
วันนี้มารีวิวสมาร์ทแบนด์รุ่นใหม่ของทาง Xiaomi เป็นรุ่น Xiaomi Smart Band 11 สายรัดรุ่นท็อปล่าสุดจาก Xiaomi รอบนี้ยังเป็นทรงเดิม แต่ด้านในเป็น HyperOS 4 แล้ว มีอะไรเด็ดๆ บ้าง มาอ่านกันต่อได้ครับ
รีวิวตัวเป็นๆ ดูบน Youtube ได้ครับ
อุปกรณ์ในกล่อง Xiaomi Smart Band 11
- Xiaomi Smart Band 11
- สายชาร์จแบบแม่เหล็ก
- คู่มือการใช้งาน
วัสดุดีไซน์ Xiaomi Smart Band 11
ดีไซน์ของ Xiaomi Smart Band 11 ยังคงใช้รูปทรงหน้าจอแนวยาวแบบแคปซูลเหมือนเดิม น่าจะเป็นซิกเนเจอร์ของรุ่นนี้ไปแล้วครับ รอบนี้มีให้เลือก 4 รุ่น คือ
1. รุ่นมาตรฐาน
2. รุ่น NFC ที่เหมือนรุ่นมาตรฐานแต่มี NFC เพิ่มให้มา
3. รุ่น Unibody สายจะพิเศษ มีสีม่วงสีเดียว
4. รุ่น Ceramic
ของผมจะเป็นรุ่นมาตรฐานสีเหลือง Moon Gold สีใหม่ รุ่นนี้จะพิเศษหน่อยคือสายจะเป็นแบบผ้าแบบนี้ ส่วนถ้าเป็นสีอื่นๆจะเป็นสายซิลิโคนเหมือนรุ่นก่อนๆ แต่ราคาเท่ากันนะ พอมีสีนี้มาผมรีบกดเลยกลัวไม่ทัน เดี่ยวหมดก่อน
สลักของสายก็จะเหมือนเดิมครับ กดปุ่มตรงนี้แล้วจะเด้งออกมา ใช้สายกับรุ่นเดิมได้ สลักและขนาดเท่ากัน
วัสดุตัวเรือนรุ่นปกติใช้กรอบอะลูมิเนียม ความหนาและน้ำหนักรุ่นนี้จะลดลงเหลือ 9.99 มม. น้ำหนัก 15.58 กรัม ถือว่าเบามาก
ใส่ติดข้อมือได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกเกะกะ โดยเฉพาะคนที่ชอบใส่สมาร์ทแบนด์ตอนนอนเพื่อติดตามการนอนหลับครับ
โดยรวมดีไซน์ไม่ได้เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนมากนัก แต่เป็นการปรับรายละเอียดให้ดูบางลงและน้ำหนักเบากว่านิดหน่อย ทำให้การสวมใส่สบายขึ้นไปอีกครับ
การกันน้ำรุ่นนี้ให้มา 5ATM เหมือนเดิม ใส่ว่ายน้ำได้ โดนฝน โดนเหงื่อได้ไม่มีปัญหาครับ อันนี้แนะนำหน่อย ถ้าจะเอาไปว่ายน้ำหรือโดนน้ำจริงจัง ให้เปลี่ยนเป็นสายซิลิโคนจะดีกว่า เพราะมันแห้งเร็วครับ
หน้าจอ Xiaomi Smart Band 11
Xiaomi Band 11 ใช้จอ AMOLED ขนาด 1.72 นิ้ว อันนี้เท่าเดิมครับ ให้ภาพคมชัด สีสันสดใสรองรับอัตรารีเฟรชเรท 60Hz ความสว่างหน้าจอสูงสุด 2,000 nits เพิ่มจากเดิม 1,500 nits ทำให้สามารถมองเห็นข้อมูลบนหน้าจอได้ดีขึ้นเมื่อต้องใช้งานกลางแจ้งหรืออยู่ในบริเวณที่มีแสงแดดจัดๆครับ
ขอบหน้าจอบางประมาณ 2 มม. แบบนูน 3D สมมาตรเท่ากันทั้งหน้าจอ ทำให้พื้นที่แสดงผลดูเต็มตามากขึ้น รองรับหน้าจอแบบ AOD สำหรับคนที่อยากให้หน้าจอแสดงเวลาอยู่ตลอดโดยไม่ต้องยกข้อมือขึ้นมาปลุกหน้าจอครับ
ฟังก์ชันและการแจ้งเตือนบนนาฬิกา Xiaomi Smart Band 11
สำหรับฟังก์ชันการใช้งานทั่วไป Xiaomi Smart Band 11 มีเมนูพื้นฐานมาให้ค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะเป็นการดูเวลา วันที่ สภาพอากาศ การตั้งนาฬิกาปลุก นาฬิกาจับเวลา ตัวนับถอยหลัง เข็มทิศ และการควบคุมเพลงจากสมาร์ทโฟน พวกนี้ก็มีมาให้ครับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ฟังก์ชันค้นหาโทรศัพท์ ตั้งค่าการแจ้งเตือน และควบคุมกล้องบน iPhone จากตัวสมาร์ทแบนด์ได้ด้วยครับ
อีกฟังก์ชันที่เพิ่มมาใหม่คือใช้สมาร์ทแบนด์ควบคุมการเลื่อนหน้าจอครับ เช่นเลื่อนดูวิดีโอสั้น tiktok reels youtube shorts และสไลด์ PowerPoint , E-Book ได้ครับ
อีกอันก็จะเป็นการแชร์อัตราการเต้นของหัวใจให้แอปที่ 3 ครับ คือทำหน้าที่เป็น Heart Rate monitor เช่นถ้าผมปั่นจักรยานหรือวิ่งออนไลน์บนแอป Zwift จะมีฟังก์ชันแสดงอัตราการเต้นของหัวใจ เราสามารถเปิดใช้ฟีเจอร์นี้เชื่อมต่อกับแอปแล้วแสดงผลเป็นตัวเลขครับ
ส่วนการแจ้งเตือนที่เพิ่มเข้ามาคือสามารถแสดงการแจ้งเตือน 2 อุปกรณ์พร้อมกัน เช่น ถ้าเรามี iPhone และ Smart phone ของ Xiaomi ใช้งานพร้อมกัน แต่จะให้แจ้งเตือนต่างๆ บน Xiaomi Band 11 เครื่องเดียว แบบนี้ก็ทำได้ครับ เพราะมันเชื่อมได้ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน อันนี้ค่อนข้างสะดวกสำหรับคนใช้มือถือ 2 เครื่อง เพราะไม่ต้องมาสลับอุปกรณ์ไปมาในแอปของแต่ละเครื่องครับ
สำหรับการโทรไลน์บน Xiaomi Band 11 ของผมแสดงเป็นภาษาไทยชื่อถูกต้องแล้วนะครับ น่าจะเป็นเพราะ HyperOS4 ที่แก้ไขจากรุ่นก่อนๆครับ
การเชื่อมต่อแอป Xiaomi Smart Band 11
Xiaomi Band 11 ใช้แอป Mi Fitness เหมือนเดิม สำหรับตั้งค่าและจัดการข้อมูลต่าง ๆ
รองรับ Android และ iOS เมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้วก็สามารถดูข้อมูลสุขภาพและกิจกรรมต่าง ๆ ที่บันทึกจากสมาร์ทแบนด์ได้ครับ
ตัวอย่างข้อมูลที่ดูได้จากแอป เช่น จำนวนก้าว ระยะทางที่เดิน แคลอรีที่เผาผลาญ อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด ความเครียด และข้อมูลการนอนหลับ นอกจากนี้ยังสามารถปรับตั้งค่าการแจ้งเตือน เลือกหน้าปัดนาฬิกา และจัดการโหมดการติดตามสุขภาพผ่านแอปตัวนี้ได้เลย อีกอย่างสามารถเชื่อมต่อกับ Strava ได้เหมือนเดิมครับ
การออกกำลังกายและสุขภาพ Xiaomi Smart Band 11
Xiaomi Smart Band 11 จะไม่มี GPS ในตัวนะครับ จะมีในรุ่น Pro แทน การออกกำลังกายส่วนใหญ่ก็จะเน้นการออกกำลังกายในร่ม เช่น วิ่งลู่ เดินเร็ว เต้นอาราบิค ตัวนี้รองรับกีฬาเป็น 100 กว่าแบบ น่าจะครอบคลุมการออกกำลังกายทั้งหมดครับ ผมใช้วิ่งลู่ ก็ไม่มีปัญหาครับ การวัดอัตรการเต้นของหัวใจนิ่ง ระยะการวิ่งเพช ก็พอๆกับที่ผมวิ่งทุกวัน
ส่วนในเรื่องสุขภาพ ก็จะมีให้มาครบทั้ง
- การวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอดวัน
- วัดระดับออกซิเจนในเลือด
- ติดตามระดับความเครียด
- ติดตามคุณภาพการนอนหลับ
- ติดตามสุขภาพของผู้หญิงและรอบเดือน
- บันทึกจำนวนก้าวและแคลอรี
- ติดตามการออกกำลังกายและกิจกรรมประจำวัน
จุดที่อัพเกรดของรุ่นนี้คือมีการปรับปรุงเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจเป็น Dual เซนเซอร์ ช่วยให้การวัดมีความแม่นยำมากขึ้น พร้อมระบบติดตามการนอนหลับที่เพิ่มข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียดมากขึ้นครับ ใครเน้นเรื่องการนอนหลับแนะนำมากๆ เพราะสมาร์ทแบนด์แบบนี้ใส่นอนสบาย ไม่รู้สึกอึดอัดเลย ผมใส่นอนเทบจะไม่รู้สึกเลยว่า ใส่นอนอยู่ครับ
แบตเตอรี่และการชาร์จ Xiaomi Smart Band 11
เรื่องแบตเตอรี่เป็นจุดเด่นของ Xiaomi Smart Band อยุ่แล้วครับ รุ่นนี้ความจุแบตเตอรี่เท่ารุ่นเดิม การใช้งานสูงสุดได้ 21 วัน ถ้าเป็นโหมดประหยัดพลังงานนะครับแต่ถ้าใช้งานทั่วไป แจ้งเตือนถี่ เปิดหน้าจอบ่อย พร้อมเปิดการติดตามสุขภาพหลายรายการ เช่นวัดอัตราการเต้นของหัวใจบ่อยๆ ออกกำลังกายนาน อยู่ได้ประมาณ 5 - 10 วันครับ การชาร์จใช้สายชาร์จแบบแม่เหล็กแบบเดียวกับรุ่นก่อนๆ แปะหลังตัวเครื่องง่ายๆเลย
โดยรวมถือว่าเหมาะกับคนที่ไม่ชอบชาร์จนาฬิกาบ่อย ๆ ชาร์จทีเดียวใช้ยาวจนลืม และสามารถใส่ติดข้อมือเพื่อติดตามสุขภาพได้ต่อเนื่องหลายวัน โดยไม่ต้องห่วงเรื่องแบตเตอรี่หมดไวครับ
สรุปหลังการใช้งาน Xiaomi Smart Band 11
ปีนี้สมาร์ทแบนด์ถือว่ามาแรง เพราะเหมือนเทรนด์จะเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กกันเยอะเช่น ตัวเครื่องเล็กหรือแบบไม่มีจอเลย ส่วน Xiaomi Smart Band 11 ก็จะเป็นสมาร์ทแบนด์ที่เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นหลักครับ ทั้งการดูเวลา รับการแจ้งเตือน ติดตามการออกกำลังกาย และตรวจสอบข้อมูลสุขภาพตลอดทั้งวัน แม้จะไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก Smart Band 10 เท่าไหร่ แต่การปรับปรุงหน้าจอ มีสีใหม่เพิ่มเข้ามา รวมถึงเซ็นเซอร์แบบคู่และระบบติดตามการนอนหลับแบบใหม่ ก็ช่วยให้รุ่นใหม่น่าใช้งานมากขึ้น ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทแบนด์ที่ดูมินิมอล ราคาเข้าถึงง่าย ฟังก์ชันครบ และไม่ต้องชาร์จบ่อย Xiaomi Smart Band 11 ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ ตัวนี้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดนะครับ เวลาเลือกซื้อต้องดูดีๆครับ ไม่ใช่ตัว Active นะครับ
[CR] รีวิว Xiaomi Smart Band 11 ระบบ HyperOS4 ฟีเจอร์ใหม่ น่าใช้ขึ้นเยอะ
วันนี้มารีวิวสมาร์ทแบนด์รุ่นใหม่ของทาง Xiaomi เป็นรุ่น Xiaomi Smart Band 11 สายรัดรุ่นท็อปล่าสุดจาก Xiaomi รอบนี้ยังเป็นทรงเดิม แต่ด้านในเป็น HyperOS 4 แล้ว มีอะไรเด็ดๆ บ้าง มาอ่านกันต่อได้ครับ
รีวิวตัวเป็นๆ ดูบน Youtube ได้ครับ
อุปกรณ์ในกล่อง Xiaomi Smart Band 11
- Xiaomi Smart Band 11
- สายชาร์จแบบแม่เหล็ก
- คู่มือการใช้งาน
วัสดุดีไซน์ Xiaomi Smart Band 11
ดีไซน์ของ Xiaomi Smart Band 11 ยังคงใช้รูปทรงหน้าจอแนวยาวแบบแคปซูลเหมือนเดิม น่าจะเป็นซิกเนเจอร์ของรุ่นนี้ไปแล้วครับ รอบนี้มีให้เลือก 4 รุ่น คือ
1. รุ่นมาตรฐาน
2. รุ่น NFC ที่เหมือนรุ่นมาตรฐานแต่มี NFC เพิ่มให้มา
3. รุ่น Unibody สายจะพิเศษ มีสีม่วงสีเดียว
4. รุ่น Ceramic
ของผมจะเป็นรุ่นมาตรฐานสีเหลือง Moon Gold สีใหม่ รุ่นนี้จะพิเศษหน่อยคือสายจะเป็นแบบผ้าแบบนี้ ส่วนถ้าเป็นสีอื่นๆจะเป็นสายซิลิโคนเหมือนรุ่นก่อนๆ แต่ราคาเท่ากันนะ พอมีสีนี้มาผมรีบกดเลยกลัวไม่ทัน เดี่ยวหมดก่อน
สลักของสายก็จะเหมือนเดิมครับ กดปุ่มตรงนี้แล้วจะเด้งออกมา ใช้สายกับรุ่นเดิมได้ สลักและขนาดเท่ากัน
วัสดุตัวเรือนรุ่นปกติใช้กรอบอะลูมิเนียม ความหนาและน้ำหนักรุ่นนี้จะลดลงเหลือ 9.99 มม. น้ำหนัก 15.58 กรัม ถือว่าเบามาก
ใส่ติดข้อมือได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกเกะกะ โดยเฉพาะคนที่ชอบใส่สมาร์ทแบนด์ตอนนอนเพื่อติดตามการนอนหลับครับ
โดยรวมดีไซน์ไม่ได้เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนมากนัก แต่เป็นการปรับรายละเอียดให้ดูบางลงและน้ำหนักเบากว่านิดหน่อย ทำให้การสวมใส่สบายขึ้นไปอีกครับ
การกันน้ำรุ่นนี้ให้มา 5ATM เหมือนเดิม ใส่ว่ายน้ำได้ โดนฝน โดนเหงื่อได้ไม่มีปัญหาครับ อันนี้แนะนำหน่อย ถ้าจะเอาไปว่ายน้ำหรือโดนน้ำจริงจัง ให้เปลี่ยนเป็นสายซิลิโคนจะดีกว่า เพราะมันแห้งเร็วครับ
หน้าจอ Xiaomi Smart Band 11
Xiaomi Band 11 ใช้จอ AMOLED ขนาด 1.72 นิ้ว อันนี้เท่าเดิมครับ ให้ภาพคมชัด สีสันสดใสรองรับอัตรารีเฟรชเรท 60Hz ความสว่างหน้าจอสูงสุด 2,000 nits เพิ่มจากเดิม 1,500 nits ทำให้สามารถมองเห็นข้อมูลบนหน้าจอได้ดีขึ้นเมื่อต้องใช้งานกลางแจ้งหรืออยู่ในบริเวณที่มีแสงแดดจัดๆครับ
ขอบหน้าจอบางประมาณ 2 มม. แบบนูน 3D สมมาตรเท่ากันทั้งหน้าจอ ทำให้พื้นที่แสดงผลดูเต็มตามากขึ้น รองรับหน้าจอแบบ AOD สำหรับคนที่อยากให้หน้าจอแสดงเวลาอยู่ตลอดโดยไม่ต้องยกข้อมือขึ้นมาปลุกหน้าจอครับ
ฟังก์ชันและการแจ้งเตือนบนนาฬิกา Xiaomi Smart Band 11
สำหรับฟังก์ชันการใช้งานทั่วไป Xiaomi Smart Band 11 มีเมนูพื้นฐานมาให้ค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะเป็นการดูเวลา วันที่ สภาพอากาศ การตั้งนาฬิกาปลุก นาฬิกาจับเวลา ตัวนับถอยหลัง เข็มทิศ และการควบคุมเพลงจากสมาร์ทโฟน พวกนี้ก็มีมาให้ครับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ฟังก์ชันค้นหาโทรศัพท์ ตั้งค่าการแจ้งเตือน และควบคุมกล้องบน iPhone จากตัวสมาร์ทแบนด์ได้ด้วยครับ
อีกฟังก์ชันที่เพิ่มมาใหม่คือใช้สมาร์ทแบนด์ควบคุมการเลื่อนหน้าจอครับ เช่นเลื่อนดูวิดีโอสั้น tiktok reels youtube shorts และสไลด์ PowerPoint , E-Book ได้ครับ
อีกอันก็จะเป็นการแชร์อัตราการเต้นของหัวใจให้แอปที่ 3 ครับ คือทำหน้าที่เป็น Heart Rate monitor เช่นถ้าผมปั่นจักรยานหรือวิ่งออนไลน์บนแอป Zwift จะมีฟังก์ชันแสดงอัตราการเต้นของหัวใจ เราสามารถเปิดใช้ฟีเจอร์นี้เชื่อมต่อกับแอปแล้วแสดงผลเป็นตัวเลขครับ
ส่วนการแจ้งเตือนที่เพิ่มเข้ามาคือสามารถแสดงการแจ้งเตือน 2 อุปกรณ์พร้อมกัน เช่น ถ้าเรามี iPhone และ Smart phone ของ Xiaomi ใช้งานพร้อมกัน แต่จะให้แจ้งเตือนต่างๆ บน Xiaomi Band 11 เครื่องเดียว แบบนี้ก็ทำได้ครับ เพราะมันเชื่อมได้ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน อันนี้ค่อนข้างสะดวกสำหรับคนใช้มือถือ 2 เครื่อง เพราะไม่ต้องมาสลับอุปกรณ์ไปมาในแอปของแต่ละเครื่องครับ
สำหรับการโทรไลน์บน Xiaomi Band 11 ของผมแสดงเป็นภาษาไทยชื่อถูกต้องแล้วนะครับ น่าจะเป็นเพราะ HyperOS4 ที่แก้ไขจากรุ่นก่อนๆครับ
การเชื่อมต่อแอป Xiaomi Smart Band 11
Xiaomi Band 11 ใช้แอป Mi Fitness เหมือนเดิม สำหรับตั้งค่าและจัดการข้อมูลต่าง ๆ
รองรับ Android และ iOS เมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้วก็สามารถดูข้อมูลสุขภาพและกิจกรรมต่าง ๆ ที่บันทึกจากสมาร์ทแบนด์ได้ครับ
ตัวอย่างข้อมูลที่ดูได้จากแอป เช่น จำนวนก้าว ระยะทางที่เดิน แคลอรีที่เผาผลาญ อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด ความเครียด และข้อมูลการนอนหลับ นอกจากนี้ยังสามารถปรับตั้งค่าการแจ้งเตือน เลือกหน้าปัดนาฬิกา และจัดการโหมดการติดตามสุขภาพผ่านแอปตัวนี้ได้เลย อีกอย่างสามารถเชื่อมต่อกับ Strava ได้เหมือนเดิมครับ
การออกกำลังกายและสุขภาพ Xiaomi Smart Band 11
Xiaomi Smart Band 11 จะไม่มี GPS ในตัวนะครับ จะมีในรุ่น Pro แทน การออกกำลังกายส่วนใหญ่ก็จะเน้นการออกกำลังกายในร่ม เช่น วิ่งลู่ เดินเร็ว เต้นอาราบิค ตัวนี้รองรับกีฬาเป็น 100 กว่าแบบ น่าจะครอบคลุมการออกกำลังกายทั้งหมดครับ ผมใช้วิ่งลู่ ก็ไม่มีปัญหาครับ การวัดอัตรการเต้นของหัวใจนิ่ง ระยะการวิ่งเพช ก็พอๆกับที่ผมวิ่งทุกวัน
ส่วนในเรื่องสุขภาพ ก็จะมีให้มาครบทั้ง
- การวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอดวัน
- วัดระดับออกซิเจนในเลือด
- ติดตามระดับความเครียด
- ติดตามคุณภาพการนอนหลับ
- ติดตามสุขภาพของผู้หญิงและรอบเดือน
- บันทึกจำนวนก้าวและแคลอรี
- ติดตามการออกกำลังกายและกิจกรรมประจำวัน
จุดที่อัพเกรดของรุ่นนี้คือมีการปรับปรุงเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจเป็น Dual เซนเซอร์ ช่วยให้การวัดมีความแม่นยำมากขึ้น พร้อมระบบติดตามการนอนหลับที่เพิ่มข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียดมากขึ้นครับ ใครเน้นเรื่องการนอนหลับแนะนำมากๆ เพราะสมาร์ทแบนด์แบบนี้ใส่นอนสบาย ไม่รู้สึกอึดอัดเลย ผมใส่นอนเทบจะไม่รู้สึกเลยว่า ใส่นอนอยู่ครับ
แบตเตอรี่และการชาร์จ Xiaomi Smart Band 11
เรื่องแบตเตอรี่เป็นจุดเด่นของ Xiaomi Smart Band อยุ่แล้วครับ รุ่นนี้ความจุแบตเตอรี่เท่ารุ่นเดิม การใช้งานสูงสุดได้ 21 วัน ถ้าเป็นโหมดประหยัดพลังงานนะครับแต่ถ้าใช้งานทั่วไป แจ้งเตือนถี่ เปิดหน้าจอบ่อย พร้อมเปิดการติดตามสุขภาพหลายรายการ เช่นวัดอัตราการเต้นของหัวใจบ่อยๆ ออกกำลังกายนาน อยู่ได้ประมาณ 5 - 10 วันครับ การชาร์จใช้สายชาร์จแบบแม่เหล็กแบบเดียวกับรุ่นก่อนๆ แปะหลังตัวเครื่องง่ายๆเลย
โดยรวมถือว่าเหมาะกับคนที่ไม่ชอบชาร์จนาฬิกาบ่อย ๆ ชาร์จทีเดียวใช้ยาวจนลืม และสามารถใส่ติดข้อมือเพื่อติดตามสุขภาพได้ต่อเนื่องหลายวัน โดยไม่ต้องห่วงเรื่องแบตเตอรี่หมดไวครับ
สรุปหลังการใช้งาน Xiaomi Smart Band 11
ปีนี้สมาร์ทแบนด์ถือว่ามาแรง เพราะเหมือนเทรนด์จะเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กกันเยอะเช่น ตัวเครื่องเล็กหรือแบบไม่มีจอเลย ส่วน Xiaomi Smart Band 11 ก็จะเป็นสมาร์ทแบนด์ที่เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นหลักครับ ทั้งการดูเวลา รับการแจ้งเตือน ติดตามการออกกำลังกาย และตรวจสอบข้อมูลสุขภาพตลอดทั้งวัน แม้จะไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก Smart Band 10 เท่าไหร่ แต่การปรับปรุงหน้าจอ มีสีใหม่เพิ่มเข้ามา รวมถึงเซ็นเซอร์แบบคู่และระบบติดตามการนอนหลับแบบใหม่ ก็ช่วยให้รุ่นใหม่น่าใช้งานมากขึ้น ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทแบนด์ที่ดูมินิมอล ราคาเข้าถึงง่าย ฟังก์ชันครบ และไม่ต้องชาร์จบ่อย Xiaomi Smart Band 11 ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ ตัวนี้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดนะครับ เวลาเลือกซื้อต้องดูดีๆครับ ไม่ใช่ตัว Active นะครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้