คือเมื่อก่อนผมเป็นคนกล้าได้กล้าเสียกล้าลุยกล้าเสี่ยง มีแต่คนเกรงกลัว บ้าบิ่น พออายุมากขึ้นผมเริ่มหันเข้าหาธรรม หาครูอาจารย์เพื่อดับอารมณ์ตัวเอง ลดความโกรธ ความพยาบาท จนทุกวันนี้ใครด่าว่านินทาผมก็เฉยไม่สนใจเหมือนผมกับเค้าอยู่คนละโลก ผ่านมานานแล้วและจะมีคนหาเรื่องผมบ่อยๆ ขับรถผ่านก็ทำหน้าดุแล้วจ้องตา ท่าทางกลึงเหมือนนักเลงใส่ผมก็เฉย ดึงจิตใจตัวเองอยู่กับครูบาอาจารย์ ก็เป็นอย่างนี้อยู่บ่อยๆเกือบทุกวัน ผมก็มีแว๊บจะโกรธแต่ก็ดับทันด้วยการใช้หลักเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปแล้วดดึงจิตเข้าหาพระแทน ตอนเด็กผมก็เป็นแบบนี้ไม่สนใจใครไม่โกรธใครก็จะโดนรังแกเอาเปรียบมาเสมอ โดนกลั่นแกล้งมาเสมอ พอเข้าม.1 ผมเลยหัดสู้คนไม่เกรงใครจนถลำลึก แล้วรู้ตัวว่าทำแบบนี้มันไม่ใช่เลยใช้ธรรมะเป็นทางออก ปัจุบันนี้ก็กลับมาโดนกลั่นแกล้งใส่ร้ายป้ายสี โดนหาเรื่อง ไปไหนโดนนักเลงที่ไม่ใช่นักเลงจ้องหน้าจ้องตาทำหน้าดุใส่ คนที่ทำประจำคือคนที่ผมไม่เคยมีเรื่องด้วยเลย เป็นลุงทหารแถวบ้านซึ่งผมไม่เคยไปทำไรให้เขาและภรรยาเขาก็ชอบขอความช่วยเหลือจากแม่ผมบ่อยๆ ผมก็ไม่รู้นะทำไมทุกครั้งแกทำเหมือนเกลียดผม เหมือนโกรธอะไร แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะคนแถวบ้านผมก็คอยจ้องใส่ร้ายหาเรื่องผมแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ถ้าผมจะบวกก็ไม่รู้จะสร้างกรรมไปต่อเพื่ออะไร ผมเลยเงียบเหมือนอยู่คนละภพดีกว่า จิตใจคนเรามันก็ไม่ต่างจากสัตว์ป่า ใครสู้ไม่สู้มันดูออกแล้วก็เลือกรังแกคนที่นิ่งเฉย
ธรรมดาของคนหรือป่าวที่ชอบรังแกหาเรื่องคนที่ไม่สู้ รังแกคนที่ชอบอยู่คนเดียวไม่มีเพื่อน