โศกนาฏกรรมที่ Estadio Nacional จากเสียงนกหวีดที่คร่าชีวิต 328 คน / By When Saturday Comes


โศกนาฏกรรมที่ Estadio Nacional จากเสียงนกหวีดที่คร่าชีวิต 328 คน / By When Saturday Comes

ในโลกฟุตบอล เรามักจดจำเกมการแข่งขันจากประตูชัย

จากแชมป์ที่ยิ่งใหญ่

หรือจากช่วงเวลามหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในสนาม

แต่เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 1964

มีเกมฟุตบอลเกมหนึ่ง

ที่ไม่ได้ถูกจดจำจากผลการแข่งขัน

หากถูกจดจำจากจำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 300 คน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ สนามกีฬาแห่งชาติของเปรู (Estadio Nacional) ในกรุงลิมา

และจนถึงทุกวันนี้

ยังถือเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลโลก

การแข่งขันในวันนั้น เป็นฟุตบอลรอบคัดเลือกโอลิมปิกระหว่าง เปรู และ อาร์เจนตินา

โดยมีผู้ชมประมาณ 53,000 คน เข้ามาเต็มสนาม

สถานการณ์ในตารางคะแนนทำให้เกมนี้มีความสำคัญอย่างมาก

เปรูจำเป็นต้องมีผลการแข่งขันที่ดี

เพื่อรักษาโอกาสไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

เกมดำเนินมาจนถึงช่วงท้ายการแข่งขัน

โดยอาร์เจนตินาเป็นฝ่ายนำอยู่ 1-0

ก่อนที่นักเตะเปรูจะส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้สำเร็จ

แฟนบอลทั้งสนามลุกขึ้นฉลอง

เชื่อว่าทีมรักตีเสมอได้แล้ว

แต่ผู้ตัดสินชาวอุรุกวัย Ángel Eduardo Pazos

กลับเป่ายกเลิกประตูดังกล่าว โดยมองว่าเป็นการเล่นอันตรายของฝั่งเปรู

จากเสียงเฮ กลายเป็นเสียงโห่

ก่อนที่แฟนบอลบางส่วนจะวิ่งลงไปในสนามเพื่อประท้วงการตัดสิน

เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามควบคุมสถานการณ์

ด้วยการยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปยังอัฒจันทร์เพื่อสลายฝูงชน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น กลายเป็นหายนะ

แฟนบอลหลายหมื่นคนแตกตื่นและพยายามวิ่งออกจากสนามพร้อมกัน

แต่ปัญหาคือ ทางออกด้านล่างของอัฒจันทร์บางส่วนถูกปิดด้วยประตูเหล็กบานเลื่อน

ผู้คนที่อยู่ด้านหน้าถูกอัดเข้ากับประตู

ขณะที่ฝูงชนด้านหลังยังคงดันเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ภายในเวลาไม่กี่นาที

ผู้คนจำนวนมากเริ่มขาดอากาศหายใจ

ล้มทับกัน และถูกเหยียบซ้ำ

โดยไม่มีทางหนีออกจากพื้นที่คับแคบดังกล่าวได้..

ผลลัพธ์ของเหตุการณ์ครั้งนั้นน่าตกใจอย่างยิ่ง

จำนวนผู้เสียชีวิต328 คน
ผู้บาดเจ็บมากกว่า 500 คน

ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ ไม่ได้เสียชีวิตจากการจลาจล

แต่เสียชีวิตจากการถูกเบียดอัดและขาดอากาศหายใจบริเวณทางออกของสนาม

โศกนาฏกรรมครั้งนี้ส่งผลให้หลายประเทศทั่วโลก

เริ่มทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยของสนามกีฬา

โดยเฉพาะเรื่อง การออกแบบทางหนีไฟ
การเปิดทางออกฉุกเฉิน
การควบคุมฝูงชน
การใช้อุปกรณ์สลายการชุมนุมภายในสนามกีฬา

ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของมาตรการความปลอดภัยในสนามฟุตบอลยุคใหม่

เรื่องราวของ Estadio Nacional Disaster

เป็นเครื่องเตือนใจว่า อันตรายที่สุดในสนามฟุตบอล

อาจไม่ใช่การเข้าปะทะในสนาม

แต่คือการที่คนหลายหมื่นคนพยายามเคลื่อนที่ในเวลาเดียวกัน

โดยไม่มีระบบรองรับที่ดีพอ

ฟุตบอลควรเป็นสถานที่แห่งความสุข แต่ในวันที่ 24 พฤษภาคม 1964

เสียงเชียร์กว่า 53,000 คน

กลับจบลงด้วยความเงียบงันของผู้เสียชีวิต 328 คน

และทำให้โลกได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพง

ว่าความปลอดภัยของผู้ชม สำคัญไม่แพ้เกมการแข่งขันที่เกิดขึ้นในสนามเลย...

ไม่อยากพลาดเรื่องราวดีๆ แบบนี้
👉กดติดตามเพจ When Saturday Comes
https://www.facebook.com/share/1K4rHmdhYp/?mibextid=wwXIfr

References
-https://en.wikipedia.org/wiki/Estadio_Nacional_disaster
-https://www.history.com/this-day-in-history/May-24/riot-erupts-at-soccer-match
-https://en.wikipedia.org/wiki/1964_CONMEBOL_Pre-Olympic_Tournament
-https://latinamericanpost.com/sports/remembering-soccers-darkest-day-60-years-after-perus-estadio-nacional-disaster/
-Photo Credit: talesofthestands.com

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่