิกฉันเสียใจมากก็บอกแม่และพี่ให้ช่วยคุยกับแฟนฉัน น้าเลยมารับฉันไปเที่ยวกทม. และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใช่ฉันทำในบ้านที่กทม. เค้าก็พาฉันไปรพ.เอกชนแหล่งนึง พอไปถึงคาดการณ์ว่าต้องวางเงินประกันเยอะ ฉันเลยต้องออกจากรพ.เดี๋ยวนั้นเลย ฉันไปอยู่แค่ห้องฉุกเฉินและแค่ใส่สายน้ำเกลือยังไม่ได้รักษาอะไร สรุปคือก็ตัดสินใจพาฉันไปรักษาบัตร 30 บาทที่บ้านฉันแทนก็น้าขับรถไปส่งและมีเพื่อนน้าที่นั่งกอดฉันไปตลอดทาง
สิ่งที่เกิดขึ้นตอนที่ญาติพี่น้องเพื่อนครูรู้เรื่อง ทุกคนโทรมาต่อว่าฉัน ว่าฉันสร้างปัญหา ทำตัวเป็นภาระ คนอื่นเดือดร้อน ว่าฉันทั้งๆที่ฉันยังคุยไม่รู้เรื่องฉันพยายามจับใจความต่างๆ จนเริ่มดีขึ้น แม่แฟนฉันส่งข้อความมาหาฉันและบอกให้ฉันเลิกยุ่งกับลูกเค้า เพราะแม่และป้าฉันไปเรียกร้องเงินจากเค้าทุกเดือน ฉันพึ่งมารู้ความจริงทีหลังฉันกับแฟนก็เลิกกันไปประมาณหนึ่งปี กลุ่มเพื่อนเค้ามีปัญหากับรุ่นน้องในโรงเรียน และ เค้าเองก็โดนรุมกระทืบ ฉันได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมและดูแลเค้าช่วงนั้นเลยได้กลับมาคุยกันแต่อย่างที่รู้ว่าแม่เค้าไม่ชอบฉันมากๆ แม่เค้าก็ส่งข้อความมาอีกขอให้เลิกยุ่งกับลูกเค้า ฉันเลยบอกลูกเค้าว่าจะยังไง ถ้าไม่อยากยุ่งกับฉันจริงๆฉันจะเลิกยุ่งได้เลย แต่ด้วยแฟนฉันที่เค้าต้องย้ายไปอยู่กทม.กับพ่อแม่เค้า เค้าเลยเลือกที่จะคุยกับฉันต่อ จนจบม.6 ฉันก็สมัครเรียนช่วยเค้าหามหาลัยใดๆ จนได้เรียนมหาลัยเดียวกันแต่คนละคณะ เค้าก็ไปเรียนบ้างไม่เรียนบ้างจนสุดท้ายเค้าก็ต้องซิ่วไปเรียนในกทม.ฉันเองก็เป็นคนหาที่เรียนให้ เค้าไปเรียนโรงเรียนทำอาหารชื่อดัง และต้องไปฝึกงานใดๆ ฝันร้ายของฉันกลับมาอีกครั้ง คือเค้ามีคนอื่นและพยายามบอกเลิกฉัน แต่ฉันไม่ยอมเลยได้กลับมาคบกันแต่ระหว่างนั้นที่เค้าฝึกงาน เค้ามีคนอื่นมาตลอดทุกครั้ง พอฉันจับได้ก็อารมย์เสียใส่ฉัน ก็ใช้ชีวิตกันมาแบบนี้เรื่อยๆ
พอเรียนจบทำงานฉันมีโอกาสได้ทำงานบริษัทชื่อดังมีสวัสดิการดีกู้ซื้อคอนโดได้ พี่ฉันมาหลอกให้ฉันกู้ร่วมเพื่อใช้สวัสดิการ ยื่นได้เพียงหนึ่งปี พี่ชายไม่จ่ายค่างวดฉันไม่เคยรับรู้มาก่อน เค้าอยากมีคอนโดเพราะเค้าจะได้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งกับน้องสาว แต่ไม่จ่ายค่างวดฉันไม่เคยรับรู้ เพราะเค้าแอบทำทุกอย่าง จนวันนึงฉันมีปัญหาเรื่องเงิน เล่นแชร์แล้วล้มหมุนเงินไม่ทันจนมีปัญหา ฉันพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองเลยไปยื่นธนาคารเพราะตอนนั้นฉันเงินเดือนหกหมื่นและมีบัตรเครดิตไม่มีใบที่วงเงินแค่สองหมื่นเลยคิดว่ายังไงก็น่าจะยื่นธนาคารได้ สรุปไม่ผ่านเลยฉันเลยไปตรวจเครดิตบูโร สรุปค้างชำระหนี้สามปีกว่า โดยที่ฉันไม่ได้รับการติดต่อจากธนาคารเลยด้วยซ้ำ พอฉันโวยวายสิ่งที่ได้รับกลับมาคือ ก็ช่วยพี่ไปก่อนสิ เงินเดือนตั้งมากมาย ดอกเบี้ยปรับเกือบสี่แสน คอนโดฉันไม่เคยอยู่ด้วย ไปนับครั้งได้ แต่กลับถูกญาติพี่น้องโยนภาระตรงนี้มาให้ เพราะบอกว่ามันชื่อฉัน ยังไงก็เป็นสมบัติฉันต้องรับผิดชอบไปสิ แต่ฉันไม่เอาและยืนยันที่จะไม่ต้องการคอนโดนี้ คอนโดเริ่มซื้อตั้งแต่ธันวาคม 2561 จนตอนนี้ ณ ปัจจุบัน ดอกเบี้ยปรับก็ยังเท่าเดิมคือผ่อนจริงๆคือปี 2562 หลังจากนั้นหยุดผ่อนไม่จ่ายไปเข้าปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใดๆ จนมาโควิดที่ฉันจับได้ ฉันคิดว่าควรจะต้องแก้ปัญหาให้ฉัน และตอนนี้ก็ไม่จัดการอะไรให้ แค่จ่ายค่างวด ส่วนดอกเบี้ยปรับไม่จ่ายก็คาไว้แบบนี้ ฉันไม่มีบ้านไม่มีรถเป็นชื่อของตัวเอง แต่พี่น้องฉันมีคอนโด มีรถ มีบ้าน โดยที่แม่ฉันหาเงินดาว์นรถให้ด้วยซ้ำ ฉันไม่มีอะไรเป็นของตัวเองสักอย่าง เมื่อฉันโวยวายฉันกลายเป็นคนนิสัยไม่ดีเห็นแก่ตัวเงินเดือนเยอะแต่ไม่ช่วยเหลือพี่น้อง
แต่ตอนที่ฉันเป็นหนี้ฉันไม่ได้รับการช่วยเหลือจากคนที่เป็นแม่ และ พี่เลยนะ แต่ลับหลังฉันเค้าเที่ยวพูดว่าช่วยฉันใช้หนี้ทั้งๆที่คนที่เข้ามาช่วยฉันคือครอบครัวแฟน และ ป้า แต่ต้องบอกก่อนว่า ป้าช่วยกฉันก็จริงแต่คิดดอกเบี้ยฉันทุกบาท ฉันจ่ายหนี้หมดตามงวดที่บอกมา โบนัสออกฉันปิดหนี้ก้อนใหญ่เลยแต่ข้อความที่ได้รับคือ ต้องจ่ายเพิ่มอีกแสนห้าเป็นดอกเบี้ยนะ ฉันเฟลมากใจร่วงไปถึงตาตุ่ม แบบคิดว่าตัวเองจะได้ลืมตาอ้าปาก สรุปคือไม่นะ วนลูปใช้หนี้เหมือนเดิม ส่วนแม่ไม่ช่วยอะไรฉันและยังขอให้ฉันซื้อข้าวของใช้ภายในบ้านทุกๆเดือน โดยที่ไม่เคยถามฉันสักคำว่าฉันมีกินหรือไม่มีกิน ตอนที่ใช้มีปัญหาเงินสักบาทจะไปทำงานฉันยังไม่มี ฉันขอเลือกที่จะไม่อ่านไม่ตอบ ใช่แล้วตอนที่ฉันมีปัญหาฉันกลับมาทำวิธีเดิมโอเว่อร์โดส แบบรุนแรง เป็นเคสแดง สิ่งที่ฉันรู้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ฉันไปโรงบาลด้วยรถกู้ภัยใช้สิทธิ์ประกันสังคมในการรักษา เหตุการณ์เกิดขึ้น เช้าวันเสาร์ สิ่งที่ฉันได้รับรู้ คือฉันชักจากการโอเว่อร์โดส ฉันมีแฟนฉันคนเดียวที่รอฉันอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน จนย้ายเข้ามาห้องรวมแต่ฉันไม่ได้สติ แต่เห็นเลื่อนลาง ว่าเค้ายืนมองฉันอยู่จนหมดเวลาเยี่ยม พ่อแม่ญาติพี่น้องฉันไม่มีใครมาดูฉันสักคนและแย่ไปกว่านั้นโทรไปหาแฟนฉันแล้วบอกว่าให้เลิกกับฉันไปเถอะ ปล่อยให้ฉันอยู่สภาพแบบนี้ไปแหละ แฟนฉันบอกว่าเค้าสงสารฉัน ทิ้งไม่ลงจริงๆ ไม่เหลือใครสักคนข้างตัวเลย ไม่มีใครมาหา ไม่มีใครโทรถามอาการ หรือ แฟนฉันโทรหาใครไม่มีใครรับสายด้วยซ้ำ ฉันดิ้นร้นของฉันหาทางออกในการใช้หนี้โดยทำงานที่จะครึ่งปี ที่ละปี เป็นพนงสัญญาจ้าง เพื่อที่จะอัพเงินเดือนสูงๆ และ รีบใช้หนี้ จนฉันใช้หนี้พ่อแม่แฟนหมด และ ใช้หนี้ป้ารวมถึงดอกเบี้ยที่เรียกเอาจากฉัน ฉันจ่ายให้โดยที่ฉันไม่เห็นด้วยซ้ำใบแจ้งหนี้จริงๆมันเท่าไหร่ เค้าเพียงแต่พูดว่าฉันต้องจ่ายดอกเบี้ยๆเท่านั้น ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงเท็จยังไง แต่ฉันเพียงแต่มองแค่ว่าวันนั้นฉันเดือดร้อน เค้ายื่นมือมาช่วย ฉันมันหลังชนฝาก็ทำงานจ่ายดอกเบี้ยไปโบนัสออกก็ปิดต้นคืนให้เค้า
ฉันคิดว่าฉันยังโชคดีที่หน้าที่การงานฉันมั่นคงมีตำแหน่งได้เป็นหัวหน้าแต่ลับหลังฉันก็รู้ดี ว่าฉันยังคงเป็นที่ไม่ถูกใจใครหลายๆคน เพียงเพราะฉันซื่อตรงกับหน้าที่การงานและตำแหน่งที่ฉันได้รับ ฉันไม่เคยใช้อำนาจในทางที่ผิด แต่อะไรที่จะทำให้ทีมฉันจะได้รับผลกระทบฉันเพียงปกป้องลูกน้องฉัน แต่ใช่ปกป้องลูกน้องตัวเอง แต่คนอื่นอาจจะได้รับผลกระทบ แต่ถ้าฉันไม่ปกป้อง ใช่เลยฉันไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ของตัวเองได้ เมื่อฉันตั้งใจทำงานของฉันแต่สิ่งที่ฉันตรงไปตรงมากลายเป็นที่น่ารังเกลียดของทุกคน ฉันยังตอบตัวเองด้วยความมั่นใจเสมอ ฉันไม่เคยพูดจาหักหน้าใคร และ ไม่พูดจาไม่มีมารยาทกับใครทั้งนั้น ถ้าหากไม่กระทำกับฉันก่อน แต่สิ่งที่ฉันได้รับ ลูกน้อง หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงานก็พูดถึงฉันลับหลัง นัดไปกินข้าวกับทีมโดยที่ไม่มีฉัน วันเกิดใคร ใครป่วย ฉันมีเค้ก มีของเยี่ยมทุกครั้ง แต่สิ่งเหล่านี้ฉันไม่ได้รับจากใคร ไม่เพียงแต่เพื่อนร่วมงาน เพื่อนของฉันเองก็ตามฉันจะเป็นคนเดียวที่ใครๆก็ดูไม่อยากคุยด้วย