ในการเรียนเพื่อเลื่อนชั้นระดับต่างๆ
1. ต้องมีสถานนะนักเรียนก่อน เทียบกับ อรหันตมรรคบุคคล
นั่นคือ ท่านนั้นมีสถานะเป็น อรหันตมรรคบุคคล แล้ว
2. นักเรียนนั้นยังต้องศึกษา ส่วน อรหันตมรรคบุคคลย่อมต้องฝึกปฏิบัติตน
3. นักเรียนสอบเลื่อนขั้นสำเร็จ เทียบกับอรหันตมรรคบุคคลมีบารมีแก่กล้า
เกิดอรหันตมรรคจิต 1 ขณะ ตัดกิเลสทั้งหมด เกิดอรหันตผล สำเร็จเป็นอรหันต์บุคคลทันที
แนวคิดนี้มีอรหันตมรรคบุคคลยาวนาน ต่างกับที่ผู้ศึกษาอภิธรรมตามๆกันมาเข้าใจว่ามีอรหันตมรรคบุคคลเพียงขณะจิตเดียว
แต่ที่ MahasatiNeo เสนอ แนวคิดนี้ไม่ขัดกับพระอภิธรรมที่กล่าวว่าเมื่อบรรลุอรหันต์จะเกิดอรหันตมรรค 1 ขณะจิต
อรหันตมรรคบุคคล (บุคคล) กับ อรหันตมรรคจิต (จิต) เป็นคนละความหมาย
*ตามหลักพระอภิธรรม
อรหัตตมรรคจิต (หรืออรหันตมรรคจิต) จะเกิดขึ้นเพียง
1 ขณะจิตเดียวเท่านั้นในจิตตวิถีของการบรรลุธรรมขั้นสูงสุด [
1]

นั่นคือ ท่านนั้นมีสถานะเป็น อรหันตมรรคบุคคล แล้ว
1. ต้องมีสถานนะนักเรียนก่อน เทียบกับ อรหันตมรรคบุคคล
นั่นคือ ท่านนั้นมีสถานะเป็น อรหันตมรรคบุคคล แล้ว
2. นักเรียนนั้นยังต้องศึกษา ส่วน อรหันตมรรคบุคคลย่อมต้องฝึกปฏิบัติตน
3. นักเรียนสอบเลื่อนขั้นสำเร็จ เทียบกับอรหันตมรรคบุคคลมีบารมีแก่กล้า
เกิดอรหันตมรรคจิต 1 ขณะ ตัดกิเลสทั้งหมด เกิดอรหันตผล สำเร็จเป็นอรหันต์บุคคลทันที
แนวคิดนี้มีอรหันตมรรคบุคคลยาวนาน ต่างกับที่ผู้ศึกษาอภิธรรมตามๆกันมาเข้าใจว่ามีอรหันตมรรคบุคคลเพียงขณะจิตเดียว
แต่ที่ MahasatiNeo เสนอ แนวคิดนี้ไม่ขัดกับพระอภิธรรมที่กล่าวว่าเมื่อบรรลุอรหันต์จะเกิดอรหันตมรรค 1 ขณะจิต
อรหันตมรรคบุคคล (บุคคล) กับ อรหันตมรรคจิต (จิต) เป็นคนละความหมาย
*ตามหลักพระอภิธรรม อรหัตตมรรคจิต (หรืออรหันตมรรคจิต) จะเกิดขึ้นเพียง 1 ขณะจิตเดียวเท่านั้นในจิตตวิถีของการบรรลุธรรมขั้นสูงสุด [1]