เสียงเด็กในท้องนา

# เสียงเด็กในท้องนา

หมู่บ้านแห่งหนึ่งในภาคกลางมีทุ่งนาอยู่กว้างสุดสายตา

ชาวบ้านมักเล่าว่า ในคืนเดือนมืดจะมีเสียงเด็กร้องไห้อยู่กลางทุ่งนา แต่เมื่อเดินเข้าไปหา เสียงนั้นจะย้ายไปอยู่ไกลออกไปเสมอ

ไม่มีใครรู้ว่าเสียงมาจากไหน

จนกระทั่งคืนหนึ่ง ชายชื่อมนัสต้องขับรถกลับบ้านหลังจากไปทำงานในตัวเมือง

ระหว่างทาง รถของเขาเกิดเสียกลางทุ่งนา

เขาจอดรถและลงไปตรวจเครื่องยนต์ แต่โทรศัพท์กลับไม่มีสัญญาณ

ขณะที่กำลังหาทางแก้ไข เขาได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ดังมาจากในนา

“แม่จ๋า... แม่อยู่ไหน”

มนัสคิดว่าอาจมีเด็กหลงทาง จึงหยิบไฟฉายเดินตามเสียงไป

ยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงร้องไห้ก็ยิ่งชัด

จนกระทั่งเขาพบเด็กชายคนหนึ่งนั่งอยู่ริมคันนา

เด็กคนนั้นสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ เปียกโชก และมีดินโคลนเต็มตัว

มนัสถามว่า

“หนูมาทำอะไรตรงนี้ ดึกแล้วนะ”

เด็กชายตอบว่า

“หนูรอแม่ครับ”

มนัสถามต่อว่าแม่อยู่ไหน

เด็กชายชี้ไปยังกลางทุ่งนา

“แม่อยู่ตรงนั้นครับ แต่แม่ไม่ยอมขึ้นมา”

มนัสตัดสินใจพาเด็กไปส่งบ้าน

แต่ก่อนจะเดินออกจากทุ่ง เขาสังเกตเห็นว่าเด็กชายไม่มีเงา

เขาจึงหยุดเดินและถามว่า

“หนูชื่ออะไร”

เด็กชายเงยหน้าขึ้น

“ชื่อกล้า”

มนัสรู้สึกเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

ทันใดนั้น เสียงผู้หญิงก็ดังมาจากกลางนา

“กล้า... กลับมาได้แล้วลูก”

เด็กชายยิ้มและวิ่งออกไป

มนัสรีบเดินตาม แต่เมื่อส่องไฟฉายไปยังจุดที่เด็กหายไป เขากลับพบเพียงหลุมดินขนาดใหญ่

ในหลุมนั้นมีของเล่นเด็กเก่า ๆ และรองเท้าแตะคู่เล็กวางอยู่

เช้าวันต่อมา มนัสเล่าเรื่องให้ผู้ใหญ่บ้านฟัง

ผู้ใหญ่บ้านตกใจเมื่อได้ยินชื่อกล้า

เพราะเมื่อสิบปีก่อน เคยมีเด็กชายคนหนึ่งหายตัวไปในทุ่งนาแห่งนี้

เด็กคนนั้นชื่อกล้า

แม่ของเขาออกตามหาทั้งคืน แต่ไม่พบตัว จนกระทั่งหลายวันต่อมามีคนพบศพเด็กอยู่ในบ่อน้ำกลางนา

แม่ของเด็กเสียใจมาก และหลังจากนั้นไม่นานก็เสียชีวิตตามไป

มนัสถามว่าแล้วทำไมเขาถึงได้ยินเสียงเด็กเมื่อคืน

ผู้ใหญ่บ้านมองหน้าเขาแล้วพูดว่า

“เพราะเอ็งเคยเป็นคนสุดท้ายที่เห็นเด็กคนนั้นก่อนหายตัวไป”

มนัสตกใจจนพูดไม่ออก

ภาพความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนย้อนกลับมา

เขาเคยเป็นคนงานในนาแห่งนั้น และเคยเห็นเด็กชายกล้าตกลงไปในบ่อน้ำ

แต่ตอนนั้นเขากลัวว่าจะถูกกล่าวหาว่าประมาท จึงขับรถหนีไปโดยไม่แจ้งใคร

เขาไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครเลย

คืนนั้นมนัสกลับไปที่ทุ่งนาอีกครั้ง เขาต้องการไปขอขมาดวงวิญญาณเด็กชาย

เมื่อไปถึง เขาได้ยินเสียงร้องไห้เหมือนเดิม

“ลุงครับ... แม่ผมมาแล้วหรือยัง”

มนัสน้ำตาไหลและตอบว่า

“มาแล้วลูก แม่รอหนูอยู่”

ทันใดนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากกลางนา

เธออุ้มเด็กชายไว้ในอ้อมแขนและมองมนัสด้วยสายตาเศร้า

“ขอบคุณนะ ที่พาลูกฉันกลับมา”

มนัสยกมือไหว้และก้มหน้าร้องไห้

เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองคนก็หายไปแล้ว

เหลือเพียงรอยเท้าเล็ก ๆ สองชุดเดินคู่กันออกไปกลางทุ่ง

แต่ก่อนจะกลับ มนัสสังเกตเห็นบางอย่าง

รอยเท้าของแม่กับลูกเดินไปข้างหน้า

ส่วนรอยเท้าของเขา...

กำลังเดินตามหลังทั้งสองคนไปเอง ทั้งที่เขายืนอยู่กับที่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่