'ตลท.-โบรก' สรุปเกณฑ์ใหม่ โยก TRS เข้าที่ Prop Trade จับตาวอลุ่มต่างชาติ



'ตลท.-โบรก' สรุปเกณฑ์ใหม่ โยก TRS เข้าที่ Prop Trade จับตาวอลุ่มต่างชาติ

สรุป:
- ตลท. และโบรกเกอร์สรุปเกณฑ์ใหม่ โดยจะย้ายการบันทึกธุรกรรม Total Return Swap (TRS) จากกลุ่ม "นักลงทุนต่างประเทศ" ไปอยู่ในกลุ่ม "บัญชีบริษัทหลักทรัพย์" (Prop Trade) เพื่อให้สะท้อนเจ้าของเงินทุนที่แท้จริง
- การปรับเกณฑ์ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความถูกต้องของข้อมูลตลาดทุน โดยจะยึดตามบัญชีที่ใช้ในการซื้อขายจริงแทนเจตนาในการลงทุน
- การเปลี่ยนแปลงจะส่งผลให้สัดส่วนปริมาณการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติดูลดลง และปริมาณการซื้อขายของบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (Prop Trade) เพิ่มขึ้น โดยจะมีการปรับข้อมูลย้อนหลัง 1 ปี
- อย่างไรก็ตาม การปรับเกณฑ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อยอดซื้อขายสุทธิ (Net Buy/Sell) และภาพรวมเงินทุนไหลเข้า-ออกของนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากธุรกรรม TRS ที่ทำเพื่อป้องกันความเสี่ยงมียอดสุทธิเป็นศูนย์


เป็นประเด็นที่ถูกจับตามองใน “แวดวงการลงทุน” กรณีที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นัดถกกับสมาชิกโบรกเกอร์ (Broker) หรือ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ในการปรับเกณฑ์การบันทึกข้อมูลธุรกรรม Total Return Swap (TRS) ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงเชิงโครงสร้างเพื่อยกระดับ “ความโปร่งใส (Transparency)” และ “ความถูกต้องตามหลักกฎหมาย” ของข้อมูลตลาดทุนไทย และการปรับเกณฑ์ครั้งนี้สะท้อนว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับฟังเสียงสะท้อนจากผู้เล่นในตลาดที่ต้องการเห็น “เจ้าของเงินทุนที่แท้จริง”

สะท้อนภาพ เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมา ในการประชุมร่วมกันระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสมาชิกโบรกเกอร์ (Broker) หรือ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการในการปรับปรุงเกณฑ์การรายงานข้อมูลธุรกรรม Total Return Swap (TRS) โดยเตรียมประกาศใช้นิยามใหม่ที่เน้น “ความชัดเจน” โดยอิงตามประเภทบัญชีและเจ้าของเงินทุนที่แท้จริง

แหล่งข่าวจากตลาดการเงินและการลงทุน เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ผลการประชุมร่วมกันระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเห็นพ้องตรงกันทั้งหมด โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ คงจะเตรียมประกาศสรุปอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ โดยหลักการสำคัญคือ การปรับจัดประเภทนักลงทุนให้ตรงกับประเภทบัญชีที่ใช้ทำธุรกรรมซื้อขายจริง จากเดิมที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยึดตาม “เจตจำนงในการซื้อขาย” ซึ่งมาจากนักลงทุนต่างประเทศ แล้วผ่านบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์ในไทย เพื่อทำอนุพันธ์และบริหารความเสี่ยง ทำให้ถูกจัดอยู่ใน “กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ”  (Foreign)

แต่เมื่อมีข้อท้วงติงในตลาด จึงปรับเปลี่ยนมาจัดอยู่ใน “กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์” (Prop Trade) แทน เนื่องจากในทางกฎหมายถือว่าใช้บัญชีและตัวเงินของบริษัทหลักทรัพย์ในการทำรายการ

ดังนั้น ที่ประชุมฯ ได้เห็นตรงกันและได้ข้อสรุปร่วมกันเกี่ยวกับการแบ่งประเภท “นักลงทุน” ให้ตรงกับบัญชีที่ใช้ใน “การซื้อขายจริง” จากเดิมที่ยึดตามเจตจำนงของนักลงทุนต่างชาติที่ให้โบรกเกอร์ซื้อขายแทน จะมีการปรับเปลี่ยนไปจัดอยู่ในหมวด Pop Trade ซึ่งเป็นบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์แทน

“ถ้าทางกฎหมายก็ยึดตามบัญชี แบบนี้ก็ชัดและถูกต้องกว่าในเมื่อเป็นบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ที่ทำการซื้อขาย เป็นเงินของบริษัทหลักทรัพย์เอง ไม่ใช่เงินของลูกค้า บันทึกเป็นบริษัทหลักทรัพย์ก็ถูกต้องแล้ว"

ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสและให้สามารถเปรียบเทียบข้อมูลได้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำการปรับปรุงข้อมูลย้อนหลังเป็นเวลา 1 ปี (ตั้งแต่ต้นปี) ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนยอดซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติดูลดลง และไปเพิ่มขึ้นในฝั่ง Prop Trade แต่อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนบรรทัดรายงานนี้ ไม่มีผลกระทบต่อยอดซื้อขายสุทธิ (Net Buy/Net Sell) ของนักลงทุนต่างชาติเลย

เนื่องจากธุรกรรม TRS ที่โบรกเกอร์ดำเนินการเป็นการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ที่มีทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายเท่ากัน ส่งผลให้ยอดสุทธิรวมออกมาเป็น “ศูนย์” (0) ตัวเลขเงินทุนไหลเข้าออกสะสมรายวันและภาพรวมทั้งปีจึงยังคงเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ การจัดประเภทข้อมูลในอดีตไม่ใช่การส่งสัญญาณผิดพลาด และไม่ได้กระทบต่อการประเมิน GDP หรือ สร้างความได้เปรียบเสียเปรียบในอุตสาหกรรม

เนื่องจากในอดีตทางโบรกเกอร์ได้หารือร่วมกับ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ไว้แล้ว ซึ่งการลงรายการสามารถมองได้ทั้ง 2 รูปแบบ แต่เมื่อผู้เล่นส่วนใหญ่ในตลาดต้องการเห็นตัวเลขตามประเภทบัญชีเจ้าของเงินจริง จึงดำเนินการปรับเปลี่ยนตามความต้องการของตลาด โดยหลังจากนี้ ธุรกรรม TRS จะบันทึกเป็น Prop Trade

ทั้งนี้ การรายงานข้อมูลแยก 4 กลุ่มของไทย ถือเป็นการประกาศด้วยความสมัครใจ ซึ่งหลายประเทศไม่ได้มีการรายงานรายละเอียดรายวันเช่นนี้ โดยขั้นตอนถัดไปคือการรอตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดนิยามของแต่ละบรรทัดให้ชัดเจนและประกาศอย่างเป็นทางการ

“ถ้าผู้เล่นส่วนใหญ่บอกอยากเห็นตัวเลขที่เป็นเจ้าของเงินจริง ก็เปลี่ยนเท่านั้น มองว่า ไม่ได้ยาก ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้ดู ทุกวันเหมือนเดิมหมด ไม่ได้สื่อสัญญาณอะไรผิดพลาดเลย คนที่ใช้ตัวเลขนี้ก็ใช้ได้ต่อไป การปรับเปลี่ยนเกณฑ์ยังไม่ส่งผลกระทบต่อ GDP ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณที่ผิดพลาดต่อตลาดทุน”



ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่