อ่าน ร่างแปลง: สมรภูมิแห่งความวิปลาสของเนื้อหนัง งานเขียนของคุณวิภาส ศรีทอง ซึ่งได้รับรางวัลซีไรต์ในปีนี้ครับ ผมอ่านจบมาหลายวันแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสเขียนสะท้อนคิดจากหนังสือเล่มนี้ ช่วงบ่ายวันนี้พอมีเวลาว่าง เลยขอหยิบมารีวิวสั้น ๆ หน่อยครับ
ขอสารภาพก่อนนะครับว่า แค่เห็นชื่อเรื่อง ผมนึกถึงเรื่อง The Metamorphosis ของ Franz Kafka ขึ้นมาทันที แต่พอได้อ่านจนจบ ผมคิดว่าทั้งสองเรื่องมีบางมิติที่ชวนให้เชื่อมโยงกันอยู่บ้าง แม้จะมีวิธีการนำเสนอและคำถามที่แตกต่างกันก็ตาม
ผมคิดว่าความน่าสะเทือนใจอย่างหนึ่งในงานเขียนของ Kafka คือการทำให้เราต้องกลับมาถามว่า แท้จริงแล้วมนุษย์ให้คุณค่ากับความเป็นมนุษย์ของใครบางคนจากอะไร จากความรู้สึก ความทรงจำ ความสัมพันธ์ หรือจากประโยชน์ที่คนคนนั้นสามารถทำให้กับเราได้
เมื่อคนคนหนึ่งไม่สามารถทำหน้าที่ที่สังคมคาดหวังได้อีกต่อไป เขายังคงมีคุณค่าเท่าเดิมหรือไม่
คำถามนี้ทำให้ผมนึกถึงหนังสือ ร่างแปลง ของคุณวิภาส ศรีทอง ซึ่งพาเราไปสำรวจความเป็นมนุษย์ในอีกมิติหนึ่งครับ
หาก Kafka ใช้การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเป็นจุดเริ่มต้นในการสำรวจความแปลกแยกของมนุษย์ คุณวิภาสกลับพาเราเข้าไปเผชิญกับความซับซ้อนของร่างกาย เนื้อหนัง และสิ่งที่อยู่ภายในตัวมนุษย์อย่างตรงไปตรงมา
ร่างกายในงานเขียนของเขาไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เรามองเห็น หรือเป็นเครื่องมือที่เราใช้ดำเนินชีวิตเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ของความเปลี่ยนแปลง ความเจ็บปวด ความไม่แน่นอน และสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจควบคุมได้ทั้งหมด ทั้งที่สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญอยู่แล้วครับ
โดยปกติแล้ว เรามักคิดว่าเรารู้จักตัวเองดี เรารู้ว่าเราเป็นใคร มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร มีความคิด ความทรงจำ และมีขอบเขตของการดำรงอยู่แบบไหน เราอาจรู้สึกว่าร่างกายเป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเรา
แต่ความจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้มั่นคงอย่างที่เราคิดครับ
ร่างกายสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ความทรงจำอาจเลือนหาย ความสัมพันธ์อาจไม่เหมือนเดิม และบางครั้งสิ่งที่เราเคยคิดว่าเป็นตัวเรา ก็อาจกลายเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถทำความเข้าใจได้อีกต่อไป
ผมคิดว่า Kafka กำลังชวนให้เรามองความเป็นมนุษย์ผ่านสายตาของคนอื่น ขณะที่คุณวิภาสพาเราเข้าไปสำรวจความเป็นมนุษย์จากภายใน ตั้งคำถามกับสิ่งที่เราเรียกว่าตัวตน และขอบเขตระหว่างสิ่งที่เราคุ้นเคยกับสิ่งที่เรายังไม่อาจทำความเข้าใจได้
แม้หนังสือทั้งสองเล่มจะมีวิธีการเล่าและบริบทที่แตกต่างกัน แต่กลับทำให้ผมย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องเดียวกันว่า บางทีสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของชีวิต อาจไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงไปเป็นสิ่งอื่น แต่เป็นการค้นพบว่า สิ่งที่เราเคยคิดว่ารู้จักดีนั้น บางทีเราอาจไม่เคยรู้จักมันเลยก็ได้ครับ…
-ดร.ริฎวาน ศอลิห์วงศ์สกุล-
หมายเหตุ: ส่วนตัวแล้วผมชอบงานเขียนทั้งสองเรื่องนะครับ แต่ชอบในเหตุผลและมิติที่แตกต่างกันครับ
สะท้อนคิดจากหนังสือ ร่างแปลง: สมรภูมิแห่งความวิปลาสของเนื้อหนัง ของคุณวิภาส ศรีทอง
ขอสารภาพก่อนนะครับว่า แค่เห็นชื่อเรื่อง ผมนึกถึงเรื่อง The Metamorphosis ของ Franz Kafka ขึ้นมาทันที แต่พอได้อ่านจนจบ ผมคิดว่าทั้งสองเรื่องมีบางมิติที่ชวนให้เชื่อมโยงกันอยู่บ้าง แม้จะมีวิธีการนำเสนอและคำถามที่แตกต่างกันก็ตาม
ผมคิดว่าความน่าสะเทือนใจอย่างหนึ่งในงานเขียนของ Kafka คือการทำให้เราต้องกลับมาถามว่า แท้จริงแล้วมนุษย์ให้คุณค่ากับความเป็นมนุษย์ของใครบางคนจากอะไร จากความรู้สึก ความทรงจำ ความสัมพันธ์ หรือจากประโยชน์ที่คนคนนั้นสามารถทำให้กับเราได้
เมื่อคนคนหนึ่งไม่สามารถทำหน้าที่ที่สังคมคาดหวังได้อีกต่อไป เขายังคงมีคุณค่าเท่าเดิมหรือไม่
คำถามนี้ทำให้ผมนึกถึงหนังสือ ร่างแปลง ของคุณวิภาส ศรีทอง ซึ่งพาเราไปสำรวจความเป็นมนุษย์ในอีกมิติหนึ่งครับ
หาก Kafka ใช้การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเป็นจุดเริ่มต้นในการสำรวจความแปลกแยกของมนุษย์ คุณวิภาสกลับพาเราเข้าไปเผชิญกับความซับซ้อนของร่างกาย เนื้อหนัง และสิ่งที่อยู่ภายในตัวมนุษย์อย่างตรงไปตรงมา
ร่างกายในงานเขียนของเขาไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เรามองเห็น หรือเป็นเครื่องมือที่เราใช้ดำเนินชีวิตเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ของความเปลี่ยนแปลง ความเจ็บปวด ความไม่แน่นอน และสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจควบคุมได้ทั้งหมด ทั้งที่สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญอยู่แล้วครับ
โดยปกติแล้ว เรามักคิดว่าเรารู้จักตัวเองดี เรารู้ว่าเราเป็นใคร มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร มีความคิด ความทรงจำ และมีขอบเขตของการดำรงอยู่แบบไหน เราอาจรู้สึกว่าร่างกายเป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเรา
แต่ความจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้มั่นคงอย่างที่เราคิดครับ
ร่างกายสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ความทรงจำอาจเลือนหาย ความสัมพันธ์อาจไม่เหมือนเดิม และบางครั้งสิ่งที่เราเคยคิดว่าเป็นตัวเรา ก็อาจกลายเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถทำความเข้าใจได้อีกต่อไป
ผมคิดว่า Kafka กำลังชวนให้เรามองความเป็นมนุษย์ผ่านสายตาของคนอื่น ขณะที่คุณวิภาสพาเราเข้าไปสำรวจความเป็นมนุษย์จากภายใน ตั้งคำถามกับสิ่งที่เราเรียกว่าตัวตน และขอบเขตระหว่างสิ่งที่เราคุ้นเคยกับสิ่งที่เรายังไม่อาจทำความเข้าใจได้
แม้หนังสือทั้งสองเล่มจะมีวิธีการเล่าและบริบทที่แตกต่างกัน แต่กลับทำให้ผมย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องเดียวกันว่า บางทีสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของชีวิต อาจไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงไปเป็นสิ่งอื่น แต่เป็นการค้นพบว่า สิ่งที่เราเคยคิดว่ารู้จักดีนั้น บางทีเราอาจไม่เคยรู้จักมันเลยก็ได้ครับ…
-ดร.ริฎวาน ศอลิห์วงศ์สกุล-
หมายเหตุ: ส่วนตัวแล้วผมชอบงานเขียนทั้งสองเรื่องนะครับ แต่ชอบในเหตุผลและมิติที่แตกต่างกันครับ