เรื่องจริงที่ไม่ลับของ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก by ช่องยูทูบ @letsgettoknowher2 (ep 16)

ถ้าชีวิตคนเราคือละคร... ผู้หญิงคนนี้เล่นมาหมดแล้ว ตั้งแต่เด็กหญิงหน้าใส ดีใจจนวิ่งชนตึกเพราะแอบรักรุ่นพี่ ไปจนถึงซูเปอร์สตาร์เบอร์ต้นของเอเชียที่ต้องผ่านทั้งข่าวดาร์ก ข่าวปลอมรุมทึ้ง และมรสุมชีวิตรักที่สะเทือนโซเชียลทั้งประเทศ แต่รู้ไหมครับว่า... จุดเริ่มต้นของ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ไม่ได้มาจากห้องแคสติ้งสวยหรู แต่มันเริ่มจาก สนามยิมนาสติก ที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและรอยฟกช้ำ เรื่องราวเบื้องหลังรอยยิ้มนี้มีอะไรที่พีคกว่าในจอ วันนี้ช่องletsgettoknow2 จะมาเล่าให้ฟังครับ

   เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในวันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2535 เด็กหญิงพิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ เกิดในครอบครัวไทยเชื้อสายจีน (แซ่หลิว/แซ่หลือ) คุณพ่อทำธุรกิจส่งออก ส่วนคุณแม่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ ผสมผสานความเป๊ะทางธุรกิจและความเห็นอกเห็นใจผู้คนมาเต็มร้อย
   ในวัยเด็ก ครอบครับของเธอส่งเธอไปฝึก ยิมนาสติกลีลา แบบเอาจริงเอาจังจนได้ทุนนักกีฬาโรงเรียน ความยืดหยุ่น ความอดทน และระเบียบวินัยเหล่านี้นี่แหละครับ ที่กลายเป็นรากฐานเหล็กหล่อให้เธอมีความเป็นมืออาชีพ และในขณะที่ใอยู่ชั้น ป.6 ใบเฟิร์น กำลังยืดเส้นยืดสายอยู่ในสนามซ้อม บังเอิญมีแมวมองจากโมเดลลิ่งบังเอิญผ่านมาเห็นเข้าเปรี้ยง ชวนไปทดสอบหน้ากล้องถ่ายโฆษณารองเท้านักเรียนหญิง นั่นแหละครับ ประตูบานแรก ของวงการบันเทิงจึงเปิดออกอย่างเป็นทางการ
  ชีวิตในวงการเธอเริ่มต้นจากเด็กตัวประกอบในภาพยนตร์ นายอโศกกับ น.ส.เพลินจิต (พ.ศ. 2546) และละคร ทะเลสาบสีเลือด (พ.ศ. 2550) จนกระทั่งปี พ.ศ. 2552 เธอก้าวเข้าสู่บ้านหลังใหญ่อย่างสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เป็นสัญญา 7 ปีเต็ม และเรื่องที่สร้างชื่อให้เธอเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และถูกจดจำ มาจากละครแฟนตาซีสุดฮิตระดับตำนานที่อยู่ในจักรวาลสาวน้อยในตะเกียงแก้ว นั้นคือเรื่อง อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว"  ออกฉายในปี พ.ศ. 2555 โดยใบเฟิร์น รับบทบาท "แนนนี่" แม่มดสาวจอมแก่นที่ต้องมาปะทะกับเรื่องราวเวทมนตร์คาถา พร้อมคาถาติดหูและเรตติ้งถล่มทลาย เรื่องนี้คือหมุดหมายสำคัญที่ย้ำว่าเด็กผู้หญิงคนนี้เติบโตมาเป็นนางเอกแถวหน้าได้อย่างเต็มภาคภูมิ
  แต่กระแสที่ระเบิดตู้มเป็นโกโก้ครั้นช์ทั่วเอเชียจริงๆ คือการรับบทเป็น "น้ำ" สาวน้อยหน้าตาธรรมดาที่แอบรักพี่โชน ในภาพยนตร์ในดวงใจใครหลายคน "สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า...รัก" (พ.ศ. 2553) คู่กับมาริโอ้ เมาเร่อ ซึ่งหนังเรื่องนี้ไม่ได้แค่กวาดรายได้ถล่มทลาย แต่ส่งเธอขึ้นแท่น "นางเอกร้อยล้าน" และยังสร้างปรากฏการณ์ฟีเวอร์ไปไกลทั่วเอเชีย ทั้งจีนและฟิลิปปินส์ จนแฟนคลับจีนแห่เรียกเธอด้วยความรักว่า "หลวี่ อ้ายฮุย" และนี่คือหมุดหมายแรกที่ประกาศก้องว่า เด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเธอยังคว้ารางวัลเฉลิมไทยอวอร์ดและ Top Awards มาครอง!จากภาพยนตร์เรื่องนี้อีกด้วย ซึ่งต่อมาเธอก็ตอกย้ำความสำเร็จเป็นนางเอก 200 ล้านบาทจากภาพยนตร์เรื่อง Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน (รับบทเป็น "กิ๊ง") ในปี พ.ศ. 2562 ครับ

   ความปังของเธอทำให้เธอเป็นนักแสดงที่มีค่าตัวแพงเป็นอันดับ 6 ของประเทศ พ่วงกับ เธอกลายเป็น เจ้าแม่พรีเซนต์เตอร์" เบอร์ต้นๆ ของเมืองไทยที่สินค้าแบรนด์ดังต่างแย่งตัวกัน ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ อาหารเสริม  เธอกวาดเรียบเป็นพรีเซนต์เตอร์พร้อมกันทีเดียวเป็นสิบๆ แบรนด์
ปี พ.ศ. 2559 คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อใบเฟิร์นตัดสินใจไม่ต่อสัญญาและเลือกเดินออกมาเป็น "นักแสดงอิสระ" หลายคนลุ้นว่ารอดไหม? บอกเลยว่า... เธอไม่ได้แค่รอด แต่เธอกระโดดข้ามกำแพงเด็กเรียบร้อยไปสู่มิติใหม่ที่ร้อนแรงและท้าทาย
   เริ่มตั้งแต่การรับบท "ก้านแก้ว" ในละคร หลงไฟ (พ.ศ. 2560) เธอแสดงเป็นหญิงสาวทะเยอทะยานที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อไต่เต้า หรือบทบาทสุดดราม่าอย่าง "นิรา " ใน ใบไม้ที่ปลิดปลิว (พ.ศ. 2562) เธอแสดงเป็นหญิงข้ามเพศที่มีปมบาดแผลในใจ จนคว้ารางวัลนาฏราช สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาได้สำเร็จและยังไม่หมดแค่นั้นครับ เธอยังตอกย้ำความปังด้วยบท "ทองดี / ทองประกาย" ใน ทองประกายแสด (พ.ศ. 2567) ที่ต้องผ่านผู้ชายถึง 9 คน และซีรีส์สะท้อนสังคมเรื่อง ทิชา (พ.ศ. 2568) ที่กวาดคำชมและรางวัลทั้งในและต่างประเทศ การเลือกรับบทติดเรทเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เธอยึดมั่นใน "ฝีมือการแสดง" มากกว่าการยึดติดกับภาพลักษณ์เดิมๆ
   ตลอด 20 ปีในวงการกับการเป็นบุคคลสาธารณะระดับตัวท็อป ใบเฟิร์นต้องเผชิญกับข่าวลือและ "ข่าวปลอม (Fake News)" มานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่ข่าวเรื่องยาเสพติดในปี 2556-2557 ไปจนถึงข่าวคลิปหลุดในปี 2560 ซึ่งในตอนนั้นเธอก้าวผ่านมันด้วยสติ มองว่าเป็นเรื่องตลกในวัยเบญจเพส และเชื่อมั่นว่าคนดูมีวิจารณญาณ
   ส่วนเรื่องหัวใจ... ความรักของเธอก็เป็นที่จับจ้องของสังคม เธอเคยเปิดเผยเรื่องความรักอย่างเป็นทางการครั้งแรกกับนักแสดงหนุ่ม ท็อป จรณ โสรัตน์ ในช่วงปี พ.ศ. 2560–2561 ความสัมพันธ์ดำเนินไประยะหนึ่งก่อนจะจบลงด้วยดี และต่มมาเธอมีข่าวความสัมพันธ์กับ "ณภัทร เสียงสมบุญ" ที่เริ่มต้นจากเพื่อนสนิทในภาพยนตร์ Friend Zone ก่อนจะขยับมาเป็นคนรู้ใจที่แฟนคลับเชียร์กันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ครับในปี พ.ศ. 2567 ทั้งคู่ต้องตัดสินใจถอยกลับมาอยู่ในสถานะ "เพื่อนที่ดีต่อกัน" ท่ามกลางแรงกดดันและบริบทของครอบครัว ใบเฟิร์นยอมรับความเสียใจด้วยความเข้มแข็ง ให้เกียรติทุกฝ่าย และไม่เคยสร้างความขัดแย้งผ่านสื่อเลยแม้แต่น้อย
  และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องจริงที่ไม่ลับของ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก สาวน้อยที่พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า เธอยังคงเป็นผู้หญิงที่งดงามที่สุดคนหนึ่ง แม้ชีวิตเธอโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะทุกครั้งที่เธอล้ม เธอเลือกที่จะลุกขึ้นมาเช็ดน้ำตา ทำการบ้าน อ่านบทให้หนักขึ้น และเดินหน้าต่อด้วยรอยยิ้มที่สตรองกว่าเดิม เรื่องราวของเธอสอนให้เราได้รู้ว่า... มงกุฎของความเป็นซูเปอร์สตาร์ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มันได้มาด้วยความมุ่งมั่น ความสม่ำเสมอ และหัวใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผา จนเป็นนางเอกผู้ครองใจมหาชน  แล้วคุณล่ะครับ... ประทับใจมุมไหนของใบเฟิร์น มากที่สุด? ลองคอมเมนต์คุยกันด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับสวัสดีครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่