กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ค่ำคืนหนึ่ง ลมเย็นพัดผ่านหมู่บ้านกลางป่าอันไกลโพ้น เปลวไฟจากกองฟืนลุกไหวราวกับสะท้อนความลับบางอย่างในความมืด ผู้คนล้อมวงฟังชายชราผู้หนึ่งเล่าเรื่องราวที่ถูกเล่าขานมานานหลายชั่วอายุคน
“เจ้ารู้จักตำนานของเอลโดราโดหรือไม่?” เขาถาม ดวงตาของเขาขุ่นมัวแต่ส่องประกายแปลกประหลาด
เอลโดราโด เมืองทองคำที่สาบสูญ ตำนานกล่าวว่า เมืองนี้เต็มไปด้วยทองคำบริสุทธิ์ กำแพงเป็นทอง หลังคาเป็นทอง แม้แต่น้ำในแม่น้ำยังสะท้อนแสงทองอร่าม และที่ศูนย์กลาง ราชาทองคำทำพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์กลางทะเลสาบ ปกคลุมร่างด้วยผงทองคำบริสุทธิ์ก่อนจะโรยทองลงสู่ผืนน้ำ
“แต่ไม่มีใครเคยพบมันจริงๆ เลยใช่ไหม?” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น เสียงของเขาท้าทายกว่าคนอื่นที่เงียบฟังด้วยความเคารพ
ชายชราหันหน้ามองเขา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นพลางกล่าว “ไม่มีใครกลับมาเพื่อบอกว่าเจอ… หรือไม่มีใครรอดกลับมา!”
เสียงกระซิบในหมู่ชาวบ้านดังขึ้น แต่ชายหนุ่มคนนั้นยังคงจ้องมองชายชรา ดวงตาของเขามีแต่ความกระหายใคร่รู้
“ถ้าเมืองทองคำมีอยู่จริง ข้าจะเป็นคนค้นพบมันเอง” เขาคิดในใจ
รุ่งเช้า ไทโบ ชายหนุ่มนักล่าผู้กล้าหาญ ออกเดินทางลึกเข้าไปในป่าตามเส้นทางที่เขาเคยได้ยินจากนักเดินทางผู้ลึกลับ เขาไม่ได้ต้องการเพียงทองคำแต่ยังต้องการเป็นผู้ค้นพบสิ่งที่ไม่มีใครเคยเห็นอีกด้วย
ป่าแห่งนี้แตกต่างจากที่เขาคุ้นเคย มันเงียบเกินไป ไม่มีเสียงนกร้อง ไม่มีเสียงกิ่งไม้หัก แม้แต่ลมก็แทบไม่พัดผ่าน
แต่เมื่อเขาเดินเข้าไปลึกขึ้น เสียงเริ่มดังขึ้น เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ไม่ควรมีอยู่ “กลับไปเสีย มนุษย์…”
ไทโบชะงัก หันขวับมองรอบตัว แต่ปรากฏมีเพียงเงาของต้นไม้สูงตระหง่าน และหมอกสีเทาเข้มที่ลอยต่ำอยู่เหนือพื้นดิน เขาจึงเดินต่อไป
คืนหนึ่ง ขณะที่เขากำลังพักอยู่ริมแม่น้ำ เขาฝันถึงทะเลสาบสีดำสนิท ที่กลางน้ำมีเงาสะท้อนของเมืองทองคำ กำแพงเรืองแสงด้วยทองแท้ หลังคาเปล่งประกายระยิบระยับ แต่เมื่อเขายื่นมือแตะผิวน้ำเงานั้นก็สั่นไหว และทันใดนั้น มือสีดำสนิทก็พุ่งขึ้นมาจากใต้น้ำ ดึงร่างของเขาจมลงไป!
ไทโบสะดุ้งตื่นหอบหายใจหนัก เหงื่อเย็นไหลอาบแผ่นหลัง และที่ข้างตัวเขามีขนนกสีทองอร่ามร่วงลงมา ทั้งที่ไม่มีนกสักตัวอยู่รอบบริเวณนั้น
เขากำขนนกแน่น ก่อนจะลุกขึ้น เอลโดราโดอยู่ใกล้กว่าที่เขาคิด เขาต้องหาให้พบ… ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม
หลังจากฝ่าป่าลึกมาหลายวัน ไทโบก็พบมัน... ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์!
หมอกหนาทึบลอยเอื่อยปกคลุมผืนน้ำดำสนิท ไร้กระแสคลื่น ไร้เสียงแม้เพียงกระซิบ มันช่างเงียบงันจนไทโบได้ยินเสียงหัวใจของเขาเองกำลังเต้นอยู่ แต่เบื้องล่างนั้น… มีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหว
เงาสะท้อนของเมืองสีทองปรากฏขึ้นกลางน้ำ กำแพงเมืองส่องแสงเจิดจ้า ยอดวิหารตระหง่าน ปราสาทสุกสกาวราวกับสวรรค์ถูกสร้างไว้ใต้น้ำ
เอลโดราโด… จริงๆ งั้นหรือ? “มันอยู่ตรงหน้านี่แล้ว!” ไทโบเปล่งเสียงอุทานคล้ายกระซิบ แล้วเขาก็ก้าวเข้าไปใกล้ๆ ขอบน้ำ
แต่แล้วพลันมีเสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นรอบตัวเขา “สิ่งที่เจ้ามองเห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะได้ครอบครอง…”
ไทโบหันขวับ ดวงตาจับจ้องไปยังเงามืดที่ก่อตัวขึ้นรอบทะเลสาบ “พวกเจ้าเป็นใคร?” เขาตะโกน แต่ไม่มีเสียงผู้ใดตอบกลับมา
เบื้องหน้ามีทางเลือกอยู่สองทางคือ จะยืนอยู่ตรงนี้มองมันจากระยะไกล แล้วกลับไปพร้อมกับเรื่องเล่า หรือจะก้าวต่อลงน้ำไป แล้วกลายเป็นผู้ค้นพบเอลโดราโดตัวจริง
ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจที่จะเป็นผู้ค้นพบเมืองในตำนาน ไทโบกระโจนลงสู่ท้องน้ำ และแล้ว… ภาพทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
ไทโบไม่ได้รู้สึกเหมือนอยู่ในน้ำอีกต่อไป ปรากฏว่าเขายืนอยู่ท่ามกลางนครแห่งทองคำ
ทุกสิ่งเปล่งประกายแสงทองเจิดจ้า กำแพงสีทองสูงตระหง่าน ถนนเรียงรายด้วยอัญมณีล้ำค่า ท้องฟ้าส่องแสงสีเหลืองอร่ามราวกับพระอาทิตย์ไม่เคยลับขอบฟ้า
เขาทำสำเร็จแล้ว! เขาคือผู้ค้นพบเอลโดราโด!
แต่แล้ว… เขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง เมืองนี้มันช่างเงียบเกินไป ไม่มีผู้คน ไม่มีเสียง ไม่มีแม้แต่เงาของสายลม มีเพียงเงาดำไร้รูปร่างแน่ชัดทอดยาวไปตามทางเดิน มีเพียงเงานั้นที่เคลื่อนไหว
ไทโบหันไปมองด้านหลัง และพบว่ามีเงาหนึ่งทอดมาจากตัวเขาเองแต่มันคล้ายไม่ใช่เงาของเขา
“เจ้าคือผู้ที่ค้นพบเอลโดราโด…” เสียงกระซิบดังขึ้นรอบตัว “และบัดนี้ เจ้าจะเป็นส่วนหนึ่งของมัน”
ไทโบก้าวถอยหลัง แต่ทุกย่างก้าวร่างของเขารู้สึกหนักขึ้น เหมือนถูกพันธนาการไว้กับพื้น
มือของเขาสัมผัสกำแพงทองคำ แต่ทองเหล่านั้นกลับกลายเป็นเศษเถ้าธุลี หลุดร่วงจากกันเหมือนภาพลวงตา
เมืองทั้งเมืองที่เขาเห็นก่อนหน้านี้… ค่อยๆ สลายหายไป
และในที่สุด… เขาก็ได้รู้ความจริงว่า เอลโดราโดนั้นมีจริง แต่มันไม่ใช่เมืองแห่งทองคำ มันคือกับดักของความโลภ!
นักเดินทางทุกคนที่พยายามครอบครองมันกลายเป็นเหลือเพียงร่างเงาที่ถูกขังอยู่ที่นี่ตลอดกาล
ไทโบพยายามจะหนี แต่ไม่ทันแล้ว… ร่างของเขาถูกดูดกลืนเข้าสู่เงามืด เสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินคือเสียงกระซิบ
“ยินดีต้อนรับสู่เอลโดราโด เมืองแห่งเงาที่ไม่มีวันตาย…”
รุ่งเช้า หมอกเหนือทะเลสาบจางหายไป แต่ไม่มีร่องรอยของไทโบอีกต่อไป
ผู้คนที่ผ่านทางมาเมื่อมองลงไปในผืนน้ำ บางที พวกเขาก็อาจจะเห็นเงาของชายผู้หนึ่งทอดอยู่ใต้ผืนน้ำ
ชายผู้กล้าหาญที่เคยตามหานครทองคำ… และพบเพียง
ความว่างเปล่า
(นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
“ความโลภเป็นภาพลวงตาที่ทำให้เราหลงทาง” สิ่งที่เราคิดว่ามีค่าที่สุดอาจเป็นเพียงเงาสะท้อนของความต้องการอันไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งเราวิ่งไล่ตามมันโดยไม่หยุดคิด ยิ่งเราไขว่คว้าหามันด้วยความกระหายอยาก เราก็ยิ่งถลำลึกลงไปสู่จุดที่ไม่มีวันหวนกลับคืนมาดังเดิมได้อีก
“มนุษย์มักมองเห็นสิ่งที่อยากเห็น มากกว่าสิ่งที่เป็นจริง” ,
“บางสิ่งไม่ได้ถูกซ่อนไว้เพราะมันมีค่า แต่ถูกซ่อนไว้เพราะมันคือคำสาป”
“ความโลภทำให้เราหลงไหลในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ยิ่งไขว่คว้า เรายิ่งจมลึก และสุดท้ายอาจกลายเป็นเพียงเงาที่ถูกลืมเลือนไป”)
.
⌛✨💖 นิทานพื้นบ้านโคลอมเบีย: เอลโดราโด ตำนานนครทองคำ 💖✨⌛
(นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… “ความโลภเป็นภาพลวงตาที่ทำให้เราหลงทาง” สิ่งที่เราคิดว่ามีค่าที่สุดอาจเป็นเพียงเงาสะท้อนของความต้องการอันไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งเราวิ่งไล่ตามมันโดยไม่หยุดคิด ยิ่งเราไขว่คว้าหามันด้วยความกระหายอยาก เราก็ยิ่งถลำลึกลงไปสู่จุดที่ไม่มีวันหวนกลับคืนมาดังเดิมได้อีก
“มนุษย์มักมองเห็นสิ่งที่อยากเห็น มากกว่าสิ่งที่เป็นจริง” , “บางสิ่งไม่ได้ถูกซ่อนไว้เพราะมันมีค่า แต่ถูกซ่อนไว้เพราะมันคือคำสาป”
“ความโลภทำให้เราหลงไหลในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ยิ่งไขว่คว้า เรายิ่งจมลึก และสุดท้ายอาจกลายเป็นเพียงเงาที่ถูกลืมเลือนไป”)