⌛✨💖 นิทานพื้นบ้านอเมริกา: หมาป่าโคโยตี้กับดวงดาว 💖✨⌛




          ในอดีตกาลนานมาแล้ว ท้องฟ้ายามค่ำคืนยังว่างเปล่า ไม่มีแสงดาว ไม่มีดวงจันทร์ มีเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมโลกยามราตรี เหล่าเทพและสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มองดูและตัดสินใจว่าควรมีแสงระยิบระยับบนท้องฟ้า เพื่อให้โลกในยามค่ำคืนงดงามและไม่อ้างว้างจนเกินไป

          พวกเขาเริ่มรวบรวมก้อนหินเรืองแสง ที่มีพลังพิเศษ เมื่อถูกโยนขึ้นไป มันจะเปล่งแสงและลอยอยู่บนฟ้าอย่างถาวร สัตว์ศักดิ์สิทธิ์แต่ละตัวช่วยกันจัดเรียงดวงดาวขึ้นไปอย่างระมัดระวัง พวกมันเลือกตำแหน่งให้เหมาะสม บางดวงรวมกันเป็นกลุ่มเกิดเป็นลวดลายสวยงาม บางดวงถูกเว้นระยะให้สมดุล
ท่ามกลางหมู่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์นั้น มีหมาป่าโคโยตี้อยู่ด้วย มันเป็นสัตว์ที่ฉลาด แต่ขี้เล่น ดื้อรั้น และมักไม่ชอบทำตามกฎเกณฑ์ โคโยตี้นั่งมองเหล่าสัตว์ที่ค่อย ๆ วางดวงดาวอย่างประณีต มันขมวดคิ้วอย่างเบื่อหน่าย
          “พวกเจ้าจะเสียเวลาทำไม?” โคโยตี้ถามขึ้นอย่างรำคาญ “ทำไมไม่โยนหินพวกนี้ขึ้นไปทั้งหมดทีเดียว? ท้องฟ้าก็จะเต็มไปด้วยแสงดาวในพริบตา!”
          กวางศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นผู้ดูแลการจัดวางดวงดาวส่ายหน้า “ทุกสิ่งต้องมีระเบียบ โคโยตี้ ดวงดาวต้องถูกวางให้เหมาะสม เพื่อให้เกิดความสมดุลและความงดงาม”“
          โคโยตี้พ่นลมหายใจเบาๆ มันไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเสียเวลาจัดเรียงดวงดาวให้นานขนาดนี้ ท้องฟ้ายังคงมืดสนิท และมันรู้สึกว่าความมืดนั้นช่างน่าเบื่อ

          คืนแล้วคืนเล่า เหล่าสัตว์ยังคงช่วยกันค่อยๆ วางดวงดาวขึ้นไปทีละดวง โคโยตี้มองดูด้วยความหงุดหงิด มันเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบรออะไรนานๆ และไม่ชอบทำสิ่งที่ต้องใช้ความอดทน
          “พวกเจ้าทำงานช้าจัง ข้าทนไม่ไหวแล้ว!” โคโยตี้บ่น ก่อนจะเดินตรงไปยังกองหินเรืองแสง
          สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวอื่นๆ หันมามองมันด้วยความสงสัย กวางศักดิ์สิทธิ์ขมวดคิ้ว “โคโยตี้ เจ้าจะทำอะไร?”
          แต่ยังไม่ทันมีใครห้ามได้ โคโยตี้ก็ก้มลงคว้าหินเรืองแสงขึ้นมากำมือหนึ่ง แล้วเหวี่ยงมันขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยแรงทั้งหมดที่มันมี!

          พรึ่บ! หินเรืองแสงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและกระจัดกระจายไปทั่ว ดวงหนึ่งตกอยู่ในมุมหนึ่งของฟ้า อีกดวงปลิวออกไปไกลโดยไร้ทิศทาง บางดวงรวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆ บางดวงอยู่โดดเดี่ยว
          สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทุกตัวอ้าปากค้าง มองดูดาวที่กระจัดกระจายอย่างไร้ระเบียบ จากฟ้าที่เคยมีดวงดาวที่จัดวางอย่างสวยงาม บัดนี้เต็มไปด้วยจุดแสงที่กระจายมั่วไปหมด

          “แบบนี้ก็ดูดีออก!” โคโยตี้พูดพลางหัวเราะ “ดูสิ ท้องฟ้าสว่างขึ้นทันทีเลย! ทำไมต้องเสียเวลาจัดเรียงกันทีละดวงด้วย?”
          แต่แทนที่สัตว์ตัวอื่นจะเห็นด้วย พวกมันกลับมองหน้ากันด้วยความตกใจและผิดหวัง กวางศักดิ์สิทธิ์ถอนหายใจ “เจ้าทำให้ฟ้ามีดาวกระจัดกระจายไปหมด โคโยตี้ แทนที่จะเป็นระเบียบอย่างที่ควรจะเป็น”“
          โคโยตี้ยักไหล่ มันไม่สนใจว่าสิ่งที่มันทำจะถูกต้องหรือไม่ สิ่งสำคัญคือมันทำให้ฟ้าสว่างขึ้นแล้ว และมันก็ไม่ต้องทนรออีกต่อไป
          แต่เมื่อมันเงยหน้ามองท้องฟ้าอีกครั้ง มันเริ่มรู้สึกว่าบางอย่างผิดปกติ…

          ดวงดาวบางดวง ดูไม่สวยงามอย่างที่มันคิด บางดวงเล็กเกินไป บางดวงกระจัดกระจายจนดูยุ่งเหยิง มันเริ่มไม่พอใจที่ฟ้าดูแปลกๆ ไป
          “เดี๋ยวสิ… ข้าไม่ชอบดาวพวกนี้บางดวง”” โคโยตี้พึมพำ “ข้าจะเอาพวกมันกลับลงมา!”


          มันงอเข่า แล้วกระโดดขึ้นสูงสุดแรงเกิด มันพุ่งตัวขึ้นไปในอากาศ ยื่นอุ้งเท้าออกไปหวังจะคว้าดาวที่มันไม่ชอบ แต่เมื่อมันคิดว่าปลายนิ้วจะสัมผัสดวงดาวได้ ดวงดาวกลับอยู่สูงกว่าที่มันคาดไว้
          “อีกรอบ!” โคโยตี้คำราม แล้วกระโดดขึ้นไปอีกครั้ง แต่มันก็ยังไปไม่ถึง
          มันลองกระโดดซ้ำแล้วซ้ำเล่าครั้งแล้วครั้งเล่า จนเริ่มเหนื่อยหอบ แต่มันก็ยังคว้าดาวไม่ได้แม้แต่ดวงเดียว

          สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวอื่นๆ ยืนมองอยู่เงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไร เพราะพวกเขารู้แล้วว่า โคโยตี้แก้ไขสิ่งที่มันทำไปไม่ได้อีกแล้ว
          “เจ้าทำสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว โคโยตี้” กวางศักดิ์สิทธิ์พูดขึ้น “ดวงดาวเหล่านั้นจะอยู่บนนั้นตลอดไป ไม่ว่าเจ้าจะชอบหรือไม่ก็ตาม”
          โคโยตี้ยืนหอบ มองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยสายตาเสียดาย มันเพิ่งตระหนักว่าความใจร้อนของมันทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปตลอดกาล

          โคโยตี้เดินจากไปอย่างหัวเสีย มันไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่ทำไปแล้วได้ ท้องฟ้าจะไม่เป็นระเบียบอย่างที่เหล่าเทพและสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตั้งใจอีกต่อไป
          คืนนั้น โคโยตี้ปีนขึ้นไปนั่งบนโขดหินสูง เงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความขุ่นเคือง มันพยายามไม่คิดถึงดวงดาวที่มันโยนขึ้นไป แต่มันก็อดมองไม่ได้ จนเกิดเป็นทางช้างเผือกขึ้น
          ดวงดาวบางดวงส่องแสงเจิดจ้า บางดวงเล็กและห่างไกลกันเกินไป ฟ้าเต็มไปด้วยความวุ่นวาย และทั้งหมดเป็นฝีมือของมันเอง

          โคโยตี้นั่งจ้องท้องฟ้าอยู่นาน บางครั้งมันก็ยังพยายามกระโดดขึ้นไป หวังว่าสักวันมันจะสามารถคว้าดาวที่มันไม่ชอบลงมาได้ แต่มันก็ทำไม่สำเร็จเลยสักครั้ง
          นั่นเป็นเหตุผลที่โคโยตี้มักเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน จ้องมองดวงดาวที่มันสร้างขึ้นมา ราวกับว่ายังไม่ยอมรับความผิดพลาดของมัน และบางครั้งมันก็ยังส่งเสียงหอนยาวไปยังท้องฟ้า เสียงที่เต็มไปด้วยความเสียดายและความดื้อรั้นที่ไม่มีวันจางหาย

          ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาดวงดาวจึงอยู่บนฟ้าในตำแหน่งที่เป็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ บางกลุ่มเป็นระเบียบ และบางส่วนกระจัดกระจาย เป็นร่องรอยของคืนที่โคโยตี้ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนไปตลอดกาล

          ชาวนาวาโฮเชื่อว่าทางช้างเผือกเป็นเส้นทางสำหรับวิญญาณที่เดินทางระหว่างสวรรค์และโลก



(นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความใจร้อนและความดื้อรั้นสามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่อาจแก้ไขได้ , “บางสิ่งเมื่อทำไปแล้ว ไม่มีวันย้อนคืน แต่อาจฝากร่องรอยไว้ตลอดกาล”)


ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล: taleZZZ | คลังศูนย์รวมนิทานทั่วโลก
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่