คําถามที่1.ตกลงว่า เทวดา(เทพ)ท่านไหนเป็น เจ้าสมุทร/เจ้าทะเล(ราชาแห่งท้องทะเล+ราชาแห่งมหาสมุทร) กันแน่ครับ ระหว่าง พระพิรุณ(วรุณเทวราช/ท้าววรุณเทวราช) กับ พระสมุทร(พระสมุทรเทวา/พระสมุทรเทวดา) เพราะ
ทั้งในธชัคคสูตรที่พูดถึงพระวรุณ/พระพิรุณในฐานะเป็น ๑ ใน ๔ องค์เทวราช(องค์จอมเทพ)ผู้ถือธงชัยในกองทัพดาวดึงส์ร่วมกับพระอินทร์ พระประชาบดี พระอีสาน)
https://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=7046&Z=7112
พระราชปุจฉาครั้งร.1 กับ คู่มือการศึกษาพระอภิธรรมที่ปรากฏพูดถึงพระวรุณ/พระพิรุณในฐานะเป็น ๑ ใน เทวดาชั้นผู้ใหญ่สหายร่วมบุญของท้าวสักกะจอมเทพทั้ง ๓๒ องค์แห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
https://vajirayana.org/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%89%E0%B8%B2-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%92/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%93
https://drive.google.com/file/d/0B_Qe9nNUQ-UXenlIN1NubXppUU0/view?resourcekey=0-I7eV9xrpTQOTK2CoDYL2cw
แต่ไม่มีหลักฐานไหนที่กล่าวถึง พระพิรุณ(พระวรุณ/วรุณเทวราช/ท้าววรุณ/ท้าววรุณเทวราช) เป็น เจ้าสมุทร/เจ้าทะเล(ราชาแห่งท้องทะเล+ราชาแห่งมหาสมุทร) เลยแม้แต่น้อย แต่ทั้ง ๒ อรรถกถานี้บอกว่า พระสมุทร(พระสมุทรเทวา/สมุทรเทวดา) คือ เจ้าสมุทร/เจ้าทะเล(ราชาแห่งท้องทะเล+ราชาแห่งมหาสมุทร) ใช่ไหมครับ
อรรถกถา สมุททชาดกว่าด้วย สมุทรสาคร
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นเทวดารักษาสมุทร. ครั้งนั้นมีกาน้ำตัวหนึ่งบินเที่ยวอยู่ ณ ส่วนเบื้องบนมหาสมุทร เที่ยวห้ามฝูงปลาและฝูงนกว่า ท่านทั้งหลายจงดื่มน้ำในมหาสมุทรแต่พอประมาณ จงช่วยกันรักษา ดื่มเถิด..
สมุทรเทวดาเห็นดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า
ใครนี่หนอ มาเที่ยววนเวียนอยู่ในน้ำทะเลอันเค็ม ย่อมห้ามปลาและมังกรทั้งหลาย และย่อมเดือดร้อนในกระแสน้ำที่มีคลื่น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โก นฺวายํ ตัดเป็น โก นุ อยํ แปลว่า นี่ใครหนอ.
กาน้ำได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า
ข้าพเจ้าเป็นนกชื่อว่าอนันตปายี ปรากฎไปทั่วทิศว่าเป็นผู้ไม่อิ่ม เราปรารถนาจะดื่มน้ำ มหาสมุทรสาครเป็นใหญ่กว่าแม่น้ำทั้งหลาย.
เนื้อความแห่งคาถานั้นว่า เราปรารถนาจะดื่มน้ำในสาครอันหาที่สุดมิได้ ด้วยเหตุนั้น เราจึงเป็นนกชื่อว่าอนันตปายี อนึ่ง เราอันบุคคลได้ยินได้ฟังปรากฎแล้วว่า ชื่อว่าเป็นผู้ไม่รู้จักอิ่ม เพราะประกอบด้วยความอยากอันไม่รู้จักเต็มมากมาย เรานั้นปรารถนาจะดื่มน้ำมหาสมุทรนี้ทั้งสิ้น ที่ชื่อว่าสาคร เพราะเป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะอันงดงาม และเพราะอันสาครขุดเซาะ ชื่อว่าเป็นใหญ่กว่าสระทั้งหลาย เพราะเป็นเจ้าแห่งสระทั้งหลาย.
สมุทรเทวดาได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :-
ทะเลใหญ่นี้นั้น ย่อมลดลงและกลับ เต็มอยู่ตามเดิม บุคคลดื่มกินอยู่ก็หาทำให้น้ำทะเลนั้นพร่องลงไป ได้ยินว่า น้ำทะเลใหญ่นั้น ใครๆ ไม่อาจดื่มกินให้หมดสิ้นไป.
https://84000.org/tipitaka/attha/jataka.php?i=270487
อรรถกถา สีลานิสังสชาดกว่าด้วย อานิสงส์ศีล
ในอดีตกาล ครั้งศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอริยสาวกผู้เป็นโสดาบันโดยสารเรือไปกับกุฎุมพีช่างกัลบกคนหนึ่ง ภรรยาของช่างกัลบกนั้นมอบหมายช่างกัลบกแก่เขาว่า นาย สุขทุกข์ของสามีของดิฉัน ขอมอบให้เป็นภาระของท่าน.
ครั้นถึงวันที่เจ็ด เรือของกุฎุมพีช่างกัลบกอับปางลงในกลางสมุทร ชนทั้งสองเกาะแผ่นกระดานแผ่นหนึ่ง ลอยมาถึงเกาะแห่งหนึ่ง. ช่างกัลบกนั้นจึงฆ่านกปิ้งกินแล้วให้อุบาสก. อุบาสกไม่ยอมบริโภค โดยกล่าวว่า อย่าเลยสำหรับเรา. อุบาสกคิดว่า ในที่นี้ นอกจากพระรัตนตรัยแล้ว ไม่มีที่พึ่งอื่นสำหรับเรา เขาจึงระลึกคุณของพระรัตนตรัย.
ลำดับนั้น เมื่อเขากำลังระลึกถึงพญานาคซึ่งเกิดในเกาะนั้น จึงเนรมิตร่างของตนเป็นเรือลำใหญ่ มีเทวดาประจำสมุทรเป็นมาณพต้นหนเรือ เรือเต็มไปด้วยรตนะเจ็ดประการ เสากระโดงทั้งสาม สำเร็จด้วยแก้วมณีสีอินทนิล ใบเรือสำเร็จด้วยทอง เชือกสำเร็จด้วยเงิน คันใบสำเร็จด้วยทอง. เทวดาประจำสมุทรยืนอยู่บนเรือประกาศว่า ผู้จะไปชมพูทวีปมีไหม. อุบาสกตอบว่า เราจะไป. ถ้าเช่นนั้นจงมาขึ้นเรือเถิด. อุบาสกขึ้นเรือแล้วเรียกช่างกัลบกขึ้นด้วย. เทวดาประจำสมุทรกล่าวว่า ได้แต่ท่านเท่านั้น คนนั้นไม่ได้. อุบาสกถามว่า เพราะเหตุไรเล่า.
เทวดาประจำสมุทรตอบว่า เขาไม่มีคุณคือศีลและอาจาระ เหตุเป็นดังนั้น ข้าพเจ้านำเรือมาเพื่อท่าน มิใช่ผู้นี้. เอาละเราให้ส่วนแก่คนนี้ด้วยทานที่ตนให้ ด้วยศีลที่ตนรักษา ด้วยภาวนาที่ตนอบรม. ช่างกัลบกตอบว่า ข้าพเจ้าขออนุโมทนา. เทวดากล่าวว่า ข้าพเจ้าจักพาไปเดี๋ยวนี้ แล้วอุ้มเขาพาไปทั้งสองคน ออกจากสมุทรไปถึงกรุงพาราณสีทางแม่น้ำ บันดาลให้ทรัพย์อยู่ในเรือนของเขาทั้งสอง ด้วยอานุภาพของตน
เมื่อจะกล่าวถึงคุณของการสังสรรค์กับบัณฑิตว่า ควรทำความสังสรรค์กับบัณฑิตทั้งหลาย หากว่าช่างกัลบกคนนี้ไม่ได้สังสรรค์กับอุบาสกนี้ จักพินาศในท่ามกลางสมุทรนั้นเอง จึงกล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :-
จงดูผลของศรัทธา ศีล จาคะ นี้เถิด พญานาคเนรมิตเพศเป็นเรือ พาอุบาสกผู้มีศรัทธาไป.
บุคคลพึงสมาคมกับสัตบุรุษเถิด พึงทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษเถิด ด้วยช่างกัลบกถึงความสวัสดีได้ ก็เพราะการอยู่ร่วมกับสัตบุรุษทั้งหลาย.
https://84000.org/tipitaka/attha/jataka.php?i=270229
พระพุทธเจ้าทรงเคยเสวยพระชาติเป็น พระสมุทร(เทพพระสมุทร/พระสมุทรเทวา/พระสมุทรเทวดา)ผู้เป็นราชาแห่งท้องทะเล(ราชาแห่งมหาสมุทร/เจ้าสมุทร/เจ้าทะเล/จอมเทพแห่งมหาสมุทร)ตามที่ปรากฏในอรรถกถาสมุททชาดก+อรรถกถาสีลานิสังสชาดก ใช่ไหมครับ
ผมขอถามเรื่องเกี่ยวกับ เจ้าสมุทร/เจ้าทะเล(ราชาแห่งท้องทะเล+ราชาแห่งมหาสมุทร) ในคติไทย จาก พี่ๆสมาชิกห้องพันทิป หน่อยครับ
ทั้งในธชัคคสูตรที่พูดถึงพระวรุณ/พระพิรุณในฐานะเป็น ๑ ใน ๔ องค์เทวราช(องค์จอมเทพ)ผู้ถือธงชัยในกองทัพดาวดึงส์ร่วมกับพระอินทร์ พระประชาบดี พระอีสาน)
https://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=7046&Z=7112
พระราชปุจฉาครั้งร.1 กับ คู่มือการศึกษาพระอภิธรรมที่ปรากฏพูดถึงพระวรุณ/พระพิรุณในฐานะเป็น ๑ ใน เทวดาชั้นผู้ใหญ่สหายร่วมบุญของท้าวสักกะจอมเทพทั้ง ๓๒ องค์แห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
https://vajirayana.org/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%89%E0%B8%B2-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%92/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%93
https://drive.google.com/file/d/0B_Qe9nNUQ-UXenlIN1NubXppUU0/view?resourcekey=0-I7eV9xrpTQOTK2CoDYL2cw
แต่ไม่มีหลักฐานไหนที่กล่าวถึง พระพิรุณ(พระวรุณ/วรุณเทวราช/ท้าววรุณ/ท้าววรุณเทวราช) เป็น เจ้าสมุทร/เจ้าทะเล(ราชาแห่งท้องทะเล+ราชาแห่งมหาสมุทร) เลยแม้แต่น้อย แต่ทั้ง ๒ อรรถกถานี้บอกว่า พระสมุทร(พระสมุทรเทวา/สมุทรเทวดา) คือ เจ้าสมุทร/เจ้าทะเล(ราชาแห่งท้องทะเล+ราชาแห่งมหาสมุทร) ใช่ไหมครับ
อรรถกถา สมุททชาดกว่าด้วย สมุทรสาคร
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นเทวดารักษาสมุทร. ครั้งนั้นมีกาน้ำตัวหนึ่งบินเที่ยวอยู่ ณ ส่วนเบื้องบนมหาสมุทร เที่ยวห้ามฝูงปลาและฝูงนกว่า ท่านทั้งหลายจงดื่มน้ำในมหาสมุทรแต่พอประมาณ จงช่วยกันรักษา ดื่มเถิด..
สมุทรเทวดาเห็นดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า
ใครนี่หนอ มาเที่ยววนเวียนอยู่ในน้ำทะเลอันเค็ม ย่อมห้ามปลาและมังกรทั้งหลาย และย่อมเดือดร้อนในกระแสน้ำที่มีคลื่น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โก นฺวายํ ตัดเป็น โก นุ อยํ แปลว่า นี่ใครหนอ.
กาน้ำได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า
ข้าพเจ้าเป็นนกชื่อว่าอนันตปายี ปรากฎไปทั่วทิศว่าเป็นผู้ไม่อิ่ม เราปรารถนาจะดื่มน้ำ มหาสมุทรสาครเป็นใหญ่กว่าแม่น้ำทั้งหลาย.
เนื้อความแห่งคาถานั้นว่า เราปรารถนาจะดื่มน้ำในสาครอันหาที่สุดมิได้ ด้วยเหตุนั้น เราจึงเป็นนกชื่อว่าอนันตปายี อนึ่ง เราอันบุคคลได้ยินได้ฟังปรากฎแล้วว่า ชื่อว่าเป็นผู้ไม่รู้จักอิ่ม เพราะประกอบด้วยความอยากอันไม่รู้จักเต็มมากมาย เรานั้นปรารถนาจะดื่มน้ำมหาสมุทรนี้ทั้งสิ้น ที่ชื่อว่าสาคร เพราะเป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะอันงดงาม และเพราะอันสาครขุดเซาะ ชื่อว่าเป็นใหญ่กว่าสระทั้งหลาย เพราะเป็นเจ้าแห่งสระทั้งหลาย.
สมุทรเทวดาได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :-
ทะเลใหญ่นี้นั้น ย่อมลดลงและกลับ เต็มอยู่ตามเดิม บุคคลดื่มกินอยู่ก็หาทำให้น้ำทะเลนั้นพร่องลงไป ได้ยินว่า น้ำทะเลใหญ่นั้น ใครๆ ไม่อาจดื่มกินให้หมดสิ้นไป.
https://84000.org/tipitaka/attha/jataka.php?i=270487
อรรถกถา สีลานิสังสชาดกว่าด้วย อานิสงส์ศีล
ในอดีตกาล ครั้งศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอริยสาวกผู้เป็นโสดาบันโดยสารเรือไปกับกุฎุมพีช่างกัลบกคนหนึ่ง ภรรยาของช่างกัลบกนั้นมอบหมายช่างกัลบกแก่เขาว่า นาย สุขทุกข์ของสามีของดิฉัน ขอมอบให้เป็นภาระของท่าน.
ครั้นถึงวันที่เจ็ด เรือของกุฎุมพีช่างกัลบกอับปางลงในกลางสมุทร ชนทั้งสองเกาะแผ่นกระดานแผ่นหนึ่ง ลอยมาถึงเกาะแห่งหนึ่ง. ช่างกัลบกนั้นจึงฆ่านกปิ้งกินแล้วให้อุบาสก. อุบาสกไม่ยอมบริโภค โดยกล่าวว่า อย่าเลยสำหรับเรา. อุบาสกคิดว่า ในที่นี้ นอกจากพระรัตนตรัยแล้ว ไม่มีที่พึ่งอื่นสำหรับเรา เขาจึงระลึกคุณของพระรัตนตรัย.
ลำดับนั้น เมื่อเขากำลังระลึกถึงพญานาคซึ่งเกิดในเกาะนั้น จึงเนรมิตร่างของตนเป็นเรือลำใหญ่ มีเทวดาประจำสมุทรเป็นมาณพต้นหนเรือ เรือเต็มไปด้วยรตนะเจ็ดประการ เสากระโดงทั้งสาม สำเร็จด้วยแก้วมณีสีอินทนิล ใบเรือสำเร็จด้วยทอง เชือกสำเร็จด้วยเงิน คันใบสำเร็จด้วยทอง. เทวดาประจำสมุทรยืนอยู่บนเรือประกาศว่า ผู้จะไปชมพูทวีปมีไหม. อุบาสกตอบว่า เราจะไป. ถ้าเช่นนั้นจงมาขึ้นเรือเถิด. อุบาสกขึ้นเรือแล้วเรียกช่างกัลบกขึ้นด้วย. เทวดาประจำสมุทรกล่าวว่า ได้แต่ท่านเท่านั้น คนนั้นไม่ได้. อุบาสกถามว่า เพราะเหตุไรเล่า.
เทวดาประจำสมุทรตอบว่า เขาไม่มีคุณคือศีลและอาจาระ เหตุเป็นดังนั้น ข้าพเจ้านำเรือมาเพื่อท่าน มิใช่ผู้นี้. เอาละเราให้ส่วนแก่คนนี้ด้วยทานที่ตนให้ ด้วยศีลที่ตนรักษา ด้วยภาวนาที่ตนอบรม. ช่างกัลบกตอบว่า ข้าพเจ้าขออนุโมทนา. เทวดากล่าวว่า ข้าพเจ้าจักพาไปเดี๋ยวนี้ แล้วอุ้มเขาพาไปทั้งสองคน ออกจากสมุทรไปถึงกรุงพาราณสีทางแม่น้ำ บันดาลให้ทรัพย์อยู่ในเรือนของเขาทั้งสอง ด้วยอานุภาพของตน
เมื่อจะกล่าวถึงคุณของการสังสรรค์กับบัณฑิตว่า ควรทำความสังสรรค์กับบัณฑิตทั้งหลาย หากว่าช่างกัลบกคนนี้ไม่ได้สังสรรค์กับอุบาสกนี้ จักพินาศในท่ามกลางสมุทรนั้นเอง จึงกล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :-
จงดูผลของศรัทธา ศีล จาคะ นี้เถิด พญานาคเนรมิตเพศเป็นเรือ พาอุบาสกผู้มีศรัทธาไป.
บุคคลพึงสมาคมกับสัตบุรุษเถิด พึงทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษเถิด ด้วยช่างกัลบกถึงความสวัสดีได้ ก็เพราะการอยู่ร่วมกับสัตบุรุษทั้งหลาย.
https://84000.org/tipitaka/attha/jataka.php?i=270229