JJNY : 5in1 ปชน.ร่อนแถลงประณาม│“ทนายแจม”จี้ตร.│ศุภโชติแฉบ.ที่ร่วมโซลาร์│อนุสรณ์เตือนแก้วิกฤตน้ำมัน│เวียดนามลดภาษีเบนซิน

ปชน. ร่อนแถลงประณาม เหตุทำร้ายแกนนำแรงงานข้ามชาติ หน้ายูเอ็น จี้จนท.ดำเนินคดีไม่เลือกปฏิบัติ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5957214
.
.
พรรคประชาชน ร่อนแถลงการณ์ ประณามเหตุทำร้าย แกนนำแรงงานข้ามชาติ หน้ายูเอ็น จี้จนท.ดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่เลือกปฏิบัติ
.
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 พรรคประชาชน ออกแถลงการณ์ ประณามเหตุทำร้ายร่างกายกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่หน้าสำนักงานสหประชาชาติ (UN) โดยระบุว่า
.
“ความคิดต่างทางการเมือง ต้องไม่นำไปสู่การใช้ความรุนแรง 
.
จากกรณีที่มีกลุ่มบุคคลบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายแกนนำกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ‘Bright Future’ ระหว่างจัดกิจกรรมเรียกร้องเชิงนโยบายเกี่ยวกับศูนย์พิสูจน์สัญชาติเมียนมา (ศูนย์ CI) บริเวณหน้าสำนักงานสหประชาชาติ เมื่อช่วงสายของวันนี้
.
แกนนำกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ถูกทำร้ายร่างกาย หน้า UN ตอนชุมนุม ทนายแจมประณามใช้ความรุนแรง
พรรคประชาชนขอยืนยันหลักการสำคัญว่า นี่คือเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่งในสังคมที่ยึดถือหลักนิติรัฐ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
.
ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมหรือไม่ ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย และต้องได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกันโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือแรงงานข้ามชาติ
.
หากการชุมนุมหรือข้อเรียกร้องใดมีประเด็นปัญหาทางข้อกฎหมาย สังคมและหน่วยงานรัฐต้องพูดคุยเจรจาอย่างมีเหตุผล หรือใช้มาตรการตามกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ปล่อยให้มีการใช้กำลังปะทะหรือทำร้ายร่างกายกันเช่นนี้
.
ทั้งนี้ การแสดงออกถึงอุดมการณ์ทางการเมืองต่างๆ ของทุกกลุ่มบุคคลย่อมเป็นสิทธิที่ทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องไม่มีอุดมการณ์ใดที่อนุญาตให้ใครอยู่เหนือกฎหมาย หรือสามารถนำมาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อทำลายสิทธิและใช้ความรุนแรงต่อผู้อื่นได้
.
สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานผู้รับผิดชอบความมั่นคงในพื้นที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่เพียงการเข้าระงับเหตุเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ต้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานจากภาพเหตุการณ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ก่อเหตุอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่เลือกปฏิบัติเพียงเพราะสถานะ สัญชาติ หรือจุดยืนทางการเมืองของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
.
หลักนิติรัฐจะไม่มีความหมายเลย หากกฎหมายของประเทศเลือกคุ้มครองเฉพาะคนกลุ่มที่คิดเหมือนกัน แต่ละเลยสิทธิและความปลอดภัยของคนที่มีความคิดเห็นต่าง
.
https://www.facebook.com/PPLEThai/posts/122215241174480817
.

.
“ทนายแจม” จี้ตำรวจเร่งหาตัวคนผิด เหตุรุมทำร้ายแกนนำแรงงานข้ามชาติที่หน้ายูเอ็น
https://www.thairath.co.th/news/politic/2969748
.
“ศศินันท์” ประณามเหตุรุมทำร้ายแกนนำแรงงานข้ามชาติที่หน้ายูเอ็น ชี้ความเห็นต่างไม่ใช่ข้ออ้างใช้ความรุนแรง จี้ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด หาตัวคนผิด
.
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กรุงเทพฯ เขต 11 พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์กลุ่มบุคคลเข้าไปรุมทำร้ายร่างกาย วีระ แสงทอง แกนนำกลุ่มแรงงานข้ามชาติ Bright Future ขณะจัดกิจกรรมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานเมียนมา (ศูนย์ CI) บริเวณหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (UN) เมื่อช่วงสายของวันนี้ โดยระบุว่า เหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่งในสังคมที่ยึดถือหลักนิติรัฐและการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
.
นางสาวศศินันท์กล่าวว่า ไม่ว่าบุคคลใดในสังคมจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม และไม่ว่าผู้ถูกทำร้ายร่างกายจะเป็นคนไทยหรือแรงงานข้ามชาติ แต่ในฐานะมนุษย์ทุกคนต่างมีสิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย และต้องได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกันโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ หากฝ่ายใดเห็นว่าการชุมนุมหรือข้อเรียกร้องดังกล่าวมีประเด็นปัญหาทางกฎหมาย ก็ต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายและช่องทางที่เป็นธรรมเข้ามาจัดการแก้ไข ไม่ใช่การใช้กำลังเข้าทำร้ายร่างกายกันกลางถนนเช่นนี้ สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานผู้รับผิดชอบความมั่นคงในพื้นที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่เพียงแค่การเข้าระงับเหตุเฉพาะหน้าและนำผู้ถูกทำร้ายออกจากพื้นที่เกิดเหตุเท่านั้น แต่ต้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดหรือสื่อต่างๆ เพื่อสืบหาตัวผู้กระทำความผิดและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โดยต้องไม่เลือกปฏิบัติเพราะสถานะ สัญชาติ หรือจุดยืนทางการเมืองของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
...
นางสาวศศินันท์ยังได้ย้ำเตือนถึงขอบเขตของการแสดงออกทางการเมืองว่า การปกป้องสถาบันหรือการมีอุดมการณ์ทางการเมืองของแต่ละกลุ่มบุคคลเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามกฎหมาย แต่ไม่มีอุดมการณ์ใดๆ ที่จะสามารถสร้างความชอบธรรมให้บุคคลมีสิทธิอยู่เหนือกฎหมาย หรือนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการใช้ความรุนแรงเพื่อประทุษร้ายต่อร่างกายและชีวิตของผู้อื่นได้
.
“หลักนิติรัฐจะไม่มีความหมายเลย หากกฎหมายคุ้มครองเฉพาะคนที่คิดเหมือนเรา แต่ไม่คุ้มครองคนที่คิดต่าง ดิฉันขอยืนยันว่าความขัดแย้งต้องแก้ไขด้วยกฎหมายและเหตุผล ไม่ใช่ด้วยกำลัง” นางสาวศศินันท์กล่าว
.

.
“ศุภโชติ” แฉ บริษัทที่ร่วมโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” กว่า 60 บริษัทมีที่อยู่ซ้ำกัน
https://www.thairath.co.th/news/politic/2969750
.
“ศุภโชติ” แฉ บริษัทที่ร่วมโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” กว่า 60 บริษัทมีที่อยู่ซ้ำกัน และอีกกว่า 120 บริษัทมีกรรมการถือหุ้นไขว้กันไปมา
.
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยรายละเอียดและข้อสังเกตต่อโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” อย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า โครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่รัฐบาลเคยประกาศโฆษณาต่อสาธารณชน ว่าประชาชนจะมีเสรีภาพและสิทธิในการเลือกบริษัทผู้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ได้อย่างอิสระ โดยไม่มีมาตรการล็อกโควตาให้เอกชนรายใดรายหนึ่ง แต่จากการติดตามและตรวจสอบรายชื่อบริษัทเอกชนที่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองเข้าร่วมโครงการในปัจจุบัน กลับพบบันทึกข้อมูลความเชื่อมโยงที่ผิดปกติและน่าเคลือบแคลงสงสัยอย่างยิ่ง
.
นายศุภโชติกล่าวว่า จากการสืบค้นข้อมูลเชิงลึกพบว่า ในจำนวนบริษัทที่ผ่านเกณฑ์กว่า 60 แห่งนั้น มีหลายบริษัทที่จดทะเบียนระบุที่อยู่สำนักงานซ้ำกัน และเมื่อลงรายละเอียดไปตรวจรายชื่อคณะกรรมการบริษัทก็พบว่า มีรายชื่อและนามสกุลเดียวกันซ้ำๆ ปรากฏถือหุ้นไขว้กันไปมาในบริษัทเครือข่ายอีกกว่า 120 บริษัท ซึ่งพฤติการณ์ในลักษณะนี้เปรียบเสมือนการเล่นเก้าอี้ดนตรีทางการค้า ที่ต่อให้ประชาชนเลือกจิ้มบริษัทหนึ่งไม่ได้ ก็จะวนกลับไปเลือกอีกบริษัทหนึ่งซึ่งแท้จริงแล้วเป็นของกลุ่มทุนและเครือข่ายเดียวกันอยู่ดี ดังนั้น ข้ออ้างที่ว่าเปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีจึงไม่เป็นความจริง
.
นายศุภโชติ กล่าวต่อไปว่า ข้อมูลจากสำนักข่าวที่ระบุว่าในปัจจุบันมีกลุ่มผู้ประกอบการ SME มากถึง 60-70% ที่ตัดสินใจยื่นหนังสือถอนตัวและออกจากโครงการนี้ สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะวิกฤตที่เหลือสัดส่วนบริษัทที่ยังดำเนินงานในโครงการเพียง 30% เท่านั้น และในจำนวน 30% ที่เหลือนั้น ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นกลุ่มบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกันทางการค้า หรือมีลักษณะการถือหุ้นไขว้กันเพื่อแบ่งเค้กผลประโยชน์ร่วมกันในโครงการกึ่งผูกขาดนี้
...
นายศุภโชติ กล่าวด้วยว่า ปรากฏการณ์นี้ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง 2 มิติสำคัญ คือ 1. ความหละหลวมและไร้ประสิทธิภาพในกระบวนการตรวจสอบและคัดกรองคุณสมบัติของหน่วยงานรัฐ หรือ 2. แท้จริงแล้วอาจเป็นความตั้งใจของรัฐบาลและผู้มีอำนาจในการวางเงื่อนไขกีดกันรายย่อย เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ เนื่องจากจำนวนตัวเลือกบริษัทที่มีเป็นร้อยแห่งในกระดาษ แต่ในทางปฏิบัติจริงกลับกลายเป็นเพียงการใช้ “วิชาแยกร่าง” เพื่อปิดกั้นการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
.

.
อนุสรณ์ เตือนรบ.อย่าแก้วิกฤตน้ำมันกระทบคลัง แนะเก็บภาษีลาภลอย ดันระบบบิลไฟฟ้าสู่หลักประกันสินเชื่อ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5957207
.
อนุสรณ์ เตือนรัฐบาล อย่าแก้วิกฤตพลังงานให้กระทบคลัง แนะเก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่น ดันระบบบิลไฟฟ้าสู่หลักประกันสินเชื่อ เตือน คลังน้ำมันสำรองโลกในปัจจุบันอยู่ในภาวะตึงตัวอย่างหนัก จำเป็นต้องเร่งผลักดันนโยบายระบบสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ ยกระดับมาตรฐานความมั่นคงพลังงาน
.
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 กรุงเทพฯ รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองประธานกรรมาธิการ การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน และ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพฯ พรรคประชาชน เปิดเผยว่า รัฐบาลต้องระมัดระวังในการใช้มาตรการใดๆเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อแก้วิกฤตการณ์พลังงานแล้วนำมาสู่ปัญหาวิกฤตการณ์ทางการคลัง กระทรวงการคลังสามารถดำเนินมาตรการลดภาษีน้ำมัน E20 และ B20 ได้ไม่เกิน 3 เดือน โดยเป็นระดับที่งบประมาณปี 2570 สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงทางด้านรายได้โดยไม่กระทบวินัยทางการคลัง มาตรการลดภาษีสรรพสามิตล่าสุดจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ไปประมาณ 15,300 ล้านบาทในระยะเวลา 3 เดือน หากเกิน 3 เดือนรัฐบาลต้องหาแหล่งรายได้ใหม่มารองรับ มีข้อเสนอให้เก็บภาษีจากรถยนตร์ EV เพิ่มเติมซึ่งตนไม่เห็นด้วย
.
เพราะเป็นการย้อนแย้งกับยุทธศาสตร์และนโยบายปรับโครงสร้างพลังงาน แต่รัฐบาลควรเร่งผลักดันออกกฎหมายในการจัดเก็บภาษีลาภลอยจากกำไรพิเศษเกินปรกติจากกลุ่มธุรกิจพลังงาน หากยืดมาตรการลดภาษีสรรพสามิตไปเกินมกราคม พ.ศ. 2570 โดยไม่มีแผนรายได้ใหม่รองรับจะกระทบต่อฐานะทางการคลัง และ รัฐบาลจะไม่มีเงินงบประมาณไปแก้ปัญหาด้านอื่นหรือพัฒนาประเทศด้านอื่นๆ จะส่งผลต่อเนื่องไปยังการจัดทำงบประมาณปี 2571 ที่งบประจำจะสูงกว่ารายได้ของรัฐ และอาจมีความจำเป็นต้องแก้กฎหมายหนี้สาธารณะและกฎหมายวินัยการเงินการคลังเพื่อขยับเพดานหนี้สาธารณะ และ ปรับเปลี่ยนสัดส่วนงบลงทุนต่องบประมาณ หากเกิดภาวะดังกล่าว วิกฤตการณ์ฐานะทางการคลังจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์และส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว ช่องว่างทางการคลัง (Fiscal Space) ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ “กันชน” (Buffer) ทางการเงินการคลังของประเทศเหลือน้อย หากเกิดปัญหาต่างๆขึ้นในอนาคต เช่น ผลกระทบภัยพิบัติรุนแรง ผลกระทบโรคระบาด หรือ ผลกระทบวิกฤติสงครามการค้า รัฐบาลจะมีข้อจำกัดในการกู้เงินเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนและประคับประคองภาวะเศรษฐกิจ การรักษาพื้นที่ทางการคลังให้เพียงพอสำหรับการรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนในอนาคตจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
.
รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวต่อว่า แม้นการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าคุ้มทุนสำหรับพี่น้องประชาชน แต่อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ครัวเรือนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงพลังงานสะอาด คือ เงินลงทุนตั้งต้นที่ใช้เงินทุนไม่น้อย พรรคประชาชนเสนอมาให้มีการใช้มาตรการระบบสินเชื่อผ่านบิลค่าไฟ (On-Bill Financing) เป็นพัฒนาระบบบิลไฟฟ้าสู่หลักประกันสินเชื่อ
.
วิกฤตค่าครองชีพของกลุ่มรายได้น้อย หนี้ครัวเรือน ซ้ำเติม ปัญหาความเหลื่อมล้ำ หากไม่เร่งแก้ไขจะให้ปัญหาซับซ้อนยิ่งขึ้นจากความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรงขึ้นมาได้ ปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก จึงต้องร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้เกิดสถานการณ์ดังกล่าวขึ้นในประเทศไทย

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่