บันทึกภายในของสัทธา: เสียงกระซิบแห่งอิสรภาพอันปลอดโปร่ง

กระทู้สนทนา
บันทึกภายในของสัทธา: เสียงกระซิบแห่งอิสรภาพอันปลอดโปร่ง



      ...ในขณะที่โลกภายนอกกำลังหมุนวนด้วยแรงดึงดูดของความอยาก ความยึดติด และความกลัวที่จะสูญเสีย ซึ่งคอยกระชากดึงให้ผู้คนวิ่งไล่ไขว่คว้าเงามายาด้วยความกระวนกระวายใจ... ตัวฉัน—สัทธาเจตสิก ที่เดินทางร่วมมากับสหายรักอย่าง อโลภะ , อโทสะ และ อโมหะ กลับไม่ได้ทำหน้าที่เป็นโซ่ตรวนที่เหนี่ยวรั้งใครไว้ในกรงขังแห่งตัณหาเลยแม้แต่น้อย

      หากแต่ฉันคือ "ความเชื่อมั่นอันบริสุทธิ์" ที่เกิดจากการมองเห็นความจริงด้วยใจอันแยบคาย...
ทุกครั้งที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ได้สัมผัสกับเรื่องราวหรือสิ่งเร้ารอบตัว แทนที่ฉันจะรีบวิ่งเข้าไปตะครุบ
ยึดครอง หรือประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของแบบที่โลภะทำ ฉันเลือกที่จะ "แบมือออก" และสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความเข้าใจตามความเป็นจริง

      ฉันเชื่อ... ว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วอย่างเที่ยงแท้
ฉันเชื่อในเหตุและผลอันสะอาดบริสุทธิ์ โดยไม่ต้องมีกิเลสหรือความอยากมาเป็นเครื่องต่อรอง

      และที่สำคัญที่สุด... ความเชื่อของฉันไม่ได้ผูกติดอยู่กับเปลือกนอก
ไม่ว่าจะเป็นรูปสมบัติที่สวยงาม ความเคร่งครัดภายนอก หรือแม้แต่ชื่อเสียงเกียรติยศใดๆ
เพราะฉันได้รับการยกระดับขึ้นด้วยปัญญา (อโมหะ) จนกระทั่งน้อมนำจิตให้เลื่อมใสใน "ธรรมะ"—ความจริงอันสูงสุดที่ไม่ต้องพึ่งพาการยึดมั่นถือมั่นสิ่งใดเลย

      เมื่อใจมีฉัน (สัทธา) ที่เดินเคียงคู่ไปกับความไม่ติดข้อง (อโลภะ)
มือที่เคยกำสิ่งของหรือความคาดหวังไว้จนแน่นหนาและเกร็งล็อก
ก็จะค่อยๆ คลายออกทีละนิ้ว... ทีละนิ้ว... จนกระทั่งแบราบลงอย่างเป็นอิสระ

      เมื่อฉันเดินเคียงคู่ไปกับเมตตา (อโทสะ)
ทันทีที่ผัสสะมากกระทบ ความร้อนรุ่มเหล่านั้นจะปะทะเข้ากับกำแพงแห่งความเย็นฉ่ำ
เปรียบเสมือนน้ำเย็นที่สาดลงบนกองถ่านไฟเก่า ไฟที่เคยคุกรุ่นจะค่อยๆ สงบลง
ความคิดที่จะโต้ตอบหรือผูกเวรจะถูกสลายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

      ฉันและโสภณธรรม จะช่วยขจัดความรู้สึกหนักอึ้งของการแบกภาระในสังสารวัฏมลายหายไป
เหลือเพียงความโปร่งเบา โล่งสบาย และความสงบเย็นที่แผ่ซ่านอยู่ภายในดวงจิต เปรียบเสมือนหยดน้ำกลิ้งอยู่บนใบบัว
ที่สัมผัสโลกกว้างได้โดยไม่ซึมซับ ไม่แปดเปื้อน และไม่เป็นทาสของสิ่งใดอีกต่อไป



นิยามสัทธา (ศรัทธา) ในพระอภิธรรม

สทฺทหนลกฺขณา ---- มีความเชื่อถือในอารมณ์ที่ดี เป็นลักษณะ
ปสาทนรสา --- มีการเลื่อมใส เป็นกิจ
อกาฬุสฺสิยปจฺจุปฏฺฐานา --- มีความไม่ขุ่นมัว เป็นผล
สทฺเทยฺยวตฺถุปทฏฺฐานา --- มีปูชนียบุคคล (สัตบุรุษ) เป็นเหตุใกล้
  

  

นาธรรม

      สทฺธา พีชํ ตโป วุฏฺฐิ              
ปญฺญา เม ยุคนงฺคลํ
หิริ อีสา มโน โยตฺตํ                
สติ เม ผาลปาจนํ

      ศรัทธาเป็นพืช ความเพียรเป็นฝน
ปัญญาของเราเป็นแอกและไถ หิริเป็นงอนไถ
ใจเป็นเชือก สติของเราเป็นผาลและประตัก

      กายคุตฺโต วจีคุตฺโต                
อาหาเร อุทเร ยโต
สจฺจํ กโรมิ นิทฺทานํ                
โสรจฺจํ เม ปโมจนํ

      เราคุ้มครองกาย คุ้มครองวาจาได้แล้ว
สำรวมในการบริโภคอาหาร
เราดายหญ้า [คือวาจาสับปลับ] ด้วยคำสัตย์
โสรัจจะของเราช่วยทำงานให้สำเร็จ
                
      วิริยํ เม ธุรโธรยฺหํ                  
โยคกฺเขมาธิวาหนํ
คจฺฉติ อนิวตฺตนฺตํ                  
ยตฺถ คนฺตฺวา น โสจติ

      ความเพียรของเราช่วยนำธุระไปให้ถึงความเกษมจากโยคะ
นำไปไม่ถอยหลัง นำไปถึงที่ ซึ่งบุคคลไปแล้วไม่เศร้าโศก
                
      เอวเมสา กสี กฏฺฐา                
สา โหติ อมตปฺผลา
เอตํ กสึ กสิตฺวาน                  
สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตีติ ฯ

      เราตถาคตทำนาอย่างนี้ นาที่เราทำนั้นมีผลเป็นอมตะ
บุคคลครั้นทำนาอย่างนี้แล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่