เรื่องของเรื่องคือ เราเป็นเด็กจบใหม่ ว่างงานอยู่ ปีนี้ยังสอบกพไม่ผ่าน เขาอยากให้เราสอบกพปีหน้าต่ออีก เราก็ไม่ขัดนะ ปีหน้าเราก็จะไปลงสอบเหมือนปีนี้อยู่แล้วแต่ระหว่างรอสอบ เราก็ลงสมัครสอบตำแหน่งนิติกรของหน่วยงานหนึ่งไว้ อัตรารับก็คือน้อยเลย รับแค่ 1 อัตรา แต่เราที่เรียนสายนิติมา เราอยากเริ่มเก็บอายุงานทางกฎหมายไว้ มันค่อนข้างมีประโยชน์กับสายงานเรามาก ๆ ถ้าเราได้บรรจุได้นะ (ตำแหน่งพนักงาน : นิติกรปฏิบัติการ) เราอยากหางานด้านกฎหมาย ไม่อยากอยู่ว่าง ๆ จะได้มีเงินเก็บด้วย แต่เขาก็อยากให้เรารอสอบกพอย่างเดียว (งานที่ไม่ใช่ข้าราชการให้เขาไม่ให้ไปสมัครสอบเลย เขามองว่าเสียเวลา) เพราะเขาอยากเห็นเรารับราชการเหมือนตัวเขา เราเข้าใจความหวังดีของเขามาก แต่เราแค่อยากไปได้ลองศักยภาพตัวเองบ้าง แต่เขาก็หาว่าเรากลับไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาแนะนำเลย
สุดท้ายเราก็ถามเขาไปเลยว่า จะให้ไปหรือไม่ให้ไป เขาก็บอกว่าแล้วแต่เราเลย เพราะเราไม่เคยฟังที่เขาพูดอยู่แล้ว เราเองก็เลยลำบากใจมาก แต่ใจเราคืออยากไป ได้ลองข้อสอบก็ยังดี เพราะเราก็ตั้งใจอ่านไปแล้ว เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำได้หรือไม่ได้
เราเองก็โตพอที่จะตัดสินใจอะไรเองได้แล้ว เราก็อยากทำตามความต้องการตัวเองบ้าง ก็แค่นั้นเอง
ขอย้ำนะคะว่า เราพยายามคุยกับเขาแบบใจเย็นมาก ๆ แล้วค่ะ ใช้เหตุผลในการคุย ไม่ใช้อารมณ์นำเลย เพราะเราอยากหาตรงกลางให้เจอค่ะ ที่โอเคทั้งเขาและเรา
ในมุมมองของทุกคน คิดเห็นอย่างไรกับการกระทำของเราคะ เราทำอะไรผิดไหม หรือเราควรปรับอะไร ชี้แนะได้เลยนะคะ รับฟังทุกความเห็นค่ะ
เรากลุ้มใจมากเรื่องความเห็นที่ไม่ตรงกันเรื่องงานกับคนในครอบครัว
สุดท้ายเราก็ถามเขาไปเลยว่า จะให้ไปหรือไม่ให้ไป เขาก็บอกว่าแล้วแต่เราเลย เพราะเราไม่เคยฟังที่เขาพูดอยู่แล้ว เราเองก็เลยลำบากใจมาก แต่ใจเราคืออยากไป ได้ลองข้อสอบก็ยังดี เพราะเราก็ตั้งใจอ่านไปแล้ว เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำได้หรือไม่ได้
เราเองก็โตพอที่จะตัดสินใจอะไรเองได้แล้ว เราก็อยากทำตามความต้องการตัวเองบ้าง ก็แค่นั้นเอง
ขอย้ำนะคะว่า เราพยายามคุยกับเขาแบบใจเย็นมาก ๆ แล้วค่ะ ใช้เหตุผลในการคุย ไม่ใช้อารมณ์นำเลย เพราะเราอยากหาตรงกลางให้เจอค่ะ ที่โอเคทั้งเขาและเรา
ในมุมมองของทุกคน คิดเห็นอย่างไรกับการกระทำของเราคะ เราทำอะไรผิดไหม หรือเราควรปรับอะไร ชี้แนะได้เลยนะคะ รับฟังทุกความเห็นค่ะ