Z vs Alpha มวยคู่เดือด นัดหยุดโลก คุณคิดว่าจะเป็นยังไง

กระทู้คำถาม

คุณลองนึกภาพ ยามค่ำคืนของครอบครัวหนึ่ง กลางเมืองใหญ่
3 พี่น้อง
"เอ็ม" พี่ชายคนโตอายุ 33 ปี
"แอล" พี่สาวคนกลางอายุ 25 ปี
"น้องพี" น้องสาวคนเล็กอายุ 15 ปี



พี่เอ็ม พี่ชายคนโต ช่วยดูแล้น้องๆในเมืองใหญ่แทนพ่อแม่ ทั้งสามคนอาศัยในบ้านหลังย่อมๆชานเมืองที่พ่อแม่กัดฟันดาวน์และผ่อนไว้ให้มาหลายปีตั้งแต่เขาเข้ามาเรียนในเมืองหลวง จนตอนนี้ เขาช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่าย ดูแลบ้านให้นองๆที่เข้ามาทำงาน และกำลังเก็บเงินอีกก้อนเพื่อตั้งหลัก หาที่อยู่ของตัวเอง หลังเล็กๆ ขยับเข้าไปกลางเมืองอีกหน่อยเพื่อความสะดวกในการเดินทาง ไม่ต้องผจญกับรถติดทั้งขาเข้าและขาออกตลอด
ชีวิต ทำงาน เก็บเงิน อดทน ทั้งๆที่ตัวเอง เจอกับอุปสรรค หัวหน้าส่งไปฝึกการใช้งาน AI มาตลอด ปีละหลายหน  หัวหน้าอายุ 49 ที่คาดหวังให้เขาต้องเก่ง ถนัดด้านไอทีมากกว่า เพียงเพราะอายุน้อยกว่า ทั้งที่แท้จริง เขากับหัวหน้า ก็เพิ่งมารู้จักปัญญาประดิษฐ์ พร้อมกัน

เขาเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตจากร้านกาแฟ ที่หุ้นกับเพื่อนเปิด และปิดตัวลงไป ค่าเสียหายประสบการณ์ถือเป็นค่าวิาเท่าๆกับการเรียนปริญญาอีกใบ 4 ปี ของการทำธุรกิจที่สุดท้าย แบ่งเงินที่ได้จากการเซ้งทุกอย่างคืน หักกลบลบหนี้แล้ว แต่ละคน ขาดทุนเงินก้อนไปไม่กี่พันบาท



แอล สาวน้อยน้องใหม่ของที่ทำงาน เพราะเธอ ทำงานมาแล้วมากกว่า 6 ที่ในเวลาไม่กี่ปีหลังเรียนจบ บางที่ ไปทำงานเพียง 4-5 เดือนทำนั้น
"จะสเสียเวลาทำไมถ้าไม่ใช่" คือเหตุผลที่แอล อธิบายกับเฮียมาตลอด เวลาที่เธอโดนบ่นเรื่องการหางานที่มั่นคงได้แล้ว พี่ชาย มักเตือนด้วยความเป็นห่วงว่า เธอจะมีเวลาอีกไม่กี่ปี ที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าคน และ ก้าวสู่งานที่มั่นคงในตำแหน่งที่สูงขึ้นได้

แต่สำหรับแอล การทำงานในบริษัท ตามสายที่เรียนมา ไม่ใช่เส้นทางชีวิตที่เธอต้องการ ตั้งแต่เรียน เธอทำงานพิเศษออนไลน์ สร้างช่องติ๊กต่อกของตัวเอง ทำเนื้อหาลงไอจี จนมีผู้ติดตามหลักแสน เธอตระเวนรีวิวร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานที่เที่ยวต่างๆ เธอมีลูกค้าฝากรีวิวครีม ของใช้ และปักตะกร้าต่างๆมากมาย  ซึ่งนี่คือสาเหตุที่เมื่อเรียนจบ เธอตั้งหลักกับเงินเก็บด้วยการ เป็นครีเอเตอร์เต็มตัว เป้าหมายต้องการทำเนื้อหา มีลูกค้า และ ออกสินค้าของตัวเองในอนาคต อย่างไรก็ตาม ชีวิตขริงก็ไม่ง่ายขนาดนั้น เมื่อเธอต้องช่วยพี่ชาย เแบ่
เบาค่าใช้จ่าย จนสุดท้าย เงินก้อนที่ขอม๊ากับป๊ามาทำครีมกันแดด ก็หายหมดสิ้น พร้อมกับ ครีมที่กองอยู่ที่บ้านอีกหลายร้อยหลอด และ ความหวังที่จะเปลี่ยนมันกลับมาเป็นเงินก้อนใหญ่ ริบหรี่ลง จนสุดท้าย ก็ต้อง ไปสมครทำงานเป็นลูกจ้าเขา

เธอต้องเจอกับเจ้านายที่ไร้สาระ หัวหน้าที่ขี้บ่น และทุกคน ทำงานเหมือนจะบ้าคลั่ง ไม่หวงชีวิตตัวเอง ในขณะที่เธอ คือคนที่ บริหารชีวิตที่สมดุลย์ ทำงาน จบตามเวลา ไปเจอเพื่อน ไปออกกำลังกาย วันหยุด ไม่อ่านข้อความไลน์ ไปเที่ยวห้องสมุดชิกๆ ไปคาเฟ่ลับเล็กๆที่ไม่พลุกพล่าน ค่ำคืน นัดเจอเพื่อน ร้านลับกลางเมือง



น้องพี สาวน้อย คนเล็กสุดท้องของบ้าน ที่มักมีปัญหากับเจ้เสมอ ด้วยความที่ทั้งสอง มักคิดอะไรขัดแย้งกัน
น้องพี กำลังสนุกกับกิจกรรมที่โรงเรียนกับเพื่อน เธอค้นพบเส้นทางของตัวเองในสิ่งที่สนใจ กลายเป็นเด็กกิจกรรม มากกว่าใช้ชีวิตในโลกออนไลน์ แม้ว่าเธอจะเล่นไอจี เล่นเกมกับเพื่อนบ้าง แต่ วันหยุด เธอไปโรงเรียนเพื่อทำกิจกรรม สะสมแฟ้มผลงานเพื่อการเข้ามหาวิทยาลัย

เธอไม่สนใจอาชีพในฝันอย่าง ยูทูบเบอร์ แม่ค้าออนไลน์ ที่ฉาบฉวยแบบเจ้ แต่เธอต้องการมีอาชีพ ทำในสิ่งที่เธอชอบอย่างมั่นคง จะเป็นลูกจ้างหรอเจ้าของกิจการก็ตาม หากเธอพบปัญหาอะไร หรือ เกิดภาวะเหงา กดดัน ที่พึ่งแรกของเธอคือ AI ที่คอยให้คำปรึกษา พร้อมกับช่วยทำการบ้านมายาวนานหลายปีตั้งแต่ยังอยู่ประถม แต่ AI  ของเธอ มักถูกเธอตรวจสอบอย่างเสมอ พร้อมทั้ง สอนกลับไป จน ทำงานตอบโจทย์เธอได้อย่างดีเยี่ยม

น้องพี ชอบฟังเพลงยุค 70s สนใจเพลงแจ็สญี่ปุ่น เพลงฟิวชั่นแนวชายทะเลที่ฟังดูลุ่มลึก เธอไม่ชอบมีมไร้สาระ "ซิก เซเว่น" ที่พี่สาวชอบเอามาเล่นกับเธอ เธอเบื่อมีมตามกระแสของพี่สาว ที่สำคัญ เธอมักทะเลาะกับพี่สาวเสมอ เรื่อง "กระแส" ที่พี่สาว เป็นคน ติดทุกแฮชแท็ก ตามทุกเทร็นด์เอ็กซ์ ไอจี  



ทั้งสามคน เดินทางกลับบ้าน ต่างจังหวัด ด้วยรถยนต์
น้องพี นั่งหน้าคู่กับพี่เอ็ม ส่วนเจ้แอล นั่งหลัง
เสียงเพลง City Pop ของพี่ชายดังคลอสบายๆในรถยนต์

"เฮียรู้ป่ะ คนแต่งเพลงนี้เค้าเคยออกอัลบั้มนะ" น้องพี เอาหูฟังออกจากหู เพื่อเปิดบทสนทนากับพี่ชาย พร้อมทั้งเล่าเรื่องว่า เพลงป็อปย้อนยุคของพี่ชาย จริงๆ คนแต่งเพลงคือศิลปินแจ็สแนวชิลริมทะเล แถมยัง บอกอีว่า เพลงพวกนี้ มีศิลปินฝรั่งเอาไปทำต่ออีกเยอะ

"ฟังเพลงแบบนี้กันด้วยหรอ?" พี่เอ็มถามน้องสาว ด้วยความสงสัย "นึกว่าจะฟังเพลงเหมือนแอลมัน ฟังแต่เพลงกระแสติ๊กต่อก"
ทั้งสองคนหัวเราะกัน โดยที่ แอล ใส่หูฟังครอบหัวอยู่เบาะหลัง ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่รู้สึกได้ว่า กำลังถูกนินทา ก่อนจะเอาหูฟังออกแล้วถามว่า "อะไรกัน นินทาอะไรรึเปล่า?"



เมื่อทั้งสามคน ไปถึงบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด
พ่อแม่ รีบมาต้อนรับ โดยป๊า รับอ้อมกอดจากลูกสาวคนเล็กไปเต็มๆ ส่วนเอ็ม ก็เดินไปไหว้แม่และ รับอ้อมกอดของผู้เป็นมารดา กับคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบว่า "เหนื่อยมั้ยเนี่ย มาๆๆ พักผ่อนก่อน"

แอล โผล่หน้าออกมาจากท้ายรถ พร้อมเสียงแรกเป็นการทักทาย
"เฮ้ย เฮีย กับหมวยเล็ก มาช่วยกันเอาของลงเด่ะ ไม่เอาลงให้นะเว้ย ของใครของมัน"

พ่อกับแม่ ก็เดินเข้าไปหา พร้อมทั้งทำท่าจะช่วยเอาของลงจากท้ายรถ

"เฮียอีขับรถมาเหนื่อยๆ พีมันก็ยังเล็ก จะไปอะไรนักหนา แกนั่นแหละ นั่งมาเฉยๆ มา มา ป๊ากับม๊า เอาลงเอง"
เธอบ่นอุบ เมื่อแม่และพ่อมาช่วยกันรื้อของลงจากท้ายรถ
"ม๊าก็แบบนี้ ให้ทายพีมัน อะไรๆก็โอ๋เฮีย"

"แล้วตกลงตอนนี้ งานผ่านโรปหรือยัง เฮียบอกว่า แกช่วยเงินค่ากินอยู่เค้าเดือนละ 3,000 เอง" ผู้เป็นพ่อ ถาม ในแบบที่ต้องการฟังคำตอบว่าเธอ ผ่านโปรแล้วและจะได้งานที่มั่นคงเติบโตได้  และ จะเป็นที่สุดท้ายอย่างน้อยๆก็อีกสิบปีข้างหน้า

"โหป๊าอ่ะ" เธอค้อน "มาถึงก็บ่นเลย"
"ไมพูดได้ยังไง อายุเท่านี้ เฮียแกก็ผ่อนรถเองแล้วนะ" ผู้เป็นแม่เสริมขณะทั้งสามคนช่วยกันเอาของวางในห้องนั่งเล่น
"มันเหมือนกันที่ไหนละม๊า สมัยเฮียมันเศรษฐกิจแย่แบบนี้มั้ยล่ะ ทุกวันนี้ แค่เดินทางไปทำงาน ค่าของกินของใช้ก็แทบไม่พออยู่แล้ว" เธออธิบาย พร้อมทั้งเอ่ยอีกว่า "บ้านนี้ ถ้าอีกหน่อยเฮียไม่อยู่ หนูขอนะ ป๊าช่วยปิดยอดที่เหลือให้ด้วย" เธอ แจ้งความต้องการและขอความช่วยเหลือบุพการีไปพร้อมๆกัน



เช้าวันต่อมา สมาชิกครอบครัว 4 คน กำลังนั่งรถกลับบ้านหลังจากไปจ่ายตลาดตอนเช้าตรู่มาด้วยกัน

"หมวยเล็ก เดี๋ยวเอาโอเลี้ยงไปให้เฮียด้วยนะ สงสัยจะยังไม่ตื่น" ผู้เป็นแม่เอ่ยกับลูกสาวคนเล็กสุด
"โหม๊า ไม่เอาเลย ให้เจ๊เอาไปให้แล้วกัน หนูต้องทำชุดลีดเดอร์กีฬาสี" น้องพีรีบตอบ
"อะไรยะ ทำไมต้องเป็นชั้น เธอเป็นน้อง ก็ทำสิ มัวแต่ทำอะไรไร้สาระอยู่ได้ ไม่ใช่ะูระสำคัญซักหน่อย" พี่สาวคนกลางย้อน

"อะไร" สาวน้อยคนเล็กชักสีหน้าและเสียงดุแบบของขึ้นทันที "ไม่ไร้สาระนะ เจ๊ไม่มีปัญญาทำแบบนี้หรอก วันๆดูแต่กระแสเสื้อผ้าโหลๆตามติ๊กต่อก" น้องสาวเปิดศึกทันที

ก่อนที่มวยจะลามไปยิ่งกว่านี้ ผู้เป็นพ่อที่ขัยรถอยู่รีบปิดสวิทช์ คว้าระฆังก่อนจะลั่นเก๊ง
"พอเลย นี่ หมวยเล็กมันได้โควต้า ได้ทุนการเรียนก็เพราะ ไอ้พอร์ทผลงาน ออกแบบเสื้อผ้า ชุดลีดเดอร์ ชุดละคร ชุดการแสดงทั้งแต่เล็กๆนะ ไปว่างานน้องมันได้ไง"

"ใช่ๆ หมวยอีก็จะเรียนแฟชั่น ให้ทำงานไป หล่อนก็เอาโอเลี้ยงไปให้เฮียมันหน่อยแล้วกัน เห็นอยู่ว่างๆ"
ลูกสาวคนกลาง เบะปาก งอนพ่อแม่ พร้อมบ่นอุบแบบพอได้ยินเบาๆว่า "โห ม๊ากับป๊า อะไรๆก็ให้ท้ายมัน ทำงานมาเหนื่อยๆ นึกว่าจะมานอนชิลๆพักผ่อนซะหน่อย"



เย็นวันนั้น ที่ร้านอาหารริมบึงใหญ่ หลังจากทั้ง 5  อิ่มจากอาหารหลักกำลังเพลิดเพลินกับอาหารตาวิวสวยๆในวันนั้น
"นี่ครอบครัวเราไม่ได้ไปเที่ยวกันมานานแล้วนะ ปีใหม่นี้ ไปกันซะหน่อยมั้ย" ผู้เ)็นแม่เอ่ย พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากสามี

"ไปๆๆ ไปต่างประเทศนะ" น้องพี่ให้คะแนนโหวตอีกเสียง
"เอ็ม เอ็งช่วยป๊าออกครึ่งนะ เดี๋ยวป๊ากับม๊าจะจองทัวร์ไปเที่ยวกัน"
ลูกชายคนโตรีบโวยวาย "โหม๊า ให้เอ็มออกตั้งครึ่งนึง" ก่อนจะชี้ไปทางน้องสาวคนกลาง "ให้แอลมันออกของตัวเองสิ แล้วพี ก็มีเงินจากอาเจ็กต้นปีก่อน ให้มาช่วยออกด้วย เอ็มกำลังเก็บเงินดาวน์บ้าน ป๊าก็รู้"

"ไม่เอาอ่ะ แอลไม่ไปนะ ทัวร์แบบนั้น น่าเบื่อจะตาย ทำไมเราไม่นั่งรถไฟไปเที่ยวจีนกันล่ะ สนุกๆ ชิลๆ สโลว์ไลฟ์อ่ะ" น้องสาวคนกลางให้ความเห็น "ไปเที่ยวทัวร์ ชะโงกตามกระแสเปล่าๆ สมัยนี้ เราไปเที่ยวกันเองได้หมแล้วป๊ากับม๊าไม่รู้อะไร"

"ก็ไปตามกระแสในไอจีมาเหมือนกันแหละเจ๊อ่ะ" น้องพี รีบสวนพี่สาวกลับไป "ม๊ารู้ป่ะ พวกนี้ เค้ามีคนลงโปสต์ไว้ เจ๊มันก็ไม่รู้อะไรหรอก วันๆก็นั่งดูแล้วจำเค้า ใฝ่ฝันอยากไปเที่ยวเองบ้าง" น้องสาว ทำหน้าหมั่นใส่พี่สาวแบบเห็นได้ชัด ก่อนจะเปิดโทรศัพท์ให้ผู้เป็นพ่อและแม่ดู
"หนูถาม AI แล้ว เค้าบอกว่า ไปเที่ยวกันแบบนี้ ไปทัวร์ก็ดี เพราะไม่เหนื่อย เหมาะกับคนแก่ เพียงแต่เราต้องเลือกตารางที่เหมาะ" ว่าแล้วเธอก็กดปุ่ม พร้อมออกคำสั่ง

"แนะนำตารางท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวฉันหน่อย แล้วประเมินราคาที่เหมาะสม ตัวเลือกบริษัท 4  ที่ ที่น่าเชื่อถือนะ" น้องพี สั่งการผู้ช่วยอัจริยะของเธอ
"ได้เลยพี! ฉันจะ หาข้อมูลการเที่ยวของเธอพร้อมพี่ชาย พี่สาว และป๊ากับม๊า สำหรับช่วงหลังปีใหม่นี้"

พี่เอ็มรีบเอ่ยว่า "เอาดีๆนะเจ้าพี มันจะมั่วมั้ยล่ะ"
"ใช่ๆ ไม่เอาแบบของปลอมนะเจ้าพี ม๊า กลัวพวก AI เค้าบอกกันว่ามันหลอกลวงได้" ผู้เป็นแม่เอ่ยด้วยสีหน้ากังวล

"สบายมากเลยม๊า รู้มั้ย พวกหนูใช้ AI ทำการบ้านส่ง แล้ว สั่งให้ AI ตรวจ ปรับให้เหมือนงานฝีมือคน" น้องพี เล่าพร้อมกับหัวเราะเสียงใส
"ชะ นี่เดี๋ยวนี้ AI มันทำการบ้านแทนเราแล้วเรอะ แล้วจะได้ความรู้มั้ยเนี่ย" ผู้เป็นพ่อกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น "ตอนสอบ เอา ฤณ ๆไปสอบด้วยได้มั้ย ฮ่าๆๆ"  เขากล่าวต่อพร้อมหัวเราะ

"ยังไงก็ต้องอ่านหนังสือสอบแหละป๊า" น้องพีอธิบาย "แต่เวลาทำสอบเก็บคะแนน ครูก็ให้ใช้ AI ช่วนะแต่ต้องเขียนออกมาเอง" เธอกล่าวอธิบาย ว่า
สมัยนี้ ที่โรงเรียน กลับมาให้เขียนในกระดาษกันมากกว่าแล้ว ลดการใช้งานอุปกรณ์ไอทีในการอ่านเขียนในห้องเรียน

"โห นี่เธอยังต้องมานั่งเขียนคำตอบกันอีกหรอ" สาวแอลถามน้องสาวตัวเอง "เมื่อยตายชัก" เธอทำท่ายี๊ใส่ พร้อมเบะปาก

น้องสาว ยักไหล่แล้วพูดแบบไม่มองหน้าพี่สาวตัวเอง
"ก็เจ๊ มันพวก คัดลอก แล้วจับวางไง อะไรนิดหน่อยก็ขี้เกียจไปหมด ทนอะไรก็ไม่ได้" น้องสาวคนเล็กสวนเข้าอย่างแรง "พีเห็นนะ  เจ๊หงุดหงิด ยอดไลค์ไม่ขึ้น ยกโทรศัพท์มาดูทุก 3 นาที จิ้มจนจอจะทะลุ" น้องสาว พูดพลางทำท่าล้อเลียน

"อะไรยะ เธอก็เหมือนกันแหละ" พีสาวย้อน "ไอจีเธอ มีคนตามถึงร้อยหรือยังล่ะ ของชั้น อายุเท่าเธอ ชั้นมีหลายพันแล้วนะรู้มั้ย"

"มีคนตามเป็นพัน แต่ฟอลคนไว้อีกหมื่นอ่ะหรอ?" น้องสาวย้อนทำท่าเย้ยหยัน
"สมัยนี้ เค้าไม่สนใจหรอกว่าคนตามเยอะแค่ไหน มีไว้คุยกับพื่อนสนิท ปิดการมองเห็น และไม่ลงอะไรให้เป็น foot print  หรอกค่ะคุณป้า" น้องสาวย้อนพี่สาว "มีแต่คนแก่ทั้งนั้นแหละ ที่ยังนั่งโพสต์ ถ่ายรูปหมู่ ถ่ายเซลฟี่ลง สมัยนี้ เค้าลงคลิปสั้นกันเลย ไม่ต้องเขียนอะไรยาวๆ แล้ว ไม่ใช้อีโมจินะ" น้องสาวอธิบายให้ครอบครัวฟัง "พวกมีมโหลๆ ก็อย่าเอามาส่งในไลน์ครอบครัวด้วย มันคลีเช่มากอ่ะเจ๊ ว่าจะบอกนานแล้ว" น้องสาวเอ่ยปิดท้าย

"พอๆๆ ไม่ต้องไปเที่ยวกันพอดีแบบนี้ ยังไม่ไปก็ตีกันอีกแล้ว" พ่อกับแม่ เอ่ยตัดบท
"โหป๊าม๊ารู้มั้ย เอ็มเจอทุกวัน!!" พี่ชายคนโตของบ้านพูดพร้อมหัวเราะลั่น



"เด็กสมัยนี้ น่าเบื่อ" แอลบ่น
"พวกป้า
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่