เรื่องนี้เกิดกับคนที่ดิฉันรู้จักค่ะ
ดิฉันจะเรียกเค้าว่าคุณเอ ปกติคุณเอจะใช้สิทธิบัตรทองติดตามอาการเบาหวาน ความดัน ค่าตับ ที่รพ. รัฐแห่งหนึ่งแถวอ่อนนุช ทุกๆ 3 เดือน
แต่ล่าสุด คุณหมอบอกว่าจะขอเปลี่ยนนัดเป็น 6 เดือนแทนแล้วนะ เพราะรัฐต้องลดงบประมาณ และถ้าคุณเอไหว ให้หาซื้อเครื่องตรวจน้ำตาลมาตรวจเอง ราคาก็หลายพันหากเป็นเครื่องที่ได้มาตรฐาน
คุณเอเลยถามคุณหมอว่า ตัดงบคนไทยไปรักษาพม่าเหรอ? คุณหมอไม่ตอบได้แต่ยิ้ม
สมัยก่อน ร.พ. แห่งนี้แทบไม่มีต่างด้าว แต่พักหลังเริ่มเยอะขึ้นมาก!
มีเรื่องหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าสังคมไทยควรตั้งคำถามอย่างจริงจังค่ะ
เมื่อโรงพยาบาลของรัฐเริ่มประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง งบประมาณไม่เพียงพอ และต้องควบคุมค่าใช้จ่าย สิ่งที่เกิดขึ้นคือคนไข้ผู้ถือสิทธิบัตรทองต้องรอนานขึ้น มาตรฐานการรักษาต่ำลง
ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เห็นว่าต้องมีการปรับเงื่อนไขบัตรทองบางอย่างให้ผู้ป่วยร่วมรับผิดชอบบ้าง หรือตัดสิทธิบางอย่างที่ไม่เกี่ยวกับการเจ็บป่วย เช่น การแปลงเพศ (อย่าโกรธกันนะคะ) หรือการตัดลดโครงการสปสช. ที่ซ้ำซ้อนกับภาระกิจของสาธารณสุข
แต่ดิฉันก็ทราบมาเช่นกันว่า มีต่างด้าวหัวหมอจำนวนหนึ่งใช้งบสงเคราะห์ของโรงพยาบาลเข้ามารักษาฟรี หรือมีนายหน้าพามารักษาในโรงพยาบาลรัฐแล้วจ่ายไม่ครบต้องตัดเป็นหนี้เสีย
วันนี้ สาธารณสุขไทยกำลังเข้าขั้นวิกฤติแล้วล่ะค่ะ เราไม่เพียงแต่ต้องปฎิรูปโครงสร้างสปสช. กันใหม่หมดเท่านั้น แต่ต้องป้องกันไม่ไห้คนต่างด้าวมาใช้สิทธิฟรีๆ หรือใช้สิทธิเกินที่จ่ายไปมากจนรพ. ขาดทุน
เพราะสุดท้าย ผลกระทบจะตกมาที่คนไทยผู้ถือสิทธิบัตรทองที่ต้องเสียประโยชน์ค่ะ
ที่มา ชวลักษณ์ เวียงวิเศษ - ไทยต้องรู้
ตกลงระบบสาธารณสุขไทยกำลังจัดสรรทรัพยากรให้ใคร?
ดิฉันจะเรียกเค้าว่าคุณเอ ปกติคุณเอจะใช้สิทธิบัตรทองติดตามอาการเบาหวาน ความดัน ค่าตับ ที่รพ. รัฐแห่งหนึ่งแถวอ่อนนุช ทุกๆ 3 เดือน
แต่ล่าสุด คุณหมอบอกว่าจะขอเปลี่ยนนัดเป็น 6 เดือนแทนแล้วนะ เพราะรัฐต้องลดงบประมาณ และถ้าคุณเอไหว ให้หาซื้อเครื่องตรวจน้ำตาลมาตรวจเอง ราคาก็หลายพันหากเป็นเครื่องที่ได้มาตรฐาน
คุณเอเลยถามคุณหมอว่า ตัดงบคนไทยไปรักษาพม่าเหรอ? คุณหมอไม่ตอบได้แต่ยิ้ม
สมัยก่อน ร.พ. แห่งนี้แทบไม่มีต่างด้าว แต่พักหลังเริ่มเยอะขึ้นมาก!
มีเรื่องหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าสังคมไทยควรตั้งคำถามอย่างจริงจังค่ะ
เมื่อโรงพยาบาลของรัฐเริ่มประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง งบประมาณไม่เพียงพอ และต้องควบคุมค่าใช้จ่าย สิ่งที่เกิดขึ้นคือคนไข้ผู้ถือสิทธิบัตรทองต้องรอนานขึ้น มาตรฐานการรักษาต่ำลง
ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เห็นว่าต้องมีการปรับเงื่อนไขบัตรทองบางอย่างให้ผู้ป่วยร่วมรับผิดชอบบ้าง หรือตัดสิทธิบางอย่างที่ไม่เกี่ยวกับการเจ็บป่วย เช่น การแปลงเพศ (อย่าโกรธกันนะคะ) หรือการตัดลดโครงการสปสช. ที่ซ้ำซ้อนกับภาระกิจของสาธารณสุข
แต่ดิฉันก็ทราบมาเช่นกันว่า มีต่างด้าวหัวหมอจำนวนหนึ่งใช้งบสงเคราะห์ของโรงพยาบาลเข้ามารักษาฟรี หรือมีนายหน้าพามารักษาในโรงพยาบาลรัฐแล้วจ่ายไม่ครบต้องตัดเป็นหนี้เสีย
วันนี้ สาธารณสุขไทยกำลังเข้าขั้นวิกฤติแล้วล่ะค่ะ เราไม่เพียงแต่ต้องปฎิรูปโครงสร้างสปสช. กันใหม่หมดเท่านั้น แต่ต้องป้องกันไม่ไห้คนต่างด้าวมาใช้สิทธิฟรีๆ หรือใช้สิทธิเกินที่จ่ายไปมากจนรพ. ขาดทุน
เพราะสุดท้าย ผลกระทบจะตกมาที่คนไทยผู้ถือสิทธิบัตรทองที่ต้องเสียประโยชน์ค่ะ
ที่มา ชวลักษณ์ เวียงวิเศษ - ไทยต้องรู้