จากกระทู้ก่อนหน้านี้ที่ได้เขียนไป ขาดการย่อหน้า เลยทำให้อาจยาก งั้นขอเขียนกระทู้นี้ให้เข้าใจง่ายขึ้นนะคะ
สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขอเล่าที่มาของเรื่องราวทั้งหมดก่อนนะคะ
ช่วงประถมศึกษาปีที่ 6
เราเป็นเด็กภาคกลาง แต่มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ทำให้ต้องย้ายมาอยู่กับปู่ย่าที่จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่นั้นมาเราก็เริ่มมีอาการหายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอกตลอดเวลา เหมือนคนขาดอากาศหายใจ ต้องหายใจเฮือกอยู่บ่อย ๆ จนต้องเข้าห้องฉุกเฉินและตรวจร่างกายอย่างละเอียด แต่แพทย์ก็ไม่พบความผิดปกติ และให้ความเห็นว่าอาจเป็นเรื่องทางจิตใจหรือควรพบจิตแพทย์
เราใช้ชีวิตอยู่กับอาการแบบนี้ประมาณ 1 ปี จนทนไม่ไหวและขอให้แม่มารับกลับไปอยู่ด้วย แม่กับยายจึงตัดสินใจพาไปหาหมอดูคนหนึ่งในโคราช เขาบอกว่าหากต้องการให้หาย มีทางเดียวคือต้องทำพิธีซื้อตัวเรากลับบ้าน
ตอนนั้นเราไม่เข้าใจอะไรเลย รู้เพียงว่าระหว่างทางกลับบ้านแม่ไม่พูดอะไรเลย จนกระทั่งยายหยิบเหรียญขึ้นมาและพูดประมาณว่า ขอซื้อเราคืน ไม่ให้อะไรทั้งนั้น จากนั้นก็ยื่นเหรียญให้แม่ ก่อนที่แม่จะเปิดกระจกรถแล้วโยนเหรียญออกไปข้างทาง หลังจากกลับมาอยู่บ้าน อาการหายใจไม่สะดวกที่เคยเป็นก็หายไปค่ะ
ช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น
เราเป็นเด็กที่ติดเกมพอสมควร จึงเริ่มมองหาวิธีหารายได้จากเกม จนกลายเป็นคนมีชื่อเสียงในวงการเกม มีรายได้หมุนเวียนเข้าออกเป็นจำนวน 7 หลัก และมีผู้ติดตามในโซเชียลถึง 6 หลัก
แต่ด้วยความที่ยังเป็นเด็กและไม่มีความรู้เรื่องการบริหารเงิน ได้เงินมาก็ใช้ไปกับการเติมเกม ของกิน และช่วยเหลือทางบ้านบ้างเล็กน้อย ตอนนั้นคิดเพียงว่าเงินหมดก็หาใหม่ได้ เพราะไม่เคยขาดมือ
สิ่งที่ตามมาคือเริ่มมีอีโก้สูง ขี้เกียจ และไม่ค่อยรับผิดชอบงาน เมื่อลูกค้าติดต่อมาก็ไม่ตอบ วิดีโอที่ต้องลงก็ไม่ยอมตัดต่อ จนงานเริ่มหาย รายได้ลดลงเรื่อย ๆ
เหตุการณ์เกี่ยวกับศาลพ่อขุนหมื่นและการบนบาน
บริเวณใกล้บ้าน ห่างออกไปประมาณ 3-4 หลัง มีศาลพ่อขุนหมื่น ซึ่งเป็นศาลที่ครอบครัวและคนในละแวกนั้นให้ความเคารพนับถือ เราเห็นศาลแห่งนี้มาตั้งแต่เด็ก
ช่วงที่เริ่มมีปัญหาเรื่องรายได้ เราเหลือเงินติดตัวประมาณ 7,000 บาท ซึ่งเป็นเงินทุนที่เหลืออยู่สำหรับใช้หมุนเวียนในการทำงานและหารายได้ต่อ จึงเกิดความคิดว่าอยากไปบนบาน เพราะรู้สึกว่าชีวิตกำลังตกต่ำจากที่เคยมีทุกอย่าง
เราเดินไปบนด้วยตัวเองโดยไม่ได้บอกใครในครอบครัว โดยพูดไว้ว่าหากทำยอดได้ถึงจำนวนหนึ่ง จะกลับมาแก้บนด้วยหัวหมู 2 หัว
นอกจากนี้ เรายังไปค้นหาวิธีต่าง ๆ จากอินเทอร์เน็ต และพบวิธีหนึ่งที่เกี่ยวกับการใช้เหรียญนำไปฝังดิน พร้อมบทสวดบางอย่าง เราจึงทำตามโดยไม่รู้ว่าควรนำไปฝังไว้ที่ไหน สุดท้ายกลับเลือกฝังไว้บริเวณหน้าศาลพระภูมิหน้าบ้าน ใกล้กับรูปปั้นเต่าตัวอ้วน ๆ ที่อยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่เราเด็ก ๆ
ต้องเล่าก่อนว่าครอบครัวเราเคยไปหาหมอหรือร่างทรงผู้หญิงคนเดิมที่มีชื่อเสียงในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเคยบอกว่าศาลพระภูมิที่บ้านมีเจ้าที่ดีและแรง เพราะคุณยายไม่เคยขาดการถวายดอกไม้ ขนม และผลไม้ในทุกวันพระ
หลังจากวันที่ไปบนและฝังเหรียญ ก็เริ่มมีรายได้เข้ามาบ้าง แม้จะไม่ได้ไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วเหมือนช่วงที่เคยประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ
อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้กลับไปแก้บน และไม่ได้เล่าเรื่องที่ทำให้ใครในบ้านฟัง
เหตุการณ์ที่เริ่มมีอาการผีอำ
หลังจากนั้นไม่ทราบว่าผ่านไปกี่เดือน เราเริ่มมีอาการ Sleep Paralysis หรือที่เรียกกันว่าผีอำ คือขยับตัวไม่ได้ พูดไม่ได้ และรู้สึกเหมือนตื่นไม่ได้ ต้องพยายามส่งเสียงและขยับตัวจนสะดุ้งตื่นขึ้นมา เป็นแบบนี้แทบทุกวัน
บางครั้งก็มีเหตุการณ์ที่จำได้แม่น เช่น เห็นผู้หญิงสวมชุดไทยมากรีดร้องใส่หน้า
นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์เสียงเคาะกระจกบริเวณหัวเตียง ซึ่งเป็นกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ติดม่าน ด้านนอกมีกกรงเหล็กป้องกันขโมย และเป็นบริเวณทางเข้าหน้าบ้าน เราได้ยินเสียงเคาะเบาๆ ประมาณ ก๊อกๆๆ เบาๆ ทั้งที่กระจกอยู่หลังกกรงเหล็ก ทำให้รู้สึกกลัวมาก
เหตุการณ์ผีอำเกิดขึ้นบ่อยมาก ส่วนเหตุการณ์ผู้หญิงชุดไทยและเสียงเคาะกระจกเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
สุดท้ายเราตัดสินใจเล่าให้คุณยายฟัง แต่ไม่ได้บอกเรื่องที่เคยไปบนและฝังเหรียญไว้ ยายก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอก ปู่ย่าตายายและผีบ้านผีเรือนคอยปกป้องอยู่ หลังจากนั้นอาการก็เริ่มเกิดขึ้นน้อยลง
แต่ในช่วงเดียวกัน งานและรายได้กลับแทบไม่มีเข้ามาเลย
เราจึงตัดสินใจโทรไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณย่าฟัง ต้องอธิบายก่อนว่าคุณย่าไม่ใช่ย่าแท้ ๆ แต่เป็นคนที่อยู่กับคุณปู่มาตั้งแต่คุณพ่อยังเรียนประถม คุณย่าเป็นชาวเวียดนามที่อพยพมาอยู่ประเทศไทย และเป็นคนที่มักจะมีลางสังหรณ์หรือรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า
หลังจากฟังเรื่องทั้งหมด คุณย่าก็โอนเงินก้อนหนึ่งมาให้คุณยาย เพื่อพาเราไปแก้บน ซึ่งคุณยายก็ไม่ได้ตำหนิอะไรเลย ทั้งที่ปกติหากรู้เรื่องนี้เราคงถูกบ่นไปแล้ว
เมื่อไปถึง คุณยายก็จัดการทำพิธีแก้บนให้ หลังจากนั้นก็ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นอีก และที่สำคัญคือ ตั้งแต่นั้นมาคุณยายบอกว่า หากต้องการอะไรให้ขอพรแทนการบนบาน เพราะถ้าไม่สามารถทำตามคำพูดได้ก็ไม่ควรบน
ต้องบอกก่อนว่าพี่ไปแก้บน แก้ได้แค่หัวหมูหัวเดียว เพราะตอนนั้นเงินคุณย่าก็ขาดมือ
หลังจากนั้นเราก็ไม่เคยมีอาการผีอำอีกเลย จนบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงการมาเตือนเราหรือเปล่า
ช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย
ต่อมาเรามีปัญหาบางอย่างที่ทำให้ต้องย้ายกลับมาเรียนมัธยมปลายที่จังหวัดนครราชสีมา และต้องใช้ชีวิตอยู่กับปู่ย่า คุณพ่อ และภรรยาใหม่ของคุณพ่อ
ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ทรมานมาก ทั้งด้านจิตใจและปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาต้องทะเลาะกับคนในบ้านแทบทุกวัน ร้องไห้บ่อยมาก จนบางครั้งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็นบ้า กลายเป็นคนเก็บตัวและพูดน้อยลง
มีคนทักเรื่องดวงชงทุกปี แต่เราไม่เคยไปแก้ชงเลย ใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นจนเรียนจบ ม.6
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เรายังมีรายได้เข้ามาบ้าง แต่ไม่เคยกลับไปมีรายได้ที่ไหลลื่นเหมือนช่วงมัธยมต้น เงินที่เข้ามาก็มักจะออกไปอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันและสิ่งที่อยากขอคำแนะนำ
ตอนนี้เราเรียนมหาวิทยาลัยแล้วค่ะ สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคืออยากให้ชีวิตดีขึ้น อยากมีรายได้ที่มั่นคงและไหลลื่น เพื่อที่จะสามารถแบ่งเบาภาระของคุณแม่ได้ ไม่อยากกลับไปอยู่ในจุดที่ต้องกังวลเรื่องเงินเหมือนที่ผ่านมา
อีกเรื่องที่ยังติดอยู่ในใจคือ คำทำนายของแม่ชีท่านหนึ่งที่เคยบอกว่า เรามีขี้แมลงวันที่เท้า ซึ่งหมายถึงการเดินทาง ต้องเติบโตด้วยตัวเองและเติบโตไกลบ้าน ชีวิตจะเหน็ดเหนื่อยและทรมานอย่างมากกว่าจะสบาย ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้ แต่สุดท้ายจะกลายเป็นที่พึ่งของคนอื่น ใครที่อยู่ด้วยก็จะมีชีวิตที่ดีและราบรื่น ในขณะที่ตัวเราเองกลับไม่สามารถพึ่งพาใครได้
คำทำนายนี้ทำให้เรากังวลอยู่ไม่น้อย เพราะไม่อยากให้ชีวิตต้องเป็นไปตามนั้นจริงๆ
สิ่งที่อยากขอคำแนะนำ
- อยากมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถขอพรเรื่องชีวิต การงาน การเงิน และความราบรื่นได้
- อยากทราบว่าควรเริ่มต้นทำอะไรเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น ทั้งในด้านความเชื่อและการใช้ชีวิต
- จากเรื่องราวทั้งหมด มีอะไรที่ควรทำหรือควรหลีกเลี่ยงเป็นพิเศษไหม เช่น การบนบาน การแก้บน หรือการทำพิธีต่างๆ
- อยากหลุดพ้นจากความรู้สึกว่าชีวิตต้องเหนื่อย ต้องลำบาก และต้องพึ่งพาตัวเองเพียงลำพังตามคำทำนาย
เราไม่ได้ต้องการร่ำรวยในชั่วข้ามคืน แค่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ มีเงินเก็บ สามารถดูแลตัวเองและช่วยเหลือคุณแม่ได้ และไม่ต้องเผชิญกับความทุกข์ซ้ำๆ เหมือนที่ผ่านมา
จึงอยากขอคำแนะนำจากทุกคนค่ะ ทั้งในด้านความเชื่อ สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ และแนวทางที่จะช่วยให้ชีวิตต่อจากนี้ดีขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
สุดท้ายนี้ มีความคิดที่อยากจะกลับไปแก้บนหัวหมู ที่ยังขาดอยู่ 1 หัว เป็นความคิดที่ดีไหมคะขอคำแนะนำหน่อย
และขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาอ่านกระทู้นี้นะคะ ขอบคุณค่ะ
มีใครเคยบนบานแล้วชีวิตเปลี่ยนไปบ้างไหมคะ อยากฟังประสบการณ์และขอคำแนะนำ
สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขอเล่าที่มาของเรื่องราวทั้งหมดก่อนนะคะ
ช่วงประถมศึกษาปีที่ 6
เราเป็นเด็กภาคกลาง แต่มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ทำให้ต้องย้ายมาอยู่กับปู่ย่าที่จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่นั้นมาเราก็เริ่มมีอาการหายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอกตลอดเวลา เหมือนคนขาดอากาศหายใจ ต้องหายใจเฮือกอยู่บ่อย ๆ จนต้องเข้าห้องฉุกเฉินและตรวจร่างกายอย่างละเอียด แต่แพทย์ก็ไม่พบความผิดปกติ และให้ความเห็นว่าอาจเป็นเรื่องทางจิตใจหรือควรพบจิตแพทย์
เราใช้ชีวิตอยู่กับอาการแบบนี้ประมาณ 1 ปี จนทนไม่ไหวและขอให้แม่มารับกลับไปอยู่ด้วย แม่กับยายจึงตัดสินใจพาไปหาหมอดูคนหนึ่งในโคราช เขาบอกว่าหากต้องการให้หาย มีทางเดียวคือต้องทำพิธีซื้อตัวเรากลับบ้าน
ตอนนั้นเราไม่เข้าใจอะไรเลย รู้เพียงว่าระหว่างทางกลับบ้านแม่ไม่พูดอะไรเลย จนกระทั่งยายหยิบเหรียญขึ้นมาและพูดประมาณว่า ขอซื้อเราคืน ไม่ให้อะไรทั้งนั้น จากนั้นก็ยื่นเหรียญให้แม่ ก่อนที่แม่จะเปิดกระจกรถแล้วโยนเหรียญออกไปข้างทาง หลังจากกลับมาอยู่บ้าน อาการหายใจไม่สะดวกที่เคยเป็นก็หายไปค่ะ
ช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น
เราเป็นเด็กที่ติดเกมพอสมควร จึงเริ่มมองหาวิธีหารายได้จากเกม จนกลายเป็นคนมีชื่อเสียงในวงการเกม มีรายได้หมุนเวียนเข้าออกเป็นจำนวน 7 หลัก และมีผู้ติดตามในโซเชียลถึง 6 หลัก
แต่ด้วยความที่ยังเป็นเด็กและไม่มีความรู้เรื่องการบริหารเงิน ได้เงินมาก็ใช้ไปกับการเติมเกม ของกิน และช่วยเหลือทางบ้านบ้างเล็กน้อย ตอนนั้นคิดเพียงว่าเงินหมดก็หาใหม่ได้ เพราะไม่เคยขาดมือ
สิ่งที่ตามมาคือเริ่มมีอีโก้สูง ขี้เกียจ และไม่ค่อยรับผิดชอบงาน เมื่อลูกค้าติดต่อมาก็ไม่ตอบ วิดีโอที่ต้องลงก็ไม่ยอมตัดต่อ จนงานเริ่มหาย รายได้ลดลงเรื่อย ๆ
เหตุการณ์เกี่ยวกับศาลพ่อขุนหมื่นและการบนบาน
บริเวณใกล้บ้าน ห่างออกไปประมาณ 3-4 หลัง มีศาลพ่อขุนหมื่น ซึ่งเป็นศาลที่ครอบครัวและคนในละแวกนั้นให้ความเคารพนับถือ เราเห็นศาลแห่งนี้มาตั้งแต่เด็ก
ช่วงที่เริ่มมีปัญหาเรื่องรายได้ เราเหลือเงินติดตัวประมาณ 7,000 บาท ซึ่งเป็นเงินทุนที่เหลืออยู่สำหรับใช้หมุนเวียนในการทำงานและหารายได้ต่อ จึงเกิดความคิดว่าอยากไปบนบาน เพราะรู้สึกว่าชีวิตกำลังตกต่ำจากที่เคยมีทุกอย่าง
เราเดินไปบนด้วยตัวเองโดยไม่ได้บอกใครในครอบครัว โดยพูดไว้ว่าหากทำยอดได้ถึงจำนวนหนึ่ง จะกลับมาแก้บนด้วยหัวหมู 2 หัว
นอกจากนี้ เรายังไปค้นหาวิธีต่าง ๆ จากอินเทอร์เน็ต และพบวิธีหนึ่งที่เกี่ยวกับการใช้เหรียญนำไปฝังดิน พร้อมบทสวดบางอย่าง เราจึงทำตามโดยไม่รู้ว่าควรนำไปฝังไว้ที่ไหน สุดท้ายกลับเลือกฝังไว้บริเวณหน้าศาลพระภูมิหน้าบ้าน ใกล้กับรูปปั้นเต่าตัวอ้วน ๆ ที่อยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่เราเด็ก ๆ
ต้องเล่าก่อนว่าครอบครัวเราเคยไปหาหมอหรือร่างทรงผู้หญิงคนเดิมที่มีชื่อเสียงในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเคยบอกว่าศาลพระภูมิที่บ้านมีเจ้าที่ดีและแรง เพราะคุณยายไม่เคยขาดการถวายดอกไม้ ขนม และผลไม้ในทุกวันพระ
หลังจากวันที่ไปบนและฝังเหรียญ ก็เริ่มมีรายได้เข้ามาบ้าง แม้จะไม่ได้ไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วเหมือนช่วงที่เคยประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ
อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้กลับไปแก้บน และไม่ได้เล่าเรื่องที่ทำให้ใครในบ้านฟัง
เหตุการณ์ที่เริ่มมีอาการผีอำ
หลังจากนั้นไม่ทราบว่าผ่านไปกี่เดือน เราเริ่มมีอาการ Sleep Paralysis หรือที่เรียกกันว่าผีอำ คือขยับตัวไม่ได้ พูดไม่ได้ และรู้สึกเหมือนตื่นไม่ได้ ต้องพยายามส่งเสียงและขยับตัวจนสะดุ้งตื่นขึ้นมา เป็นแบบนี้แทบทุกวัน
บางครั้งก็มีเหตุการณ์ที่จำได้แม่น เช่น เห็นผู้หญิงสวมชุดไทยมากรีดร้องใส่หน้า
นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์เสียงเคาะกระจกบริเวณหัวเตียง ซึ่งเป็นกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ติดม่าน ด้านนอกมีกกรงเหล็กป้องกันขโมย และเป็นบริเวณทางเข้าหน้าบ้าน เราได้ยินเสียงเคาะเบาๆ ประมาณ ก๊อกๆๆ เบาๆ ทั้งที่กระจกอยู่หลังกกรงเหล็ก ทำให้รู้สึกกลัวมาก
เหตุการณ์ผีอำเกิดขึ้นบ่อยมาก ส่วนเหตุการณ์ผู้หญิงชุดไทยและเสียงเคาะกระจกเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
สุดท้ายเราตัดสินใจเล่าให้คุณยายฟัง แต่ไม่ได้บอกเรื่องที่เคยไปบนและฝังเหรียญไว้ ยายก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอก ปู่ย่าตายายและผีบ้านผีเรือนคอยปกป้องอยู่ หลังจากนั้นอาการก็เริ่มเกิดขึ้นน้อยลง
แต่ในช่วงเดียวกัน งานและรายได้กลับแทบไม่มีเข้ามาเลย
เราจึงตัดสินใจโทรไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณย่าฟัง ต้องอธิบายก่อนว่าคุณย่าไม่ใช่ย่าแท้ ๆ แต่เป็นคนที่อยู่กับคุณปู่มาตั้งแต่คุณพ่อยังเรียนประถม คุณย่าเป็นชาวเวียดนามที่อพยพมาอยู่ประเทศไทย และเป็นคนที่มักจะมีลางสังหรณ์หรือรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า
หลังจากฟังเรื่องทั้งหมด คุณย่าก็โอนเงินก้อนหนึ่งมาให้คุณยาย เพื่อพาเราไปแก้บน ซึ่งคุณยายก็ไม่ได้ตำหนิอะไรเลย ทั้งที่ปกติหากรู้เรื่องนี้เราคงถูกบ่นไปแล้ว
เมื่อไปถึง คุณยายก็จัดการทำพิธีแก้บนให้ หลังจากนั้นก็ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นอีก และที่สำคัญคือ ตั้งแต่นั้นมาคุณยายบอกว่า หากต้องการอะไรให้ขอพรแทนการบนบาน เพราะถ้าไม่สามารถทำตามคำพูดได้ก็ไม่ควรบน
ต้องบอกก่อนว่าพี่ไปแก้บน แก้ได้แค่หัวหมูหัวเดียว เพราะตอนนั้นเงินคุณย่าก็ขาดมือ
หลังจากนั้นเราก็ไม่เคยมีอาการผีอำอีกเลย จนบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงการมาเตือนเราหรือเปล่า
ช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย
ต่อมาเรามีปัญหาบางอย่างที่ทำให้ต้องย้ายกลับมาเรียนมัธยมปลายที่จังหวัดนครราชสีมา และต้องใช้ชีวิตอยู่กับปู่ย่า คุณพ่อ และภรรยาใหม่ของคุณพ่อ
ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ทรมานมาก ทั้งด้านจิตใจและปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาต้องทะเลาะกับคนในบ้านแทบทุกวัน ร้องไห้บ่อยมาก จนบางครั้งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็นบ้า กลายเป็นคนเก็บตัวและพูดน้อยลง
มีคนทักเรื่องดวงชงทุกปี แต่เราไม่เคยไปแก้ชงเลย ใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นจนเรียนจบ ม.6
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เรายังมีรายได้เข้ามาบ้าง แต่ไม่เคยกลับไปมีรายได้ที่ไหลลื่นเหมือนช่วงมัธยมต้น เงินที่เข้ามาก็มักจะออกไปอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันและสิ่งที่อยากขอคำแนะนำ
ตอนนี้เราเรียนมหาวิทยาลัยแล้วค่ะ สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคืออยากให้ชีวิตดีขึ้น อยากมีรายได้ที่มั่นคงและไหลลื่น เพื่อที่จะสามารถแบ่งเบาภาระของคุณแม่ได้ ไม่อยากกลับไปอยู่ในจุดที่ต้องกังวลเรื่องเงินเหมือนที่ผ่านมา
อีกเรื่องที่ยังติดอยู่ในใจคือ คำทำนายของแม่ชีท่านหนึ่งที่เคยบอกว่า เรามีขี้แมลงวันที่เท้า ซึ่งหมายถึงการเดินทาง ต้องเติบโตด้วยตัวเองและเติบโตไกลบ้าน ชีวิตจะเหน็ดเหนื่อยและทรมานอย่างมากกว่าจะสบาย ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้ แต่สุดท้ายจะกลายเป็นที่พึ่งของคนอื่น ใครที่อยู่ด้วยก็จะมีชีวิตที่ดีและราบรื่น ในขณะที่ตัวเราเองกลับไม่สามารถพึ่งพาใครได้
คำทำนายนี้ทำให้เรากังวลอยู่ไม่น้อย เพราะไม่อยากให้ชีวิตต้องเป็นไปตามนั้นจริงๆ
สิ่งที่อยากขอคำแนะนำ
- อยากมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถขอพรเรื่องชีวิต การงาน การเงิน และความราบรื่นได้
- อยากทราบว่าควรเริ่มต้นทำอะไรเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น ทั้งในด้านความเชื่อและการใช้ชีวิต
- จากเรื่องราวทั้งหมด มีอะไรที่ควรทำหรือควรหลีกเลี่ยงเป็นพิเศษไหม เช่น การบนบาน การแก้บน หรือการทำพิธีต่างๆ
- อยากหลุดพ้นจากความรู้สึกว่าชีวิตต้องเหนื่อย ต้องลำบาก และต้องพึ่งพาตัวเองเพียงลำพังตามคำทำนาย
เราไม่ได้ต้องการร่ำรวยในชั่วข้ามคืน แค่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ มีเงินเก็บ สามารถดูแลตัวเองและช่วยเหลือคุณแม่ได้ และไม่ต้องเผชิญกับความทุกข์ซ้ำๆ เหมือนที่ผ่านมา
จึงอยากขอคำแนะนำจากทุกคนค่ะ ทั้งในด้านความเชื่อ สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ และแนวทางที่จะช่วยให้ชีวิตต่อจากนี้ดีขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
สุดท้ายนี้ มีความคิดที่อยากจะกลับไปแก้บนหัวหมู ที่ยังขาดอยู่ 1 หัว เป็นความคิดที่ดีไหมคะขอคำแนะนำหน่อย
และขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาอ่านกระทู้นี้นะคะ ขอบคุณค่ะ