เครือข่ายสมาคมขนส่งทางบก 13 สมาคม เตรียมส่งตัวแทนไปรวมตัวบริเวณหน้ากระทรวงพลังงาน กรุงเทพมหานคร ในวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาราคาน้ำมัน รวมถึงชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงสร้างราคาพลังงาน
1. เกิดอะไรขึ้น?
นายวิโรจน์ รมเยศ นายกสมาคมขนส่งภาคตะวันออก เปิดเผยว่า เครือข่ายสมาคมขนส่งทั้ง 13 สมาคมจะส่งตัวแทนจากทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม โดยมีสาเหตุสำคัญจากความเดือดร้อนด้านต้นทุนพลังงาน และข้อเรียกร้องที่เคยยื่นต่อหน่วยงานรัฐเมื่อประมาณ 3–4 เดือนก่อน แต่ยังไม่ได้รับคำชี้แจงที่กลุ่มเห็นว่าชัดเจนเพียงพอ
การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเฉพาะเรื่องราคาน้ำมันในระยะสั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับคำถามเรื่องความโปร่งใสและความเป็นธรรมของระบบกำหนดราคาน้ำมันในประเทศไทยด้วย
2. ผู้ประกอบการต้องการให้รัฐบาลแก้ไขอะไร?
จากรายงานข่าว สามารถสรุปข้อเรียกร้องหลักได้ 3 ประเด็น
ประเด็นที่ 1: ทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน
ต้องการให้รัฐบาลชี้แจงองค์ประกอบราคาน้ำมัน ทั้งต้นทุน ค่าการกลั่น ภาษี เงินกองทุนน้ำมัน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าราคาที่จ่ายมีที่มาอย่างไร
ประเด็นที่ 2: ขอคำตอบกรณีข้อสงสัยเรื่องน้ำมันหาย
เครือข่ายต้องการทราบความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีที่เคยตั้งคำถามว่าน้ำมันหายไปไหน รวมถึงผลการตรวจสอบและความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยข่าวที่ตรวจสอบได้ยังไม่ได้ยืนยันว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นแล้ว
ประเด็นที่ 3: มาตรการลดราคาต้องช่วยผู้ใช้จริง
ผู้ประกอบการมองว่ามาตรการลดราคาน้ำมันบางประเภทอาจไม่ช่วยรถบรรทุกและธุรกิจขนส่งอย่างทั่วถึง จึงต้องการให้รัฐทบทวนมาตรการให้ตรงกับชนิดน้ำมันที่ใช้จริงในภาคโลจิสติกส์
3. ทำไมน้ำมันแพงจึงกระทบคนทั่วไป?
ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่เจ้าของรถบรรทุก แต่ส่งผ่านไปตลอดห่วงโซ่เศรษฐกิจ
ราคาน้ำมันและต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น
ต้นทุนขนส่งและโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น
ต้นทุนเกษตรกรและผู้ผลิตเพิ่มขึ้น
ราคาสินค้าและภาระค่าครองชีพอาจสูงขึ้น
เครือข่ายขนส่งระบุว่า เกษตรกรอาจได้รับผลกระทบซ้ำซ้อน เพราะต้องแบกรับต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถขึ้นราคาผลผลิตได้ตามต้นทุนเสมอไป ทำให้กำไรสุทธิลดลง
4. รัฐบาลทำอะไรแล้ว และเหตุใดจึงยังมีข้อโต้แย้ง?
รายงานข่าววันที่ 3 พฤศจิกายนยังกล่าวถึงมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 และ B20 เป็นระยะเวลา 3 เดือน แต่ฝ่ายขนส่งเห็นว่ามาตรการดังกล่าวยังไม่ตอบโจทย์ เพราะน้ำมันทั้งสองชนิดไม่ได้เป็นเชื้อเพลิงหลักที่ใช้ในภาคขนส่งสินค้าทุกประเภท
ประเด็นที่ต้องแยกให้ออก คือ
รัฐบาลอาจมองว่า การลดภาษีเฉพาะชนิดน้ำมันเป็นวิธีช่วยเหลือที่ทำได้ภายใต้งบประมาณและเงื่อนไขที่กำหนด
ฝ่ายขนส่งมองว่า มาตรการยังไม่ตรงจุด หากไม่ได้ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงที่รถบรรทุกส่วนใหญ่ใช้จริง
ประชาชนต้องการทราบว่า มาตรการใดจะช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริง และใครเป็นผู้รับภาระต้นทุนในท้ายที่สุด
ทั้งนี้ การปรับลดภาษีหรือค่าธรรมเนียมแต่ละประเภทมีผลต่อราคาน้ำมันต่างกัน จึงไม่ควรสรุปว่าการลดภาษีรายการหนึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันทุกชนิดลดลงเท่ากัน
แต่ประเด็นสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงว่าราคาน้ำมันจะลดลงหรือไม่
แต่คือ ประเทศไทยจะจัดโครงสร้างราคาพลังงานอย่างไรให้สะท้อนต้นทุนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมลดผลกระทบต่อประชาชน
หากรัฐบาลลดราคาน้ำมันได้เพียงบางชนิด แต่ไม่ช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการที่เป็นกำลังหลักในการขนส่งสินค้า ผลประโยชน์อาจไม่กระจายไปถึงเกษตรกร ผู้ผลิตรายย่อย และผู้บริโภคอย่างทั่วถึง ในทางกลับกัน การลดราคาน้ำมันก็ต้องคำนึงถึงต้นทุนทางการคลังและความมั่นคงทางพลังงานด้วย
แหล่งข่าวสำหรับติดตามต่อ:
มติชน — เครือข่าย 13 สมาคมนัดรวมตัวหน้ากระทรวงพลังงาน
Sondhitalk — ทวงคำตอบเรื่องน้ำมันและโครงสร้างราคา
หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นอ้างอิงรายงานข่าวที่เผยแพร่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับราคาน้ำมัน กำไรโรงกลั่น และกรณีน้ำมันหายเป็นประเด็นที่ฝ่ายผู้ประกอบการหยิบยกขึ้นมา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์ครบถ้วนจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในครั้งนี้
รถบรรทุก 13 สมาคม เตรียมเคลื่อนไหวเรื่องน้ำมันแพง
1. เกิดอะไรขึ้น?
นายวิโรจน์ รมเยศ นายกสมาคมขนส่งภาคตะวันออก เปิดเผยว่า เครือข่ายสมาคมขนส่งทั้ง 13 สมาคมจะส่งตัวแทนจากทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม โดยมีสาเหตุสำคัญจากความเดือดร้อนด้านต้นทุนพลังงาน และข้อเรียกร้องที่เคยยื่นต่อหน่วยงานรัฐเมื่อประมาณ 3–4 เดือนก่อน แต่ยังไม่ได้รับคำชี้แจงที่กลุ่มเห็นว่าชัดเจนเพียงพอ
การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเฉพาะเรื่องราคาน้ำมันในระยะสั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับคำถามเรื่องความโปร่งใสและความเป็นธรรมของระบบกำหนดราคาน้ำมันในประเทศไทยด้วย
2. ผู้ประกอบการต้องการให้รัฐบาลแก้ไขอะไร?
จากรายงานข่าว สามารถสรุปข้อเรียกร้องหลักได้ 3 ประเด็น
ประเด็นที่ 1: ทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน
ต้องการให้รัฐบาลชี้แจงองค์ประกอบราคาน้ำมัน ทั้งต้นทุน ค่าการกลั่น ภาษี เงินกองทุนน้ำมัน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าราคาที่จ่ายมีที่มาอย่างไร
ประเด็นที่ 2: ขอคำตอบกรณีข้อสงสัยเรื่องน้ำมันหาย
เครือข่ายต้องการทราบความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีที่เคยตั้งคำถามว่าน้ำมันหายไปไหน รวมถึงผลการตรวจสอบและความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยข่าวที่ตรวจสอบได้ยังไม่ได้ยืนยันว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นแล้ว
ประเด็นที่ 3: มาตรการลดราคาต้องช่วยผู้ใช้จริง
ผู้ประกอบการมองว่ามาตรการลดราคาน้ำมันบางประเภทอาจไม่ช่วยรถบรรทุกและธุรกิจขนส่งอย่างทั่วถึง จึงต้องการให้รัฐทบทวนมาตรการให้ตรงกับชนิดน้ำมันที่ใช้จริงในภาคโลจิสติกส์
3. ทำไมน้ำมันแพงจึงกระทบคนทั่วไป?
ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่เจ้าของรถบรรทุก แต่ส่งผ่านไปตลอดห่วงโซ่เศรษฐกิจ
ราคาน้ำมันและต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น
ต้นทุนขนส่งและโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น
ต้นทุนเกษตรกรและผู้ผลิตเพิ่มขึ้น
ราคาสินค้าและภาระค่าครองชีพอาจสูงขึ้น
เครือข่ายขนส่งระบุว่า เกษตรกรอาจได้รับผลกระทบซ้ำซ้อน เพราะต้องแบกรับต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถขึ้นราคาผลผลิตได้ตามต้นทุนเสมอไป ทำให้กำไรสุทธิลดลง
4. รัฐบาลทำอะไรแล้ว และเหตุใดจึงยังมีข้อโต้แย้ง?
รายงานข่าววันที่ 3 พฤศจิกายนยังกล่าวถึงมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 และ B20 เป็นระยะเวลา 3 เดือน แต่ฝ่ายขนส่งเห็นว่ามาตรการดังกล่าวยังไม่ตอบโจทย์ เพราะน้ำมันทั้งสองชนิดไม่ได้เป็นเชื้อเพลิงหลักที่ใช้ในภาคขนส่งสินค้าทุกประเภท
ประเด็นที่ต้องแยกให้ออก คือ
รัฐบาลอาจมองว่า การลดภาษีเฉพาะชนิดน้ำมันเป็นวิธีช่วยเหลือที่ทำได้ภายใต้งบประมาณและเงื่อนไขที่กำหนด
ฝ่ายขนส่งมองว่า มาตรการยังไม่ตรงจุด หากไม่ได้ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงที่รถบรรทุกส่วนใหญ่ใช้จริง
ประชาชนต้องการทราบว่า มาตรการใดจะช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริง และใครเป็นผู้รับภาระต้นทุนในท้ายที่สุด
ทั้งนี้ การปรับลดภาษีหรือค่าธรรมเนียมแต่ละประเภทมีผลต่อราคาน้ำมันต่างกัน จึงไม่ควรสรุปว่าการลดภาษีรายการหนึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันทุกชนิดลดลงเท่ากัน
แต่ประเด็นสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงว่าราคาน้ำมันจะลดลงหรือไม่ แต่คือ ประเทศไทยจะจัดโครงสร้างราคาพลังงานอย่างไรให้สะท้อนต้นทุนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมลดผลกระทบต่อประชาชน
หากรัฐบาลลดราคาน้ำมันได้เพียงบางชนิด แต่ไม่ช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการที่เป็นกำลังหลักในการขนส่งสินค้า ผลประโยชน์อาจไม่กระจายไปถึงเกษตรกร ผู้ผลิตรายย่อย และผู้บริโภคอย่างทั่วถึง ในทางกลับกัน การลดราคาน้ำมันก็ต้องคำนึงถึงต้นทุนทางการคลังและความมั่นคงทางพลังงานด้วย
แหล่งข่าวสำหรับติดตามต่อ:
มติชน — เครือข่าย 13 สมาคมนัดรวมตัวหน้ากระทรวงพลังงาน
Sondhitalk — ทวงคำตอบเรื่องน้ำมันและโครงสร้างราคา
หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นอ้างอิงรายงานข่าวที่เผยแพร่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับราคาน้ำมัน กำไรโรงกลั่น และกรณีน้ำมันหายเป็นประเด็นที่ฝ่ายผู้ประกอบการหยิบยกขึ้นมา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์ครบถ้วนจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในครั้งนี้