มัทฉะแบรนด์ดังหมด! แล้วจะเลือกอะไรดี? 🍵
ถ้าหามัทฉะที่ตั้งใจซื้อไม่เจอ ลองบอกพนักงานว่า “มีงบประมาณเท่านี้ และอยากได้รสชาติแบบนี้” ดูนะครับ มัทฉะกระป๋องที่ไม่เคยรู้จัก อาจกลายเป็นการค้นพบที่น่าประทับใจระหว่างทริปก็ได้ครับ
สวัสดีครับ ผม Yamamoto จากโอซาก้าครับ 🇯🇵
เคยไหมครับ ตั้งใจจะซื้อมัทฉะจาก Marukyu Koyamaen หรือ Ippodo แต่กลับซื้อไม่ได้? ที่ญี่ปุ่นยังมีมัทฉะอีกมากมายที่หลายคนอาจยังไม่รู้จัก ถือโอกาสนี้ลองค้นหารสชาติที่ถูกใจตัวเองกันไหมครับ
สิ่งแรกที่อยากให้บอกพนักงานคือ “จะนำไปดื่มแบบไหน”
“อยากชงกับน้ำอย่างเดียว”
“อยากเติมนมทำมัทฉะลาเต้”
จากนั้น ลองบอกรสชาติที่ชอบครับ
“ชอบแบบที่ไม่ขมมาก”
“อยากค่อย ๆ ดื่มเพื่อสัมผัสกลิ่นหอมและรสอูมามิ”
“อยากได้แบบที่เติมนมแล้วก็ยังรู้สึกถึงรสชา”
ถ้ามีรูปมัทฉะที่ดื่มเป็นประจำ ก็ลองเปิดให้พนักงานดูระหว่างพูดคุยได้ครับ บอกงบประมาณด้วย จะช่วยให้เลือกได้ง่ายขึ้น
ชื่อที่เขียนอยู่บนกระป๋องหรือถุงชา ก็มีเรื่องราวเล็ก ๆ ให้ค้นพบเช่นกันครับ
ตัวอย่างหนึ่งคือ “初昔” อ่านว่า “ฮัตสึมุคาชิ” (Hatsumukashi) เป็นชื่อชาที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน แต่เวลาเลือกซื้อสินค้าในปัจจุบัน ไม่ควรเข้าใจว่าชื่อนี้เป็นเครื่องหมายบอกช่วงเก็บเกี่ยวหรือระดับคุณภาพที่ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกร้านครับ
ที่มาของชื่อนี้มีคำอธิบายที่เชื่อมโยงกับการเก็บชาในช่วงแรกของปี หรือช่วงก่อนและหลัง “ฮาจิจูฮาจิยะ” ซึ่งเป็นวันที่ 88 นับจากวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิตามปฏิทินญี่ปุ่น และปัจจุบันร้านชาบางแห่งก็ยังเล่าที่มาเช่นนี้อยู่ครับ
ขณะเดียวกัน เอกสารทางประวัติศาสตร์ก็มีคำอธิบายว่า ชื่อนี้สื่อถึงการกลับไปสู่รูปแบบชาที่เคยนิยมในอดีต
ความนิยมในยุคนั้นเปลี่ยนจากชาที่มีสีออกขาว ไปสู่ชาที่มีสีเขียวเด่นชัด แล้วจึงกลับมาให้คุณค่ากับชาแบบดั้งเดิมอีกครั้ง จึงมีคำอธิบายว่าชื่อนี้สะท้อนแนวคิด “กลับไปสู่แบบดั้งเดิมในอดีต” ครับ
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ใช้ชื่อ “ฮัตสึมุคาชิ” เหมือนกัน รสชาติก็แตกต่างกันได้ครับ Ippodo อธิบายมัทฉะชื่อนี้ว่ามีความฝาดและขมอ่อน ๆ เป็นเอกลักษณ์ ส่วน “別製初昔 壱號” (Bessei Hatsumukashi Ichigo) ของ Nakamura Tokichi Honten เน้นความขมฝาดที่น้อยและรสอูมามิที่ลุ่มลึก
ดังนั้น แทนที่จะคิดว่า “ฮัตสึมุคาชิต้องหวานเสมอ” ลองถามว่า “ฮัตสึมุคาชิของร้านนี้มีรสชาติแบบไหนครับ?” ดูนะครับ ความหวานในที่นี้ไม่ใช่ความหวานจากน้ำตาล แต่เป็นความหวานละมุนที่สัมผัสได้จากตัวชาเอง
หากร้านมีให้ชิม ก็ลองชิมก่อนตัดสินใจ ส่วนชาที่ไม่เคยลอง อาจเริ่มจากปริมาณน้อยก่อน และถ่ายรูปชื่อสินค้ากับชื่อร้านเก็บไว้ จะได้ตามหาอีกครั้งหลังกลับประเทศครับ
ทั้งความสนุกในการตามหามัทฉะแบรนด์ดัง และความสุขที่ได้ค้นพบมัทฉะที่ถูกใจตัวเอง ผมคิดว่าทั้งสองอย่างคือเสน่ห์ของการเลือกซื้อมัทฉะในญี่ปุ่นครับ
ทุกคนเคยบังเอิญเจอมัทฉะอะไรที่อร่อยถูกใจบ้างครับ? มาเล่าให้ฟังหน่อยนะครับ ☺️
จาก Yamamoto ที่โอซาก้าครับ 🍵
▶︎ เรื่องราวการเดินทางค้นพบญี่ปุ่นในมุมที่คุณยังไม่รู้จัก 🇯🇵
TERRA TRACE
https://terra-trace.jp
มัทฉะแบรนด์ดังหมด! แล้วจะเลือกอะไรดี? 🍵
ถ้าหามัทฉะที่ตั้งใจซื้อไม่เจอ ลองบอกพนักงานว่า “มีงบประมาณเท่านี้ และอยากได้รสชาติแบบนี้” ดูนะครับ มัทฉะกระป๋องที่ไม่เคยรู้จัก อาจกลายเป็นการค้นพบที่น่าประทับใจระหว่างทริปก็ได้ครับ
สวัสดีครับ ผม Yamamoto จากโอซาก้าครับ 🇯🇵
เคยไหมครับ ตั้งใจจะซื้อมัทฉะจาก Marukyu Koyamaen หรือ Ippodo แต่กลับซื้อไม่ได้? ที่ญี่ปุ่นยังมีมัทฉะอีกมากมายที่หลายคนอาจยังไม่รู้จัก ถือโอกาสนี้ลองค้นหารสชาติที่ถูกใจตัวเองกันไหมครับ
สิ่งแรกที่อยากให้บอกพนักงานคือ “จะนำไปดื่มแบบไหน”
“อยากชงกับน้ำอย่างเดียว”
“อยากเติมนมทำมัทฉะลาเต้”
จากนั้น ลองบอกรสชาติที่ชอบครับ
“ชอบแบบที่ไม่ขมมาก”
“อยากค่อย ๆ ดื่มเพื่อสัมผัสกลิ่นหอมและรสอูมามิ”
“อยากได้แบบที่เติมนมแล้วก็ยังรู้สึกถึงรสชา”
ถ้ามีรูปมัทฉะที่ดื่มเป็นประจำ ก็ลองเปิดให้พนักงานดูระหว่างพูดคุยได้ครับ บอกงบประมาณด้วย จะช่วยให้เลือกได้ง่ายขึ้น
ชื่อที่เขียนอยู่บนกระป๋องหรือถุงชา ก็มีเรื่องราวเล็ก ๆ ให้ค้นพบเช่นกันครับ
ตัวอย่างหนึ่งคือ “初昔” อ่านว่า “ฮัตสึมุคาชิ” (Hatsumukashi) เป็นชื่อชาที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน แต่เวลาเลือกซื้อสินค้าในปัจจุบัน ไม่ควรเข้าใจว่าชื่อนี้เป็นเครื่องหมายบอกช่วงเก็บเกี่ยวหรือระดับคุณภาพที่ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกร้านครับ
ที่มาของชื่อนี้มีคำอธิบายที่เชื่อมโยงกับการเก็บชาในช่วงแรกของปี หรือช่วงก่อนและหลัง “ฮาจิจูฮาจิยะ” ซึ่งเป็นวันที่ 88 นับจากวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิตามปฏิทินญี่ปุ่น และปัจจุบันร้านชาบางแห่งก็ยังเล่าที่มาเช่นนี้อยู่ครับ
ขณะเดียวกัน เอกสารทางประวัติศาสตร์ก็มีคำอธิบายว่า ชื่อนี้สื่อถึงการกลับไปสู่รูปแบบชาที่เคยนิยมในอดีต
ความนิยมในยุคนั้นเปลี่ยนจากชาที่มีสีออกขาว ไปสู่ชาที่มีสีเขียวเด่นชัด แล้วจึงกลับมาให้คุณค่ากับชาแบบดั้งเดิมอีกครั้ง จึงมีคำอธิบายว่าชื่อนี้สะท้อนแนวคิด “กลับไปสู่แบบดั้งเดิมในอดีต” ครับ
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ใช้ชื่อ “ฮัตสึมุคาชิ” เหมือนกัน รสชาติก็แตกต่างกันได้ครับ Ippodo อธิบายมัทฉะชื่อนี้ว่ามีความฝาดและขมอ่อน ๆ เป็นเอกลักษณ์ ส่วน “別製初昔 壱號” (Bessei Hatsumukashi Ichigo) ของ Nakamura Tokichi Honten เน้นความขมฝาดที่น้อยและรสอูมามิที่ลุ่มลึก
ดังนั้น แทนที่จะคิดว่า “ฮัตสึมุคาชิต้องหวานเสมอ” ลองถามว่า “ฮัตสึมุคาชิของร้านนี้มีรสชาติแบบไหนครับ?” ดูนะครับ ความหวานในที่นี้ไม่ใช่ความหวานจากน้ำตาล แต่เป็นความหวานละมุนที่สัมผัสได้จากตัวชาเอง
หากร้านมีให้ชิม ก็ลองชิมก่อนตัดสินใจ ส่วนชาที่ไม่เคยลอง อาจเริ่มจากปริมาณน้อยก่อน และถ่ายรูปชื่อสินค้ากับชื่อร้านเก็บไว้ จะได้ตามหาอีกครั้งหลังกลับประเทศครับ
ทั้งความสนุกในการตามหามัทฉะแบรนด์ดัง และความสุขที่ได้ค้นพบมัทฉะที่ถูกใจตัวเอง ผมคิดว่าทั้งสองอย่างคือเสน่ห์ของการเลือกซื้อมัทฉะในญี่ปุ่นครับ
ทุกคนเคยบังเอิญเจอมัทฉะอะไรที่อร่อยถูกใจบ้างครับ? มาเล่าให้ฟังหน่อยนะครับ ☺️
จาก Yamamoto ที่โอซาก้าครับ 🍵
▶︎ เรื่องราวการเดินทางค้นพบญี่ปุ่นในมุมที่คุณยังไม่รู้จัก 🇯🇵
TERRA TRACE
https://terra-trace.jp