◉ HEALTH: เด็กทั่วโลกเจอเชื้อดื้อยาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และจะแย่ลงอีกในสิบปีข้างหน้า งานวิจัยที่ครอบคลุม 82 ประเทศระบุว่า มีเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะเพิ่มขึ้นทุกภูมิภาค โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ยาช่วยชีวิตและรักษาโรคหรือาการเจ็บป่วยให้กับผู้คนจำนวนมาก เราหลายคนกินยาไมเกรน ยาแก้ปวด ยากระเพาะ ไปจนถึงยาปฏิชีวนะที่จัดการกับการติดเชื้อ แต่บางครั้งการใช้ยาปฏิชีวนะเดียวกันแบบมากเกินไปก็อาจทำให้สถานการณ์แย่ลง
มหาวิทยาลัยซิดนีย์และสถาบันวิจัยเด็กเมอร์ด็อก (MCRI) ได้วิเคราะห์ตัวอย่างการติดเชื้อ 106,581 ตัวอย่างจากเด็กอายุไม่เกิน 18 ปีใน 82 ประเทศ และพบว่าจุลินทรีย์ตัวร้ายเหล่านี้ไม่ได้โดนฆ่าอีกต่อไป พวกมันมีอัตราการรอดชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกภูมิภาคระหว่างปี 2004 ถึง 2022
“เราพบการต่อต้านยาปฏิชีวนะไม่เพียงแค่ในโรคที่รุนแรงเท่านั้น แต่ยังพบในโรคติดเชื้อที่ไม่ซับซ้อนอย่างโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในเด็กอีกด้วย” ศาสตราจารย์ Penelope Bryant ผู้ร่วมเขียนบทความ กล่าว
สิ่งนี้น่ากังวลมากขึ้นโดยเฉพาะกับเด็กทารกและเด็กในห้องไอซียู กับประเทศที่มีทรัพยากรด้านการดูแลสุขภาพน้อยกว่านั้นจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะเดียวกันเชื้อดื้อยาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในกลุ่มยาปฏิชีวนะที่องค์การอนามัยโลกจัดประเภทยานั้นเป็น “ยาทางเลือกสุดท้าย” หรือ “ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด”
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักวิจัยพบว่าแบคทีเรียแกรมลบสองชนิดคือ Acinetobacter baumannii ที่มักก่อให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดและปอดอักเสบ และ Klebsiella ที่มักเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะและฝีในตับ มีอัตราการเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดโดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรปตะวันออก และแปซิฟิกตะวันตก
“มันทำให้เห็นถึงขนาดของปัญหาและบอกว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมทั่วโลก” ศาสตราจารย์ Chris Blyth กุมาธแพทย์ กล่าว “ผมมักพบเห็นเด็กที่มีการติดเชื้อที่รักษาได้ยาก ซึ่งดื้อต่อยาในกลุ่มแรกและกลุ่มสอง ทำให้ผมต้องหันไปใช้ยาที่ัหาได้ยากกว่า ให้ยาได้ยากกว่า ราคาแพงกว่า และอาจมีพิษมากกว่า”
นักวิจัยได้ลองใช้แบบจำลองทางสถิติและพบว่าการดื้อยาน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมากภายในปี 2035 ถึง 82% และ 35% สำหรับ Acinetobacter baumannii และ Klebsiella ตามลำดับ โดยเฉพาะในโลกที่มีวิกฤตสภาพอากาศและเต็มไปด้วยมลพิษเหล่านี้
ที่มา/อ้างอิง : Environman
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้🔗 https://jamanetwork.com/journals/jamapediatrics/fullarticle/2851769
🔗 https://www.theguardian.com/australia-news/2026/jul/21/antibiotic-resistant-bacteria-increasingly-leaving-children-vulnerable-to-common-infections-global-study-finds
🔗 https://www.sydney.edu.au/news-opinion/news/2026/07/27/antibiotic-resistance-growing-among-children--research-finds.html
🔗 https://www.livescience.com/health/medicine-drugs/its-real-and-its-happening-antibiotic-resistance-in-kids-is-rising-around-the-world-massive-study-finds
🩺 วิจัยชี้เด็กทั่วโลก เจอเชื้อดื้อยาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ยาช่วยชีวิตและรักษาโรคหรือาการเจ็บป่วยให้กับผู้คนจำนวนมาก เราหลายคนกินยาไมเกรน ยาแก้ปวด ยากระเพาะ ไปจนถึงยาปฏิชีวนะที่จัดการกับการติดเชื้อ แต่บางครั้งการใช้ยาปฏิชีวนะเดียวกันแบบมากเกินไปก็อาจทำให้สถานการณ์แย่ลง
มหาวิทยาลัยซิดนีย์และสถาบันวิจัยเด็กเมอร์ด็อก (MCRI) ได้วิเคราะห์ตัวอย่างการติดเชื้อ 106,581 ตัวอย่างจากเด็กอายุไม่เกิน 18 ปีใน 82 ประเทศ และพบว่าจุลินทรีย์ตัวร้ายเหล่านี้ไม่ได้โดนฆ่าอีกต่อไป พวกมันมีอัตราการรอดชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกภูมิภาคระหว่างปี 2004 ถึง 2022
“เราพบการต่อต้านยาปฏิชีวนะไม่เพียงแค่ในโรคที่รุนแรงเท่านั้น แต่ยังพบในโรคติดเชื้อที่ไม่ซับซ้อนอย่างโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในเด็กอีกด้วย” ศาสตราจารย์ Penelope Bryant ผู้ร่วมเขียนบทความ กล่าว
สิ่งนี้น่ากังวลมากขึ้นโดยเฉพาะกับเด็กทารกและเด็กในห้องไอซียู กับประเทศที่มีทรัพยากรด้านการดูแลสุขภาพน้อยกว่านั้นจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะเดียวกันเชื้อดื้อยาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในกลุ่มยาปฏิชีวนะที่องค์การอนามัยโลกจัดประเภทยานั้นเป็น “ยาทางเลือกสุดท้าย” หรือ “ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด”
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักวิจัยพบว่าแบคทีเรียแกรมลบสองชนิดคือ Acinetobacter baumannii ที่มักก่อให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดและปอดอักเสบ และ Klebsiella ที่มักเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะและฝีในตับ มีอัตราการเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดโดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรปตะวันออก และแปซิฟิกตะวันตก
“มันทำให้เห็นถึงขนาดของปัญหาและบอกว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมทั่วโลก” ศาสตราจารย์ Chris Blyth กุมาธแพทย์ กล่าว “ผมมักพบเห็นเด็กที่มีการติดเชื้อที่รักษาได้ยาก ซึ่งดื้อต่อยาในกลุ่มแรกและกลุ่มสอง ทำให้ผมต้องหันไปใช้ยาที่ัหาได้ยากกว่า ให้ยาได้ยากกว่า ราคาแพงกว่า และอาจมีพิษมากกว่า”
นักวิจัยได้ลองใช้แบบจำลองทางสถิติและพบว่าการดื้อยาน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมากภายในปี 2035 ถึง 82% และ 35% สำหรับ Acinetobacter baumannii และ Klebsiella ตามลำดับ โดยเฉพาะในโลกที่มีวิกฤตสภาพอากาศและเต็มไปด้วยมลพิษเหล่านี้
ที่มา/อ้างอิง : Environman
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้