ต้องบอกก่อนะคะว่าอยู่หอในของมหาวิทยาลัยสีเขียวแห่งหนึ่ง เป็นหอหญิง ห้อง4คน ซึ่งถ้าพูดง่ายๆ ตอนนี้เหมือนแบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายเราและเพื่อนเรา และฝ่ายนั้นอีก2คน ตอนแรกฝ่ายนั้นเขามีปัญหาเรื่องเสียงของเราค่ะ คือ เราเหมือนพูดคุยเล่นกับเพื่อนดึกๆ ตอนช่วงตี1-2 นามสมมติ ตุ้ย มาขอเพิ่มกฎงดใช้เสียงตอนตี2 เราก็เข้าใจและปรับค่ะ แต่ตอนนั้นพึ่งจะเที่ยงคืนกว่าๆ เรากับเพื่อนเตรียมนอน แต่เพื่อนเราก็ชวนคุยนิดๆหน่อยๆจึงเกิดเสียงขำออกมา แต่ตุ้ยก็ลั่นออกมาจากเตียงว่า “เบาเสียงหน่อยได้มั้ย” เราก็คิดว่าเริ่มเยอะละ ขอตี2 แล้วนี่พึ่งเที่ยงคืนแล้วยังไม่ได้เสียงดังขนาดนั้น แต่ก็ยังไม่พอใจ สรุปจะเอายังไงกันแน่ จนมันเป็นเรื่องทำให้ ผิดใจกัน จนไม่คุยกันเลย เพราะเราอยากต่างคนต่างอยู่ แต่เขาก็ชอบพูดแซะเรื่องเสียงอยู่บ่อยๆ จนเราทนไม่ไหว เปิดใจคุยตรงๆ เราก็ขอโทษเรื่องเสียงไปแล้ว แต่การที่เขามาพูดบ่อยๆมันน่ารำคาญ โตๆก็แล้วพูดรอบเดียวก็เข้าใจแล้ว เราพูดออกไปแบบนี้ เขาก็เอ่ยปากออกมาเองว่า ปี2 เขาจะย้ายหอ เราก็โอเค ทนอีก1ปีแล้วกัน แต่เรื่องมันไม่จบแค่นี้
เพราะ นามสมมติ แมว รูมเมทอีกคนที่เห็นด้วยกับตุ้ยเรื่องเสียงของเราเขาตัวเหม็นมาก ไม่อาบน้ำอยู่หลายวัน เคยเตือนให้อาบครั้งนึง ก็อาบแค่ครั้งนั้น
ตอนแรกก็กระทบแค่กลิ่นนะคะ หลังๆเริ่มลามมาถึงเรื่อง ขยะค่ะ เขากองขยะไว้ในถุงดำหลายๆใบไม่เอาลงไปทิ้งสักที จนมันเกะกะทางเดิน ของในตู้เย็นก็แช่ไว้จนขึ้นรา ไม่เอาออกไปทิ้ง กลิ่นอาหารคลุ้งไปทั่ว
แล้วเตียงที่ แมว นอนเป็นเตียงชั้นบนของเตียง ตุ้ย แมวไม่ลงไปไหน เอาอาหารขนมหม้อต้มมาม่าขึ้นไปอยู่บนเตียงชั้นสองของเขา เพราะบนโต๊ะของเขา มีแต่ของๆเขากระจายอยู่บนโต๊ะ พร้อมทั้งขยะด้วย
อีกทั้งยังมีเรื่องเสื้อผ้าที่กองไว้จนมันพูนขึ้นมาโดนเสื้อผ้าที่คนอื่นตากและส่งกลิ่นอับค่ะ เปิดไประเบียงกลิ่นตีจมูกเลยเป็นกลิ่นอับเหม็นสาบตัวเขา
และเรื่องที่ไม่โอเคที่สุดเลย คือ วันที่เรากลับบ้าน เราจัดโต๊ะและที่นอน และถ่ายรูปไว้ก่อนกลับ แต่พอกลับมาก็มีอะไรหลายอย่างให้อึ้งมากค่ะ ของที่วางไว้ไม่เป็นเหมือนเดิม กระปุกเงินที่ปกติเก็บเหรียญไว้ซักผ้าก็ถูกหยิบออกมา แต่ในนั้นไม่มีเงินค่ะ เราเก็บกลับบ้าน แต่ก็น่าสงสัยว่าหยิบออกมาทำไม ? แล้วพอมีการถาม ก็บอกว่า แค่มานั่งกินข้าวที่โต๊ะเรา คำถามคือ โต๊ะตัวเองทำไมไม่นั่ง โต๊ะของเขารกจนไม่มีที่จะวางของ ก็เลยมานั่งกินข้าวที่โต๊ะของคนอื่น ได้หรอคะ ? ก่อนหน้าที่เราจะถามเราก็เห็นแล้วล่ะค่ะว่ามี เหมือนผงปรุงรส หกอยู่บนโต๊ะด้วย และของเพื่อนเราอีกคน นามสมมติ แนน
เกริ่นก่อนว่าเรื่องเตียงเนี่ย ก่อนมาอยู่เราได้ทำการสุ่มเตียงแล้ว ว่าใครนอนเตียงไหนเพราะทุกคนต่างอยากนอนเตียงล่าง แต่เรากับแมวได้เตียงบน แนนกับตุ้ย ได้เตียงล่าง เราได้เตียงเดียวกับแนน ตุ้ยได้เตียงเดียวกับแมว ปกติแล้วตุ้ยบ้านใกล้ เขาก็ชอบกลับบ้าน แล้วแมว ชอบลงมานอนเตียงตุ้ยบ่อยๆ และไม่อาบน้ำอยู่หลายวัน เอาของกินไปกินที่โต๊ะตุ้ย เราก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกันอยู่แล้ว แต่เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วเราหยุดยาวและกลับบ้าน ก็อย่างที่บอกไปว่าเราเก็บของและถ่ายรูปเตียงและโต๊ะของเรากับแนนไว้
กลับมาก็ไม่ขาดคิดค่ะ ว่าเตียงของแนน หมอน ตุ๊กตา ผ้าห่ม เหมือนมีการจัดเปลี่ยนทิศไปหมดเลยถ้าเทียบกับในรูปก่อนกลับบ้าน และมีรอยเหมือนมีการนอน พอไปถามตุ้ยว่าได้มานอนหรือมาทำอะไรมั้ย ตุ้ยบอกว่าไม่ เพราะพึ่งกลับมาเมื่อ2-3วันก่อน แนนก็รอให้แมวตื่นเพื่อคุย และพอได้คุย แมวก็พูดแบบหน้ามึน ว่า ไม่ได้นอนนะ แค่ไปจัดเตียงให้เฉยๆ เพราะขยะที่โต๊ะแมวปลิวไป คำถามนะคะ ขยะปลิวก็เก็บแค่ขยะสิ จะมาจัดให้ทำไม ขอบคุณนะ แต่ทีหลังไม่ต้อง 55555 นอกสะจากจะแถไปเรื่อยอ่ะค่ะ คิดดูสิ คนเราขยะปลิวก็แค่เก็บ คงไม่มาจัดหมอนจัดเตียงให้หรอกใช่มั้ย
คือไม่รู้ที่บ้านสอนมายังไงนะคะ ไม่รู้อยู่บ้านเป็นแบบไหน แต่การอยู่ร่วมกันกับคนอื่นต้องมีมารยาทและปรับตัวให้ได้ด้วยค่ะ
คือมันสุดจะทนแล้วจริงๆอ่ะค่ะ อยากจะย้ายหอนะ แต่ทำไมต้องเป็นเราที่ต้องเป็นฝ่ายย้าย ทั้งๆที่ การจองหอเราก็เป็นคนดำเนินการเอง
เรื่องนี้เล่าในวันฮาโลวีนนะคะ แต่บอกเลยว่า คนเราน่ากลัวกว่าผีอีกค่ะ👻👻👻
ขอบคุณที่อ่านมาถึงจุดนี้ค่ะ มีอะไรแนะนำเราได้นะคะ
เรื่องนี้น่ากลัวกว่าผีอีก
เพราะ นามสมมติ แมว รูมเมทอีกคนที่เห็นด้วยกับตุ้ยเรื่องเสียงของเราเขาตัวเหม็นมาก ไม่อาบน้ำอยู่หลายวัน เคยเตือนให้อาบครั้งนึง ก็อาบแค่ครั้งนั้น
ตอนแรกก็กระทบแค่กลิ่นนะคะ หลังๆเริ่มลามมาถึงเรื่อง ขยะค่ะ เขากองขยะไว้ในถุงดำหลายๆใบไม่เอาลงไปทิ้งสักที จนมันเกะกะทางเดิน ของในตู้เย็นก็แช่ไว้จนขึ้นรา ไม่เอาออกไปทิ้ง กลิ่นอาหารคลุ้งไปทั่ว
แล้วเตียงที่ แมว นอนเป็นเตียงชั้นบนของเตียง ตุ้ย แมวไม่ลงไปไหน เอาอาหารขนมหม้อต้มมาม่าขึ้นไปอยู่บนเตียงชั้นสองของเขา เพราะบนโต๊ะของเขา มีแต่ของๆเขากระจายอยู่บนโต๊ะ พร้อมทั้งขยะด้วย
อีกทั้งยังมีเรื่องเสื้อผ้าที่กองไว้จนมันพูนขึ้นมาโดนเสื้อผ้าที่คนอื่นตากและส่งกลิ่นอับค่ะ เปิดไประเบียงกลิ่นตีจมูกเลยเป็นกลิ่นอับเหม็นสาบตัวเขา
และเรื่องที่ไม่โอเคที่สุดเลย คือ วันที่เรากลับบ้าน เราจัดโต๊ะและที่นอน และถ่ายรูปไว้ก่อนกลับ แต่พอกลับมาก็มีอะไรหลายอย่างให้อึ้งมากค่ะ ของที่วางไว้ไม่เป็นเหมือนเดิม กระปุกเงินที่ปกติเก็บเหรียญไว้ซักผ้าก็ถูกหยิบออกมา แต่ในนั้นไม่มีเงินค่ะ เราเก็บกลับบ้าน แต่ก็น่าสงสัยว่าหยิบออกมาทำไม ? แล้วพอมีการถาม ก็บอกว่า แค่มานั่งกินข้าวที่โต๊ะเรา คำถามคือ โต๊ะตัวเองทำไมไม่นั่ง โต๊ะของเขารกจนไม่มีที่จะวางของ ก็เลยมานั่งกินข้าวที่โต๊ะของคนอื่น ได้หรอคะ ? ก่อนหน้าที่เราจะถามเราก็เห็นแล้วล่ะค่ะว่ามี เหมือนผงปรุงรส หกอยู่บนโต๊ะด้วย และของเพื่อนเราอีกคน นามสมมติ แนน
เกริ่นก่อนว่าเรื่องเตียงเนี่ย ก่อนมาอยู่เราได้ทำการสุ่มเตียงแล้ว ว่าใครนอนเตียงไหนเพราะทุกคนต่างอยากนอนเตียงล่าง แต่เรากับแมวได้เตียงบน แนนกับตุ้ย ได้เตียงล่าง เราได้เตียงเดียวกับแนน ตุ้ยได้เตียงเดียวกับแมว ปกติแล้วตุ้ยบ้านใกล้ เขาก็ชอบกลับบ้าน แล้วแมว ชอบลงมานอนเตียงตุ้ยบ่อยๆ และไม่อาบน้ำอยู่หลายวัน เอาของกินไปกินที่โต๊ะตุ้ย เราก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกันอยู่แล้ว แต่เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วเราหยุดยาวและกลับบ้าน ก็อย่างที่บอกไปว่าเราเก็บของและถ่ายรูปเตียงและโต๊ะของเรากับแนนไว้
กลับมาก็ไม่ขาดคิดค่ะ ว่าเตียงของแนน หมอน ตุ๊กตา ผ้าห่ม เหมือนมีการจัดเปลี่ยนทิศไปหมดเลยถ้าเทียบกับในรูปก่อนกลับบ้าน และมีรอยเหมือนมีการนอน พอไปถามตุ้ยว่าได้มานอนหรือมาทำอะไรมั้ย ตุ้ยบอกว่าไม่ เพราะพึ่งกลับมาเมื่อ2-3วันก่อน แนนก็รอให้แมวตื่นเพื่อคุย และพอได้คุย แมวก็พูดแบบหน้ามึน ว่า ไม่ได้นอนนะ แค่ไปจัดเตียงให้เฉยๆ เพราะขยะที่โต๊ะแมวปลิวไป คำถามนะคะ ขยะปลิวก็เก็บแค่ขยะสิ จะมาจัดให้ทำไม ขอบคุณนะ แต่ทีหลังไม่ต้อง 55555 นอกสะจากจะแถไปเรื่อยอ่ะค่ะ คิดดูสิ คนเราขยะปลิวก็แค่เก็บ คงไม่มาจัดหมอนจัดเตียงให้หรอกใช่มั้ย
คือไม่รู้ที่บ้านสอนมายังไงนะคะ ไม่รู้อยู่บ้านเป็นแบบไหน แต่การอยู่ร่วมกันกับคนอื่นต้องมีมารยาทและปรับตัวให้ได้ด้วยค่ะ
คือมันสุดจะทนแล้วจริงๆอ่ะค่ะ อยากจะย้ายหอนะ แต่ทำไมต้องเป็นเราที่ต้องเป็นฝ่ายย้าย ทั้งๆที่ การจองหอเราก็เป็นคนดำเนินการเอง
เรื่องนี้เล่าในวันฮาโลวีนนะคะ แต่บอกเลยว่า คนเราน่ากลัวกว่าผีอีกค่ะ👻👻👻
ขอบคุณที่อ่านมาถึงจุดนี้ค่ะ มีอะไรแนะนำเราได้นะคะ