สรุปคือ การที่เขาออกมาพูดและขยับตัวอย่างหนักในเรื่องนี้ ทำไปในฐานะทนายความของฝั่งผู้ร้องเรียน เพื่อสร้างน้ำหนักให้คดีของฝั่งตนเอง เพียงแต่ข้อมูลทั้งหมดนี้ยังคงเป็น "ข้อกล่าวอ้างจากฝั่งทนายเดชาเพียงด้านเดียว"
คำพูดไม่ตรงกับสถานะ ต่อหน้าสื่อพยายามแสดงบทบาทเป็นทนายความผู้ผดุงความยุติธรรมและรู้ลึกรู้ดีในคดี แต่ในความเป็นจริงกลับ ติดโทษแบนและไม่มีสิทธิ์ว่าความในศาล ซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ขัดกับสถานะทางกฎหมายปัจจุบันของตัวเอง
พยานหลักฐานที่ไม่เคยมีอยู่จริง การใช้คำว่า "มีคลิปเด็ด" หรือ "มีหลักฐานลับ" มาขู่หน้าสื่อเรื่อยเปื่อย แต่พอถึงเวลาเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบจริง ๆ กลับไม่มีการนำหลักฐานเหล่านั้นมาแสดงอย่างชัดเจน ทำให้สังคมมองว่าเป็นเพียง เทคนิคปั่นกระแสและบลัฟฝั่งตรงข้าม เพื่อเอาตัวรอดไปวัน ๆ
เจตนาแอบแฝงทางการตลาด อ้างว่าทำเพื่อความถูกต้องและปกป้องผลประโยชน์ของสังคม แต่พฤติกรรมที่เน้นการออกสื่อ ขยี้ดราม่า และสร้างคอนเทนต์รายวัน สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าเป้าหมายหลักคือ การรักษาแสง รักษาฐานผู้ติดตาม และดึงยอดวิวมูลค่าทางการตลาด ให้สำนักงานกฎหมายของตัวเองไม่เงียบหายไป
ในท้ายที่สุด พฤติกรรมที่ใช้กระแสโซเชียลมาชี้นำความถูกต้องแทนที่จะสู้กันด้วยกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม จึงเป็นสิ่งที่สังคมมองว่า ใช้ไม่ได้และขาดความน่าเชื่อถืออย่างรุนแรงเลย ว่ามั้ย?
อ้าว! เดชา ถูกพักใบอนุญาต แล้วมาพูดให้ช่างรับเหมาอย่างช่างเอ๋ กับก็อตสามี บุ๋มปนัดดา เพื่ออะไร ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ว่าความ
คำพูดไม่ตรงกับสถานะ ต่อหน้าสื่อพยายามแสดงบทบาทเป็นทนายความผู้ผดุงความยุติธรรมและรู้ลึกรู้ดีในคดี แต่ในความเป็นจริงกลับ ติดโทษแบนและไม่มีสิทธิ์ว่าความในศาล ซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ขัดกับสถานะทางกฎหมายปัจจุบันของตัวเอง
พยานหลักฐานที่ไม่เคยมีอยู่จริง การใช้คำว่า "มีคลิปเด็ด" หรือ "มีหลักฐานลับ" มาขู่หน้าสื่อเรื่อยเปื่อย แต่พอถึงเวลาเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบจริง ๆ กลับไม่มีการนำหลักฐานเหล่านั้นมาแสดงอย่างชัดเจน ทำให้สังคมมองว่าเป็นเพียง เทคนิคปั่นกระแสและบลัฟฝั่งตรงข้าม เพื่อเอาตัวรอดไปวัน ๆ
เจตนาแอบแฝงทางการตลาด อ้างว่าทำเพื่อความถูกต้องและปกป้องผลประโยชน์ของสังคม แต่พฤติกรรมที่เน้นการออกสื่อ ขยี้ดราม่า และสร้างคอนเทนต์รายวัน สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าเป้าหมายหลักคือ การรักษาแสง รักษาฐานผู้ติดตาม และดึงยอดวิวมูลค่าทางการตลาด ให้สำนักงานกฎหมายของตัวเองไม่เงียบหายไป
ในท้ายที่สุด พฤติกรรมที่ใช้กระแสโซเชียลมาชี้นำความถูกต้องแทนที่จะสู้กันด้วยกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม จึงเป็นสิ่งที่สังคมมองว่า ใช้ไม่ได้และขาดความน่าเชื่อถืออย่างรุนแรงเลย ว่ามั้ย?