JJNY : ดัชนีการเมือง ต.ค. 69│คนไม่เห็นด้วยเปลี่ยนที่มางบ│ณัฐพงษ์นำสส.ปชน.ร่วมงานพระสมุทรเจดีย์ │35 จว.เตือน ฝนฟ้าคะนอง

ดัชนีการเมืองสวนดุสิตโพล ต.ค. 69 ตัวชี้วัดเกือบทุกด้านลดลง แต่คนยังมองผลงานฝ่ายค้านเด่นสุด
.
.
สวนดุสิตโพลสำรวจประชาชน 2,036 คน ระหว่าง 27-30 ต.ค. 2569 พบดัชนีการเมืองไทยภาพรวมลดจาก 3.56 ในเดือนก่อนเป็น 3.52 คนมองผลงานฝ่ายค้านเด่นสุด 4.30 คะแนน คะแนนต่ำสุดคือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล 2.88 คะแนน - คนมองนักการฝ่ายรัฐบาลที่เด่นที่สุดคือ "ไม่มี" 33.18% คนมองนักการเมืองฝ่ายค้านเด่นสุดคือ "รักชนก ศรีนอก" 28.93% ผลงานที่ชื่นชอบคือไทยช่วยไทย พลัส 50.30% และตรวจสอบรัฐบาล 39.32%
.
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนตุลาคม 2569" จากกลุ่มตัวอย่าง 2,036 คน ทั้งทางออนไลน์และภาคสนาม ระหว่างวันที่ 27-30 ตุลาคม 2569 ด้วยตัวชี้วัด 25 ประเด็น คะแนนเต็ม 10
.
ภาพรวมดัชนีการเมืองไทยเดือนตุลาคมได้ 3.52 คะแนน ลดลงจาก 3.56 คะแนนในเดือนกันยายน โดยเดือนกรกฎาคมได้ 3.71 และเดือนสิงหาคมได้ 3.63 จากตัวชี้วัด 25 ประเด็น มี 24 ประเด็นที่คะแนนลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน และ 1 ประเด็นเท่าเดิม คือความมั่นคงของประเทศ 4.03 คะแนน
.
ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- ผลงานของฝ่ายค้าน 4.30 คะแนน
- การมีส่วนร่วมของประชาชน 4.07 คะแนน
- สิทธิและเสรีภาพของประชาชน 4.03 คะแนน
- ความมั่นคงของประเทศ 4.03 คะแนน
- การพัฒนาด้านการศึกษาสำหรับประชาชน 3.93 คะแนน
.
ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุดคือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล 2.88 คะแนน รองลงมาคือการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและความโปร่งใส 3.08 คะแนน การแก้ปัญหาการว่างงาน 3.14 คะแนน ราคาสินค้า 3.15 คะแนน และการแก้ปัญหาความยากจน 3.22 คะแนน
.
ด้านตัวชี้วัดที่เกี่ยวกับรัฐบาล ผลงานของนายกรัฐมนตรีได้ 3.27 คะแนน ลดลงจาก 3.37 ในเดือนกันยายน และ 3.63 ในเดือนกรกฎาคม ผลงานของรัฐบาลได้ 3.40 คะแนน การบริหารประเทศตามนโยบายที่ประกาศไว้ 3.45 คะแนน สภาพเศรษฐกิจโดยภาพรวม 3.23 คะแนน และค่าครองชีพ เงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ 3.30 คะแนน
.
เมื่อถามถึงนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด 33.18% ตอบว่า "ไม่มี" รองลงมาคืออนุทิน ชาญวีรกูล 20.12% ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ 18.87% เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ 17.77% และเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ 10.06%
.
ฝ่ายค้านที่โดดเด่นที่สุด คือรักชนก ศรีนอก 28.93% รองลงมาคือณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 21.64% อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 18.80% รังสิมันต์ โรม 17.91% และพริษฐ์ วัชรสินธุ 12.72%
.
ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ประชาชนชื่นชอบในเดือนตุลาคม อันดับ 1 คือไทยช่วยไทย พลัส 50.30% รองลงมาคือเยียวยาน้ำท่วม 28.51% และแก้ปัญหาอุเทนถวาย 21.19% ส่วนผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบ อันดับ 1 คือตรวจสอบการทำงานและการใช้งบของรัฐบาล 39.32% รองลงมาคือเปิดโปงการทุจริตคอร์รัปชัน 32.33% และช่วยเหลือลงพื้นที่น้ำท่วม 28.35%
.
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า การเมืองเดือนตุลาคมเต็มไปด้วยแรงกดดัน ทั้งการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจและกระแสปรับ ครม. ขณะที่น้ำท่วมทำให้ประชาชนเดือดร้อน เศรษฐกิจและค่าครองชีพยังฝืดเคือง "ไทยช่วยไทย" จึงยังไม่ "พลัส" เท่าที่ควร แม้ช่วยสร้างความหวังได้บ้าง แต่คะแนนดัชนีสะท้อนว่าผลลัพธ์โดยรวมยังไม่เป็นมรรคเป็นผลมากนัก
.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดังนภสร ณ ป้อมเพชร อาจารย์หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า การเมืองไทยเผชิญปัญหาสะสมต่อเนื่อง ความเดือดร้อนของประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไขเป็นรูปธรรม ขณะที่ฝ่ายการเมืองดูเหมือนให้ความสำคัญกับการรักษาอำนาจมากกว่าการแก้ปัญหา เมื่อนโยบายที่ประกาศไว้ยังไม่เห็นผลในชีวิตจริง ความเชื่อมั่นต่อความสามารถและความจริงใจของรัฐบาลจึงลดลง ภาพการทุจริต ระบบอุปถัมภ์ และการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เสมอภาคตอกย้ำว่าประชาชนเข้าถึงความเป็นธรรมไม่เท่ากัน
.
เธอเสนอว่ารัฐบาลและสถาบันการเมืองต้องเร่งแก้ปัญหา เปิดรับการตรวจสอบ และทำให้ประชาชนเห็นผลของการเปลี่ยนแปลง เพราะความชอบธรรมในการบริหารต้องรักษาผ่านผลงาน ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อประชาชน หากความเชื่อมั่นถดถอยต่อเนื่อง ความผิดหวังอาจกลายเป็น "ระเบิดเวลา" ที่นำไปสู่วิกฤตความชอบธรรมของรัฐบาล แม้จะยังครองเสียงข้างมากในสภา
.

.
นิด้าโพล เผยผลสำรวจ คนไม่เห็นด้วยเปลี่ยนที่มางบ Thai PBS หนุนอิสระของสื่อสาธารณะ
https://www.matichon.co.th/local/news_5956419
.
นิด้าโพล เผยผลสำรวจ คนไม่เห็นด้วยเปลี่ยนที่มางบ Thai PBS หนุนอิสระของสื่อสาธารณะ
.
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “Thai PBS สื่อสาธารณะ?” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง
.
เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อการเปลี่ยนแหล่งที่มาของงบประมาณ Thai PBS การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่าง โดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
.
จากการสำรวจเมื่อถามถึงการรับชมรายการจากช่อง Thai PBS พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 45.80 ระบุว่า ไม่เคยรับชมรายการเลย
รองลงมา ร้อยละ 31.76 ระบุว่า รับชมรายการ เป็นบางครั้ง
ร้อยละ 12.82 ระบุว่า เคยแค่เปิดผ่าน แต่ไม่ชมรายการจริงจัง
ร้อยละ 6.18 ระบุว่า รับชมรายการ บ่อยครั้ง
และร้อยละ 3.44 ระบุว่า รับชมรายการ เป็นประจำ
.
เมื่อสอบถามผู้ที่ระบุว่ารับชมรายการจากช่อง Thai PBS เป็นประจำ บ่อยครั้ง และเป็นบางครั้ง (จำนวน 542 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อความเป็นอิสระของการรายงานข่าวและรายการต่างๆ ของ Thai PBS จากการถูกครอบงำทางการเมือง พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 42.99 ระบุว่า ค่อนข้างมีความเป็นอิสระ
รองลงมา ร้อยละ 25.46 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความเป็นอิสระ
ร้อยละ 22.32 ระบุว่า มีความเป็นอิสระมาก
ร้อยละ 8.49 ระบุว่า ไม่มีความเป็นอิสระเลย
และร้อยละ 0.74 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
.
เมื่อสอบถามผู้ที่ระบุว่ารับชมรายการจากช่อง Thai PBS เป็นประจำ บ่อยครั้ง และเป็นบางครั้ง (จำนวน 542 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อการเปลี่ยนแหล่งที่มาของงบประมาณ Thai PBS จากภาษีบาปเป็นงบประมาณรายปีที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 33.03 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงที่มาของงบประมาณ
รองลงมา ร้อยละ 24.72 ระบุว่า Thai PBS อาจขาดความเป็นอิสระในการเสนอข่าว/ข้อมูล
ร้อยละ 24.54 ระบุว่า Thai PBS อาจถูกครอบงำโดยรัฐบาล และ/หรือ นักการเมือง
ร้อยละ 22.14 ระบุว่า เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงที่มาของงบประมาณ
ร้อยละ 18.27 ระบุว่า ฝ่ายการเมืองอาจใช้อำนาจแทรกแซง Thai PBS เนื่องจากขาดอิสระทางการเงิน
ร้อยละ 16.42 ระบุว่า Thai PBS อาจกลายเป็นสื่อของรัฐ
ร้อยละ 16.05 ระบุว่า ช่วยให้เกิดการตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณของ Thai PBS
ร้อยละ 14.21 ระบุว่า ทำให้ Thai PBS ต้องพยายามใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างคุ้มค่ามากขึ้น
ร้อยละ 9.78 ระบุว่า ทำให้ระบบงบประมาณของ Thai PBS จะเหมือนกับองค์กรอื่นๆ ที่ของบประมาณจากรัฐ
ร้อยละ 8.86 ระบุว่า ช่วยให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมกับสื่อช่องอื่นๆ (ที่ไม่ได้รับงบประมาณจากรัฐ)
ร้อยละ 7.56 ระบุว่า อาจส่งผลกระทบต่อรายการเพื่อสังคมที่ไม่สร้างผลกำไร
และร้อยละ 1.48 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
.
เมื่อสอบถามผู้ที่ระบุว่ารับชมรายการจากช่อง Thai PBS เป็นประจำ บ่อยครั้ง และเป็นบางครั้ง (จำนวน 542 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อแนวทางการปรับปรุงองค์กร Thai PBS พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 60.33 ระบุว่า เสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นอิสระและเป็นกลาง
รองลงมา ร้อยละ 38.38 ระบุว่า ยอมรับการถูกตรวจสอบการใช้งบประมาณ
ร้อยละ 38.19 ระบุว่า เปิดเผยการใช้งบประมาณต่อสาธารณะ
ร้อยละ 15.13 ระบุว่า บริหารแบบเอกชนมากขึ้น ที่เน้นกำไรและความอยู่รอดขององค์กร
ร้อยละ 13.47 ระบุว่า ลดขนาดองค์กรลงเพื่อประหยัดงบประมาณ
ร้อยละ 11.81 ระบุว่า เสนอประเด็นด้านสังคมให้มากขึ้นแม้ว่าจะไม่มีผลกำไรตามมา
ร้อยละ 10.33 ระบุว่า ลดการพึ่งพางบประมาณจากรัฐ
ร้อยละ 3.51 ระบุว่า ให้ความสำคัญกับการแข่งขันเพื่อเป็นที่หนึ่งในวงการสื่อ
ร้อยละ 2.95 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
และร้อยละ 2.03 ระบุว่า เปลี่ยนไปเป็นสื่อของรัฐ
.
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อความเป็นไปได้ในการมีสื่อสาธารณะของประเทศไทยที่เป็นอิสระจากการครอบงำของรัฐและ/หรือกลุ่มทุน พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 37.32 ระบุว่า เป็นไปไม่ได้เลย
รองลงมา ร้อยละ 24.66 ระบุว่า เป็นไปไม่ค่อยได้
ร้อยละ 23.82 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นไปได้
ร้อยละ 12.75 ระบุว่า เป็นไปได้มาก
และร้อยละ 1.45 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
.
ท้ายที่สุดเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อความสำคัญระหว่างความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ กับประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณของสื่อสาธารณะ พบว่า
.
ตัวอย่าง ร้อยละ 69.92 ระบุว่า ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ
รองลงมา ร้อยละ 27.94 ระบุว่า ประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณของสื่อสาธารณะ
และร้อยละ 2.14 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่