เวลาที่ยังแข็งแรงอยู่ หรือยังมีสติสัมปชัญญะอยู่ ควรจะต้องมีการ“ วางแผนแล้วคุยกับครอบครัว” ให้พร้อมนะครับ
พอดีเมื่อวานผมอ่านบทความของท่านอาจารย์หมอ ชวลิต ยกตัวอย่างคนไข้เป็นมะเร็งต้องใช้ยา 80,000 บาทต่อเดือนอาจยื้อชีวิตได้หนึ่งถึงสองปีแต่มีเงินเก็บทั้งครอบครัวอยู่ 900,000 จะเลือกอะไร ??
ชีวิตจริงก็เจอแบบนี้เยอะครับ
วันก่อนญาติผมเอง คุณตาโรคประจำตัวเยอะ อายุ 70
กว่า ๆ ไอเหนื่อย ญาติรีบพาไป ใส่ท่อช่วยหายใจ… ทุกอย่างรักษาเต็มที่
โดนผ่าตัด เจาะปอด ใส่ๆ ถอด ๆ ท่อ ไตวายล้างไต ฯลฯ สุดท้ายมีชีวิตอยู่ได้อีก 1 เดือน พรุนทั้งตัวสายระโยงระยางเต็มตัวเลย
ลูกพี่ลูกน้องผมมี 2 คน เป็นลูกคุณคา
คนนึงก็บอกว่าไม่น่าพาคุณตาไปโรงพยาบาลเลย ปล่อยให้ไปสบายตั้งแต่แรกซะยังดีกว่า
ส่วนอีกคนนึงบอกว่า ก็ยังดีนะได้ใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกันอีกตั้ง 1 เดือน
ส่วนตัวผมนะ… ผมมองว่า 70 ปีที่เราอยู่ด้วยกันเนี่ยถ้าเราตั้งใจใช้ชีวิตในแต่ละวันร่วมกัน ระยะเวลามันยาวนานนะ จะอยู่เพิ่มอีกหนึ่งเดือน สองเดือน หรือแม้กระทั่งหนึ่งปีแต่มันก็ไม่มีความหมายหรอกถ้าอยู่แบบทรมานนะ
ทีนี้… ส่วนตัวผมบ้าง ผมมีการวางแผนล่วงหน้ามาตลอดในเรื่องแบบนี้นะ
1. ผมทำงบการเงินทุกเดือน จดเอาไว้หมดว่าบัญชีอะไรอยู่ในไหน มีประกันชีวิตกี่ฉบับเขียนไว้หมดในกระดาษแผ่นเดียว
วันหนึ่งเกิดอุบัติอุบัติเหตุฉุกเฉิน หรือพูดไม่ได้ หรือหายไปจากโลกคนข้างหลังเค้าจะได้รู้
2. ก่อนไปต่างประเทศทุกครั้งผมเขียนเอาไว้ทุกครั้ง…ดีนะครับ “ซ้อมตาย” มันหดหู่ดีตอนเขียน พอกลับมาแล้วไม่เป็นอะไรก็ขยำทิ้งไป แล้วเราจะรู้สึกรักตัวเองและครอบครัวมากขึ้นที่วันนี้เรามีชีวิตอยู่
3. มันต้องมีจุด cut point นะ ว่าอายุเท่าไหร่จะเอาแค่ไหน
ตอนนี้ผม 40 กลาง ๆ มีอะไรก็สู้เต็มที่ก่อน
ส่วนคุณพ่อคุณแม่หรือแม้กระทั่งตัวผมในอนาคตผมก็ต้องคุยกันว่าอายุเท่าไหร่เอาแค่ไหน
ผมมองว่าถ้าเลย 70 สมมติตัวผมเหนื่อย ไม่ต้องมาใส่ท่อผมนะ ต้องใจแข็ง ๆ หน่อย แล้วให้ยาผ่อนคลาย ให้หลับไม่เจ็บไม่ปวดดีกว่า
ตรงนี้ผมก็ถามพ่อกับแม่ผมนะว่าจะเลือกแบบไหน เราต้องวางแผนเอาไว้ก่อน
4. ประกันสุขภาพ สำคัญมากนะครับ
ผมไม่อยากให้ลูกหลานต้องมาลำบากใจแบบนี้แหละ บางทีต้องเอาเงินที่เราเก็บมาทั้งชีวิตหรือเอาเงินของครอบครัวมาต่อชีวิต.. ผมไม่อยากรบกวนและไม่อยากให้เค้าลำบากใจ
ส่วนตัวผมทำเอาไว้หมดและครบทุกอย่างแล้ว
5. สำคัญที่สุดของผมเลยตอนนี้
คนไข้วาระสุดท้ายชอบพูดอยู่สองเรื่อง
หนึ่ง ความสุขในอดีตกับครอบครัว
สอง เสียดายเวลาอยากอยู่ร่วมกันให้มากกว่านี้
แทบ ไม่มีใครพูดถึงตำแหน่ง เกียรติยศ หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน เลย
ดังนั้นเวลาที่อยู่ด้วยกัน ใช้มันให้เต็มที่ครับ ให้มันปราณีตในทุกวัน ๆ
======
❤️ผมหมออั้น (AUN) ครับ
ผมเล่าเรื่องชีวิต การเงิน การเลี้ยงลูก และมุมมองต่อสังคมไว้ที่เฟซส่วนตัวครับ 👇🏾
Theeraphat Pumpuang
อยู่เพิ่มอีก 1 เดือน กับการใช้ชีวิต 70 ปีให้มีความหมาย: มุมมองการวางแผนวาระสุดท้ายจากหมออั้น
พอดีเมื่อวานผมอ่านบทความของท่านอาจารย์หมอ ชวลิต ยกตัวอย่างคนไข้เป็นมะเร็งต้องใช้ยา 80,000 บาทต่อเดือนอาจยื้อชีวิตได้หนึ่งถึงสองปีแต่มีเงินเก็บทั้งครอบครัวอยู่ 900,000 จะเลือกอะไร ??
ชีวิตจริงก็เจอแบบนี้เยอะครับ
วันก่อนญาติผมเอง คุณตาโรคประจำตัวเยอะ อายุ 70
กว่า ๆ ไอเหนื่อย ญาติรีบพาไป ใส่ท่อช่วยหายใจ… ทุกอย่างรักษาเต็มที่
โดนผ่าตัด เจาะปอด ใส่ๆ ถอด ๆ ท่อ ไตวายล้างไต ฯลฯ สุดท้ายมีชีวิตอยู่ได้อีก 1 เดือน พรุนทั้งตัวสายระโยงระยางเต็มตัวเลย
ลูกพี่ลูกน้องผมมี 2 คน เป็นลูกคุณคา
คนนึงก็บอกว่าไม่น่าพาคุณตาไปโรงพยาบาลเลย ปล่อยให้ไปสบายตั้งแต่แรกซะยังดีกว่า
ส่วนอีกคนนึงบอกว่า ก็ยังดีนะได้ใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกันอีกตั้ง 1 เดือน
ส่วนตัวผมนะ… ผมมองว่า 70 ปีที่เราอยู่ด้วยกันเนี่ยถ้าเราตั้งใจใช้ชีวิตในแต่ละวันร่วมกัน ระยะเวลามันยาวนานนะ จะอยู่เพิ่มอีกหนึ่งเดือน สองเดือน หรือแม้กระทั่งหนึ่งปีแต่มันก็ไม่มีความหมายหรอกถ้าอยู่แบบทรมานนะ
ทีนี้… ส่วนตัวผมบ้าง ผมมีการวางแผนล่วงหน้ามาตลอดในเรื่องแบบนี้นะ
1. ผมทำงบการเงินทุกเดือน จดเอาไว้หมดว่าบัญชีอะไรอยู่ในไหน มีประกันชีวิตกี่ฉบับเขียนไว้หมดในกระดาษแผ่นเดียว
วันหนึ่งเกิดอุบัติอุบัติเหตุฉุกเฉิน หรือพูดไม่ได้ หรือหายไปจากโลกคนข้างหลังเค้าจะได้รู้
2. ก่อนไปต่างประเทศทุกครั้งผมเขียนเอาไว้ทุกครั้ง…ดีนะครับ “ซ้อมตาย” มันหดหู่ดีตอนเขียน พอกลับมาแล้วไม่เป็นอะไรก็ขยำทิ้งไป แล้วเราจะรู้สึกรักตัวเองและครอบครัวมากขึ้นที่วันนี้เรามีชีวิตอยู่
3. มันต้องมีจุด cut point นะ ว่าอายุเท่าไหร่จะเอาแค่ไหน
ตอนนี้ผม 40 กลาง ๆ มีอะไรก็สู้เต็มที่ก่อน
ส่วนคุณพ่อคุณแม่หรือแม้กระทั่งตัวผมในอนาคตผมก็ต้องคุยกันว่าอายุเท่าไหร่เอาแค่ไหน
ผมมองว่าถ้าเลย 70 สมมติตัวผมเหนื่อย ไม่ต้องมาใส่ท่อผมนะ ต้องใจแข็ง ๆ หน่อย แล้วให้ยาผ่อนคลาย ให้หลับไม่เจ็บไม่ปวดดีกว่า
ตรงนี้ผมก็ถามพ่อกับแม่ผมนะว่าจะเลือกแบบไหน เราต้องวางแผนเอาไว้ก่อน
4. ประกันสุขภาพ สำคัญมากนะครับ
ผมไม่อยากให้ลูกหลานต้องมาลำบากใจแบบนี้แหละ บางทีต้องเอาเงินที่เราเก็บมาทั้งชีวิตหรือเอาเงินของครอบครัวมาต่อชีวิต.. ผมไม่อยากรบกวนและไม่อยากให้เค้าลำบากใจ
ส่วนตัวผมทำเอาไว้หมดและครบทุกอย่างแล้ว
5. สำคัญที่สุดของผมเลยตอนนี้
คนไข้วาระสุดท้ายชอบพูดอยู่สองเรื่อง
หนึ่ง ความสุขในอดีตกับครอบครัว
สอง เสียดายเวลาอยากอยู่ร่วมกันให้มากกว่านี้
แทบ ไม่มีใครพูดถึงตำแหน่ง เกียรติยศ หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน เลย
ดังนั้นเวลาที่อยู่ด้วยกัน ใช้มันให้เต็มที่ครับ ให้มันปราณีตในทุกวัน ๆ
======
❤️ผมหมออั้น (AUN) ครับ
ผมเล่าเรื่องชีวิต การเงิน การเลี้ยงลูก และมุมมองต่อสังคมไว้ที่เฟซส่วนตัวครับ 👇🏾
Theeraphat Pumpuang