วันนี้จะมาแนะนำให้รู้จักกับน้ำหอมสายอินดี้ ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Mister Green แบรนด์ไลฟ์สไตล์สายเขียวจากลอสแอนเจลิส และ Maak Lab สตูดิโอปรุงกลิ่นจากพอร์ตแลนด์กันครับ
เกริ่น
ก่อนที่จะรับน้องเข้าบ้าน ผมก็พยายามหารีวิวทุกช่องทางว่ากลิ่นน้องเป็นอย่างไร ปรากฏว่าน้องค่อนข้างอินดี้จริง ๆ ครับ เพราะมีคนรีวิวกลิ่นนี้น้อยมากไม่ว่าจะทั้งในไทยรวมถึงต่างประเทศ รู้เพียงข้อมูลจากแบรนด์คร่าว ๆ ว่ากลิ่นนี้ได้แรงบันดาลใจหลักมาจากกลิ่นของการเผาไม้ Palo Santo (
Bursera graveolens) ซึ่งเป็นไม้หอมป่าในแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ที่คนมักใช้จุดรมควันในพิธีกรรมทางจิตวิญญาณต่าง ๆ เพื่อชำระล้างพลังงานลบและสร้างความสงบ จะเห็นว่าช่วงนี้ค่อนข้างฮิตกันในกลุ่มสายจิตวิญญาณครับ ด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่เอ่อล้นออกมา ผมก็เลยหาซื้อไม้ Palo Santo มาจุดดมซะเลยว่าเค้าให้กลิ่นอย่างไร จะเป็นกลิ่นไม้ที่เผาแล้วจะมีความหอมนุ่มละมุน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย พอจุดดมเสร็จผมก็ออกจากบ้านไปทำธุระ พอกลับมาถึง กลิ่นยังคงหอมอบอวลตีเข้าหน้าทันทีที่เปิดประตู เป็นกลิ่นที่ดมแล้วทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาเลย ก็เลยคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้ำหอมตัวนี้จะให้ความรู้สึกเช่นเดียวกัน จึงได้ตกลงปลงใจรับน้องเข้าบ้านครับ
กลิ่น
หลังจากได้น้องมา ก็ไม่รีรอที่จะฉีดทดลองเลยทันที โดยได้ฉีดลงบนหลังข้อมือทั้งของผมเองและข้อมือแฟนเพื่อจะพูดคุยกันว่ากลิ่นเป็นอย่างไร มีข้อมูลโน้ตกลิ่นจากทางแบรนด์บอกไว้คร่าว ๆ ดังนี้ครับ
Notes of soft wood, neroli, musk, smoke, and leather
รีวิวกลิ่นหลังจากใช้จริงตามความรู้สึก
เมื่อละอองน้ำหอมสัมผัสลงบนผิว กลิ่นไม้อับชื้นติดเย็นๆ ก็พวยพุ่งตีตื้นขึ้นมาแตะจมูก เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลยว่ากลิ่นมันหอมหรือเหม็น จนเวลาผ่านไปสักประมาณ 2-3 นาที ทุกอย่างนิ่งขึ้น กลิ่นควันไม้ก็ค่อย ๆ เผยออกมาชัดขึ้น นวล ๆ อมเปรี้ยวนิด ๆ ไปสักพักใหญ่ ถึงจะมีกลิ่นหนังเข้ามาแซม จากนั้นกลิ่นอมเปรี้ยวจะค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงกลิ่นควันไม้เจือด้วยกลิ่นหนังไปจนจบครับ การกระจายตัวทำได้ไม่มากนัก ต้องเข้ามาใกล้ระยะประมาณหนึ่งคืบถึงจะได้กลิ่น และติดทนอยู่บนผิวราว ๆ 4 - 5 ชั่วโมงครับ
พูดคุยหลังดม
- ถามว่าดมแล้วนึกถึงกลิ่นน้ำหอมตัวไหนบ้างไหม?
จากประสบการณ์ที่ดมน้ำหอมยังไม่มากเท่าไหร่นัก ไม่นึกถึงตัวไหนเป็นพิเศษเลยครับ อาจจะมีบางช่วงของกลิ่นที่ชนกับ The One EDP แต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว กลิ่นค่อนข้างยูนิคมาก
- ถามว่าเหมือนกับที่จุดเผาไม้ Palo Santo หรือไม่ ?
ไม่เหมือนซะทีเดียว ตัวน้ำหอมจะมีความอมเปรี้ยวนิด ๆ เดาว่าจะมาจากโน้ต Neroli จะมีแค่ส่วนกลิ่นควันไม้ที่คล้าย ๆ กับ Palo Santo ครับ
- ดมแล้วนึกถึงอะไร ?
ผมดมแล้วนึกถึงภาพตอนเดินเข้าไปในร้านยาเก่า ๆ ที่มีเคาน์เตอร์ไม้ เนื้อกลิ่นมันทำให้นึกถึงกลิ่นยาน้ำอะไรสักอย่างนึกไม่ออกผสมกับกลิ่นไม้ของเคาน์เตอร์ ส่วนแฟนดมแล้วนึกถึงคลินิกคุณหมอเก่า ๆ ที่แกเคยไปรอฉีดวัคซีนตอนเด็กครับ
- ใช้ในโอกาสไหนได้บ้าง ?
นึกไม่ออกเลยครับ ว่าจะใช้น้องในโอกาสไหนได้บ้าง เพราะกลิ่นยูนิคมาก คนที่ไม่อินก็อาจจะไม่ชอบเลย ส่วนตัวคงจะฉีดในวันหยุดพักผ่อน วันที่แต่งตัวชิล ๆ หรือวันที่ต้องการฟีลลิ่งแบบอาร์ต ๆ ลิ้มรสสัมผัสแห่งความอินดี้ ความฮิปปี้
ก็จบกันไปแล้วครับสำหรับการรีวิวกลิ่นน้ำหอมอินดี้ตัวนี้ HIPPIE SH*T ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านบันทึกน้ำหอมกลิ่นนี้จนจบครับ หวังไว้ว่าอย่างน้อยข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านที่กำลังตามหารีวิวกลิ่นนี้นะครับ
[CR] HIPPIE SH*T EDP น้ำหอมอินดี้ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไม้ Palo Santo
วันนี้จะมาแนะนำให้รู้จักกับน้ำหอมสายอินดี้ ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Mister Green แบรนด์ไลฟ์สไตล์สายเขียวจากลอสแอนเจลิส และ Maak Lab สตูดิโอปรุงกลิ่นจากพอร์ตแลนด์กันครับ
เกริ่น
ก่อนที่จะรับน้องเข้าบ้าน ผมก็พยายามหารีวิวทุกช่องทางว่ากลิ่นน้องเป็นอย่างไร ปรากฏว่าน้องค่อนข้างอินดี้จริง ๆ ครับ เพราะมีคนรีวิวกลิ่นนี้น้อยมากไม่ว่าจะทั้งในไทยรวมถึงต่างประเทศ รู้เพียงข้อมูลจากแบรนด์คร่าว ๆ ว่ากลิ่นนี้ได้แรงบันดาลใจหลักมาจากกลิ่นของการเผาไม้ Palo Santo (Bursera graveolens) ซึ่งเป็นไม้หอมป่าในแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ที่คนมักใช้จุดรมควันในพิธีกรรมทางจิตวิญญาณต่าง ๆ เพื่อชำระล้างพลังงานลบและสร้างความสงบ จะเห็นว่าช่วงนี้ค่อนข้างฮิตกันในกลุ่มสายจิตวิญญาณครับ ด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่เอ่อล้นออกมา ผมก็เลยหาซื้อไม้ Palo Santo มาจุดดมซะเลยว่าเค้าให้กลิ่นอย่างไร จะเป็นกลิ่นไม้ที่เผาแล้วจะมีความหอมนุ่มละมุน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย พอจุดดมเสร็จผมก็ออกจากบ้านไปทำธุระ พอกลับมาถึง กลิ่นยังคงหอมอบอวลตีเข้าหน้าทันทีที่เปิดประตู เป็นกลิ่นที่ดมแล้วทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาเลย ก็เลยคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้ำหอมตัวนี้จะให้ความรู้สึกเช่นเดียวกัน จึงได้ตกลงปลงใจรับน้องเข้าบ้านครับ
กลิ่น
หลังจากได้น้องมา ก็ไม่รีรอที่จะฉีดทดลองเลยทันที โดยได้ฉีดลงบนหลังข้อมือทั้งของผมเองและข้อมือแฟนเพื่อจะพูดคุยกันว่ากลิ่นเป็นอย่างไร มีข้อมูลโน้ตกลิ่นจากทางแบรนด์บอกไว้คร่าว ๆ ดังนี้ครับ
Notes of soft wood, neroli, musk, smoke, and leather
รีวิวกลิ่นหลังจากใช้จริงตามความรู้สึก
เมื่อละอองน้ำหอมสัมผัสลงบนผิว กลิ่นไม้อับชื้นติดเย็นๆ ก็พวยพุ่งตีตื้นขึ้นมาแตะจมูก เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลยว่ากลิ่นมันหอมหรือเหม็น จนเวลาผ่านไปสักประมาณ 2-3 นาที ทุกอย่างนิ่งขึ้น กลิ่นควันไม้ก็ค่อย ๆ เผยออกมาชัดขึ้น นวล ๆ อมเปรี้ยวนิด ๆ ไปสักพักใหญ่ ถึงจะมีกลิ่นหนังเข้ามาแซม จากนั้นกลิ่นอมเปรี้ยวจะค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงกลิ่นควันไม้เจือด้วยกลิ่นหนังไปจนจบครับ การกระจายตัวทำได้ไม่มากนัก ต้องเข้ามาใกล้ระยะประมาณหนึ่งคืบถึงจะได้กลิ่น และติดทนอยู่บนผิวราว ๆ 4 - 5 ชั่วโมงครับ
พูดคุยหลังดม
- ถามว่าดมแล้วนึกถึงกลิ่นน้ำหอมตัวไหนบ้างไหม?
จากประสบการณ์ที่ดมน้ำหอมยังไม่มากเท่าไหร่นัก ไม่นึกถึงตัวไหนเป็นพิเศษเลยครับ อาจจะมีบางช่วงของกลิ่นที่ชนกับ The One EDP แต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว กลิ่นค่อนข้างยูนิคมาก
- ถามว่าเหมือนกับที่จุดเผาไม้ Palo Santo หรือไม่ ?
ไม่เหมือนซะทีเดียว ตัวน้ำหอมจะมีความอมเปรี้ยวนิด ๆ เดาว่าจะมาจากโน้ต Neroli จะมีแค่ส่วนกลิ่นควันไม้ที่คล้าย ๆ กับ Palo Santo ครับ
- ดมแล้วนึกถึงอะไร ?
ผมดมแล้วนึกถึงภาพตอนเดินเข้าไปในร้านยาเก่า ๆ ที่มีเคาน์เตอร์ไม้ เนื้อกลิ่นมันทำให้นึกถึงกลิ่นยาน้ำอะไรสักอย่างนึกไม่ออกผสมกับกลิ่นไม้ของเคาน์เตอร์ ส่วนแฟนดมแล้วนึกถึงคลินิกคุณหมอเก่า ๆ ที่แกเคยไปรอฉีดวัคซีนตอนเด็กครับ
- ใช้ในโอกาสไหนได้บ้าง ?
นึกไม่ออกเลยครับ ว่าจะใช้น้องในโอกาสไหนได้บ้าง เพราะกลิ่นยูนิคมาก คนที่ไม่อินก็อาจจะไม่ชอบเลย ส่วนตัวคงจะฉีดในวันหยุดพักผ่อน วันที่แต่งตัวชิล ๆ หรือวันที่ต้องการฟีลลิ่งแบบอาร์ต ๆ ลิ้มรสสัมผัสแห่งความอินดี้ ความฮิปปี้
ก็จบกันไปแล้วครับสำหรับการรีวิวกลิ่นน้ำหอมอินดี้ตัวนี้ HIPPIE SH*T ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านบันทึกน้ำหอมกลิ่นนี้จนจบครับ หวังไว้ว่าอย่างน้อยข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านที่กำลังตามหารีวิวกลิ่นนี้นะครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้