โรงหนังรอบสุดท้าย

โรงหนังรอบสุดท้าย
มีโรงหนังเก่าแห่งหนึ่งตั้งอยู่กลางตลาด เป็นโรงหนังที่ปิดกิจการไปนานกว่า 20 ปี เพราะมีเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ในคืนฉายภาพยนตร์รอบสุดท้าย
ชาวบ้านเล่าว่า ในคืนนั้นมีผู้ชมติดอยู่ภายในโรงหนังหลายสิบคน และไม่มีใครสามารถออกมาได้ทัน
หลังจากเหตุการณ์นั้น โรงหนังก็ถูกปิดตาย ประตูทางเข้าถูกคล้องโซ่ และไม่มีใครกล้าเข้าไปอีก
จนกระทั่งบริษัทแห่งหนึ่งซื้อที่ดินบริเวณนั้นเพื่อเตรียมรื้อถอนอาคาร
วิน ช่างสำรวจอาคารวัยสามสิบปี ได้รับมอบหมายให้เข้าไปตรวจสอบโครงสร้างก่อนเริ่มงาน เขาต้องเข้าไปถ่ายรูปและเก็บข้อมูลภายในโรงหนังเพียงลำพัง
ตอนกลางวันทุกอย่างดูเหมือนอาคารร้างทั่วไป มีเพียงฝุ่นหนา กลิ่นอับ และเก้าอี้ที่ผุพัง
แต่เมื่อวินเข้าไปถึงห้องฉายภาพยนตร์ เขากลับพบเครื่องฉายเก่าตั้งอยู่ในสภาพที่เหมือนเพิ่งใช้งานเสร็จ
เขากำลังจะถ่ายรูป ทันใดนั้นไฟในโรงหนังก็ติดขึ้นเอง
เสียงเครื่องฉายเริ่มทำงาน
แกร๊ก... แกร๊ก... แกร๊ก...
วินหันไปมองจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ ภาพขาวดำค่อย ๆ ปรากฏขึ้น เป็นภาพผู้คนกำลังนั่งชมภาพยนตร์อยู่เต็มโรง
เขาคิดว่ามีใครแอบเปิดระบบไฟฟ้า แต่เมื่อซูมกล้องเข้าไปดู เขากลับเห็นว่าคนในภาพทุกคนกำลังหันหน้ามาทางเขา
และหนึ่งในนั้นกำลังยกมือชี้มาที่เขา
วินรีบวิ่งลงไปด้านล่าง แต่ประตูทางออกกลับเปิดไม่ออก
เสียงจากลำโพงเก่าดังขึ้น
“ท่านผู้ชมทุกท่าน กรุณานั่งประจำที่ ภาพยนตร์กำลังจะเริ่มฉาย”
วินทุบประตูและตะโกนเรียกคนช่วย แต่เสียงของเขากลับถูกกลบด้วยเสียงปรบมือจากในโรงหนัง
เมื่อหันกลับไป เขาพบว่าที่นั่งทุกแถวมีคนนั่งเต็มไปหมด
ทุกคนสวมเสื้อผ้าแบบคนเมื่อยี่สิบปีก่อน ใบหน้าซีดขาว และมีรอยไหม้ตามแขนและลำคอ
บนจอภาพยนตร์เริ่มฉายภาพเหตุการณ์ไฟไหม้ในอดีต
ภาพผู้ชมวิ่งหนีตาย บางคนทุบประตู บางคนร้องขอความช่วยเหลือ
วินมองภาพนั้นด้วยความสยอง ก่อนจะเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูโรงหนังในภาพ
ชายคนนั้นถือกุญแจและกำลังล็อกประตูจากด้านนอก
วินจำใบหน้านั้นได้ทันที
มันคือใบหน้าของพ่อเขา
พ่อของวินเคยเป็นผู้จัดการโรงหนังแห่งนี้ และเสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน
เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
“พ่อเธอเป็นคนล็อกประตู พวกเราถึงออกไปไม่ได้”
วินหันกลับไปพบหญิงสาวผมยาวที่ใบหน้ามีรอยไหม้
“ไม่จริง พ่อฉันไม่ได้ทำแบบนั้น”
หญิงสาวยิ้ม ก่อนชี้ไปบนจอ
ภาพเปลี่ยนเป็นชายคนเดิมกำลังวิ่งหนีออกไป ทิ้งผู้ชมทั้งหมดไว้ข้างใน
วินเริ่มร้องไห้ เพราะเขาเคยได้ยินพ่อเล่าเสมอว่า วันเกิดเหตุพ่อช่วยคนออกมาจากโรงหนังจนตัวเองได้รับบาดเจ็บ
แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม
ทันใดนั้น ภาพยนตร์ก็ดับลง
ไฟในโรงหนังสว่างขึ้นอีกครั้ง และผู้ชมทุกคนหันมามองวินพร้อมกัน
เสียงประกาศดังขึ้น
“ภาพยนตร์เรื่องต่อไป กำลังเริ่มฉาย”
วินเห็นภาพตัวเองกำลังยืนอยู่ในโรงหนัง เขาหันไปมองประตูที่ถูกไฟลุกท่วม และพยายามหนีออกมาอย่างสิ้นหวัง
เขารีบวิ่งไปที่ประตูจริง ๆ ก่อนจะพบว่ามันเปิดออกแล้ว
วินวิ่งออกมาจากโรงหนังได้สำเร็จ
รุ่งเช้า เจ้าหน้าที่มาพบเขานั่งหมดสติอยู่ริมถนน
หลังจากนั้นไม่นาน โรงหนังถูกทุบทิ้งตามกำหนด
แต่ก่อนที่รถแบ็กโฮจะเริ่มทำงาน คนขับรถกลับเห็นบางอย่างบนจอภาพยนตร์เก่าที่ตั้งอยู่ภายในอาคาร
แม้จะไม่มีไฟฟ้า แต่จอกลับสว่างขึ้นเอง
ภาพสุดท้ายที่ปรากฏคือชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่กลางโรงหนัง
เขาคือวิน
และใต้ภาพมีข้อความว่า
“ผู้ชมคนสุดท้ายยังไม่กลับบ้าน”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่