PTTEP ราคาหุ้นร่วง โบรกชี้กำไร Q3/69 ต่ำกว่าคาด



PTTEP ราคาหุ้นร่วง โบรกชี้กำไร Q3/69 ต่ำกว่าคาด

ทันหุ้น-หุ้นบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ราคาร่วง 3.33% โบรกเกอร์ชี้กำไรไตรมาส 3/69 ออกมาต่ำกว่าคาด เนื่องจากมีการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของโครงการ Block K ในมาเลเซีย 6.6 พันล้านบาท หากตัดรายการนี้ออกผลดำเนินงานจะดีกว่าคาด โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 160 บาท แนะนำ”ถือ”

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น PTTEP ในช่วงบ่ายอยู่ที่ 159.50 บาท ลบ 5.50 บาท หรือ 3.33% ระหว่างวันราคาลงมาต่ำสุดที่ 158.50 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 2,888.68 ล้านบาท

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า PTTEP ได้รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 3/69 มีกำไรสุทธิที่ 1.47 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หรือ YoY แต่ลดลง 46% จากไตรมาสก่อน หรือ QoQ ซึ่งต่ำกว่า Bloomberg consensus 23% และต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยเคจีไอ 27% เนื่องจากมีการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของโครงการ Block K ในมาเลเซีย 6.6 พันล้านบาท หลังจากคาดจะมีการปิดเพื่อทำการฟื้นฟูหน่วย floating production, storage, and offloading (FPSO) ต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 3/69 ถึงไตรมาส 1/70

แต่หากตัดรายการนี้ออกไป กำไรจากธุรกิจหลักในงวดไตรมาส 3/69 จะดีกว่าทั้ง Bloomberg consensus และประมาณการของฝ่ายวิจัยเคจีไอที่คาดไว้ เนื่องจากต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่าที่คาด เพราะการเพิ่มขึ้นของปริมาณสำรองปิโตรเลียมและต้นทุนการื้อถอนสินทรัพย์ที่ลดลงจากการต่ออายุสัญญาโครงการ Block A-18-01 ออกไปอีก 35 ปี

**หั่นกำไรปี 69 แต่เพิ่มประมาณการปี 70

ฝ่ายวิจัยเคจีไอ ได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ของ PTTEP ลง 7% เป็น 7.37 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ 7.92 หมื่นล้านบาท โดยเพิ่มผลขาดทุนจากการด้อยค่าของโครงการ Block K เข้าไปในประมาณการ แต่ในทางกลับกันได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570 ขึ้นอีก 3% เป็น 8.56 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ 8.31 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการปรับลดสมมติฐานต้นทุนต่อหน่วยของ PTTEP ลง 3% เป็น US$29.9/BOE ในปีนี้และเป็น US$29.7/BOE ในปีหน้า

นอกจากนี้ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น PTTEP ของปี 2570 เป็น 160 บาท จากเดิมที่ 156 บาท แต่ยังคงคำแนะนำ “ถือ” เนื่องจากมองว่ายังมี Upside จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน แนะนำให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกและทิศทางราคาน้ำมันดิบ



ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่