คนไทยเตรียมตัว ดร.ตฤณห์ แนะ กักตุนอาหาร ยา น้ำดื่ม 3-7 วัน
.
.
คนไทยเตรียมตัว ดร.ตฤณห์ แนะ กักตุนอาหาร ยา น้ำดื่ม 3-7 วัน หลังชาติตะวันตกเตือนประชาชนรับมือเหตุฉุกเฉิน ท่ามกลางความตึงเครียดโลกพุ่งสูง
.
วันที่ 31 ต.ค. 69 อาจารย์ ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมอาชญากร และอาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “Aj. Trynh Phoraksa” ถึงกรณีที่หลายประเทศประกาศให้ประชาชนกักตุนอาหารว่า
.
“กักตุนอาหาร ยา น้ำดื่ม 3-7 วัน ถ้าไม่ลำบากมากก็เตรียมตัวกันเถอะครับ”
.
“เพื่อนชาวอังกฤษของผมเล่าว่า รัฐบาลอังกฤษแนะนำให้ประชาชนสำรองอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นอย่างน้อย 3 วัน เพื่อรับมือเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟฟ้าดับ น้ำประปาหยุดไหล และระบบสื่อสารล่ม โดยหลายประเทศในยุโรปก็มีคำแนะนำคล้ายกัน”
.
“เพื่อนเล่าว่าเมื่อคืนเกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในบางพื้นที่ของลอนดอน จนสถานที่สำคัญมืดสนิท และรถไฟบางส่วนหยุดให้บริการ ก่อนกลับสู่ภาวะปกติในวันถัดมา”
.
“เขากังวลว่าการเตรียมพร้อมพร้อมกันของหลายประเทศอาจเกี่ยวข้องกับความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกที่สนับสนุนยูเครน รวมถึงความไม่พอใจภายในอังกฤษเรื่องภาษี ค่าครองชีพ และนโยบายผู้อพยพ”
.
“อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานว่าคำแนะนำดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดสงครามในเร็วๆ นี้”
.
และอีกโพสต์ระบุว่า “ดูข่าวต่างประเทศกันบ้างนะครับ อย่ามัวแต่อิรุงตุงนังในประเทศ”
.
.
.
แอตต้า ชี้ ประท้วงยุโรปยังไม่กระทบไฮซีซั่น ห่วงตลาดจีน-อาเซียนชะลอตัวหนักกว่า
https://www.matichon.co.th/local/news_5955545
.
แอตต้า ชี้ ประท้วงฝรั่งเศสลามหลายประเทศในยุโรป ยังไม่กระทบไฮซีซั่น รับกังวลตลาดจีนมากกว่า
.
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นาย
ธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า แนวโน้มการท่องเที่ยบในช่วงไตรมาส 4/2569 ปลายปีนี้ สถานการณ์ถือว่า ยังไม่กลับมาเป็นปกติ เนื่องจากปัจจัยภายนอกยังคงมีหลายเรื่องที่เสี่ยงและไม่สามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตลาดยุโรป ทั้งฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน ที่มีการประท้วงใหญ่จนเกิดภาพความรุนแรงขึ้น แต่เบื้องต้นประเมินว่า แม้เกิดเหตุการณ์ประท้วงในหลายเมืองของยุโรป แต่กลุ่มนักท่องเที่ยวไทย (Outbound) มีความชำนาญเส้นทาง และเหตุประท้วงเกิดขึ้นเพียงบางจุดเฉพาะช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ไม่ได้กระทบทั้งประเทศ พระราชวังแวร์ซายส์และสถานที่สำคัญยังคงเปิดปกติ ยอดจองเดินทางทั้ง Inbound และ Outbound ในช่วงไฮซีซั่นยังคงเดินหน้าต่อเนื่องและไร้การยกเลิก อีกทั้งยังมองเป็นโอกาสในการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาพักผ่อนในประเทศไทยแทนได้
.
นาย
ธนพล กล่าวว่า สถานการณ์ในตอนนี้ รัฐบาลไทยไม่ได้สั่งห้ามคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยว (Outbound) เพราะการรับรู้ข่าวสารในปัจจุบันทำได้รวดเร็ว จึงหลีกเลี่ยงจุดเคลื่อนไหวได้ง่าย จึงเห็นยอดจองเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส อิตาลี และสเปนเดินหน้าได้ต่อเนื่อง ยอดจองยังอยู่ในเกณฑ์ดีและไม่มีการชะลอตัว เนื่องจากระยะเวลาการพำนักของคนไทยในแต่ละประเทศเป็นช่วงสั้น ๆ ส่วนตลาดขาเข้า โดยเฉพาะยุโรปมาไทยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ นักท่องเที่ยวตลาดยุโรปส่วนใหญ่ได้ทำการจองล่วงหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีการยกเลิกยอดจอง (No Cancellations) หรือเลื่อนการท่องเที่ยวจนชะลอตัวกิดขึ้น
.
“
ความน่ากังวลในตอนนี้อยู่ที่ตลาดระยะใกล้รวมถึงเออีซี สถานการณ์น่ากังวลกว่ายุโรปมาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากประเทศในอาเซียน อาทิ เวียดนาม และประเทศเพื่อนบ้านต่างเดินทางเข้ามาประเทศไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัดในหลายตลาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เป็นฐานลูกค้าหลักของไทย และเวียดนามรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านที่ชะลอตัวลงจนน่ากังวลแล้ว” นาย
ธนพล กล่าว
.
นาย
ธนพล กล่าวว่า อย่างที่พูดถึงความกังวลตลาดระยะใกล้มากกว่านั้น เนื่องจากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวมีให้เห็นจนน่ากังวลมากจริง ๆ ผู้ประกอบการหลายรายต่างพูดถึงกันว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เป็นลูกค้าหดหายไป จึงอยากให้รัฐบาลรีบเรียกความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวกลับคืนมา ส่วนการท่องเที่ยวในประเทศ ภาคเอกชนโดยเฉพาะสมาคมฯ ขอตั้งคำถามว่า ในบางโครงการทำไมถึงไม่มีสมาชิกในสมาคมฯ ได้เข้าร่วมด้วย ทั้งที่เป็นสมาคมเก่าแก่กว่า 50 ปี และมีสมาชิกผู้ประกอบการนำเข้า (Inbound) จำนวนมาก แต่กลับไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณแม้แต่บาทเดียวในบางโครงการที่มีขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว จนสมาคมฯ ต้องทำหนังสือทวงถามไปยังหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องเอง
.
.
น้ำมันดิบโลกพุ่งสูงสุดรอบ 6 เดือน กังวลสงครามอิหร่านรอบใหม่
.
ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงสุดในรอบ 6 เดือน โดยพุ่งขึ้นมากกว่าร้อยละ 2 นับเป็นราคาน้ำมันดิบสูงสุดตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ความกลัวว่าความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ จะยกระดับเป็นสงครามอิหร่านครั้งใหม่ หลังจากผ่านพ้นการเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐฯ ไปในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ และการที่เรือบรรทุกน้ำมันยังคงถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซไม่เว้นแต่ละวัน
.
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้างวดส่งมอบเดือนธันวาคมนี้ ปิดที่ราคา 117.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 ส่วนน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 ไปอยู่ที่ 104.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ณ สิ้นเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.6 และ WTI ณ เวลาเดียวกัน เพิ่มร้อยละ 15.2
.
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงสุดในรอบ 6 เดือน เนื่องจากความกังวลสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังเกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันระเบิดและไฟไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่อง ขณะที่ซาอุดีอาระเบียระบุว่าสามารถสกัดโดรนโจมตีของกลุ่มฮูตีได้หลายเมืองรวมถึงนครเมกกะ แม้กลุ่มฮูตีจะปฏิเสธก็ตาม ในขณะเดียวกัน ทางการอิหร่านยืนยันว่าได้รับจดหมายจากสหรัฐฯ ที่ขอให้ยุติสงครามและกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาแล้ว
.
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน หรือ IRGC รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำเกิดไฟไหม้และระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะแล่นในเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต
.
ด้านกองทัพเรือโอมานรายงาน ได้ช่วยชีวิตลูกเรือ 25 คน จากเรือพาณิชย์ติดธงปานามาลำหนึ่ง ที่ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ บริเวณนอกชายฝั่งเมืองมูซันดัม ( Musandam ) ของโอมาน
.
ขณะเดียวกัน รัฐบาลอิหร่านยืนยันได้รับจดหมายจากสหรัฐฯ ให้จบสงคราม เป็นการยืนยันข่าวก่อนหน้านี้ ที่รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ของสหรัฐฯ ได้ทำหนังสือไปถึงผู้นำฝ่ายความมั่นคงอิหร่าน ขอให้อิหร่านกลับคืนโต๊ะเจรจาสันติภาพโดยเร็ว
.
ด้านซาอุดีอาระเบียรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของซาอุดีอาระเบีย ได้ยิงสกัดทำลายโดรนฮูตีร่วงหลายลำในหลายเมืองในภาคใต้ซาอุดีอาระเบีย ทั้งนครศักดิ์สิทธิ์เมกกะ จังหวัดเมดินา และจังหวัดอีสเทิร์น พรอวินซ์
.
แต่กลุ่มฮูตีในเยเมนปฏิเสธว่า ไม่ได้โจมตีใด ๆ ต่อซาอุดีอาระเบียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (30 ตุลาคม)
.
ซาอุดีอาระเบียเคยประกาศเตือนฮูตีว่า การโจมตีนครศักดิ์สิทธิ์เมกกะนั้น คือเส้นแดงที่ก้าวข้ามไม่ได้
.
ทั้งนี้ ภาพที่ซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี มักไม่มีภาพปรากฏออกมา เนื่องจากทางซาอุดีอาระเบียห้ามบันทึกภาพการโจมตีในซาอุดีอาระเบีย
JJNY : ดร.ตฤณห์ แนะกักตุน 3-7 วัน│แอตต้าห่วงตลาดจีน-อาเซียน│น้ำมันดิบโลกพุ่งสูงสุดรอบ 6 ด.│Gen Z เยอรมนีนัดชุมนุมใหญ่
.
แอตต้า ชี้ ประท้วงยุโรปยังไม่กระทบไฮซีซั่น ห่วงตลาดจีน-อาเซียนชะลอตัวหนักกว่า
https://www.matichon.co.th/local/news_5955545
.
แอตต้า ชี้ ประท้วงฝรั่งเศสลามหลายประเทศในยุโรป ยังไม่กระทบไฮซีซั่น รับกังวลตลาดจีนมากกว่า
.
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า แนวโน้มการท่องเที่ยบในช่วงไตรมาส 4/2569 ปลายปีนี้ สถานการณ์ถือว่า ยังไม่กลับมาเป็นปกติ เนื่องจากปัจจัยภายนอกยังคงมีหลายเรื่องที่เสี่ยงและไม่สามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตลาดยุโรป ทั้งฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน ที่มีการประท้วงใหญ่จนเกิดภาพความรุนแรงขึ้น แต่เบื้องต้นประเมินว่า แม้เกิดเหตุการณ์ประท้วงในหลายเมืองของยุโรป แต่กลุ่มนักท่องเที่ยวไทย (Outbound) มีความชำนาญเส้นทาง และเหตุประท้วงเกิดขึ้นเพียงบางจุดเฉพาะช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ไม่ได้กระทบทั้งประเทศ พระราชวังแวร์ซายส์และสถานที่สำคัญยังคงเปิดปกติ ยอดจองเดินทางทั้ง Inbound และ Outbound ในช่วงไฮซีซั่นยังคงเดินหน้าต่อเนื่องและไร้การยกเลิก อีกทั้งยังมองเป็นโอกาสในการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาพักผ่อนในประเทศไทยแทนได้
.
นายธนพล กล่าวว่า สถานการณ์ในตอนนี้ รัฐบาลไทยไม่ได้สั่งห้ามคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยว (Outbound) เพราะการรับรู้ข่าวสารในปัจจุบันทำได้รวดเร็ว จึงหลีกเลี่ยงจุดเคลื่อนไหวได้ง่าย จึงเห็นยอดจองเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส อิตาลี และสเปนเดินหน้าได้ต่อเนื่อง ยอดจองยังอยู่ในเกณฑ์ดีและไม่มีการชะลอตัว เนื่องจากระยะเวลาการพำนักของคนไทยในแต่ละประเทศเป็นช่วงสั้น ๆ ส่วนตลาดขาเข้า โดยเฉพาะยุโรปมาไทยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ นักท่องเที่ยวตลาดยุโรปส่วนใหญ่ได้ทำการจองล่วงหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีการยกเลิกยอดจอง (No Cancellations) หรือเลื่อนการท่องเที่ยวจนชะลอตัวกิดขึ้น
.
“ความน่ากังวลในตอนนี้อยู่ที่ตลาดระยะใกล้รวมถึงเออีซี สถานการณ์น่ากังวลกว่ายุโรปมาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากประเทศในอาเซียน อาทิ เวียดนาม และประเทศเพื่อนบ้านต่างเดินทางเข้ามาประเทศไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัดในหลายตลาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เป็นฐานลูกค้าหลักของไทย และเวียดนามรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านที่ชะลอตัวลงจนน่ากังวลแล้ว” นายธนพล กล่าว
.
นายธนพล กล่าวว่า อย่างที่พูดถึงความกังวลตลาดระยะใกล้มากกว่านั้น เนื่องจากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวมีให้เห็นจนน่ากังวลมากจริง ๆ ผู้ประกอบการหลายรายต่างพูดถึงกันว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เป็นลูกค้าหดหายไป จึงอยากให้รัฐบาลรีบเรียกความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวกลับคืนมา ส่วนการท่องเที่ยวในประเทศ ภาคเอกชนโดยเฉพาะสมาคมฯ ขอตั้งคำถามว่า ในบางโครงการทำไมถึงไม่มีสมาชิกในสมาคมฯ ได้เข้าร่วมด้วย ทั้งที่เป็นสมาคมเก่าแก่กว่า 50 ปี และมีสมาชิกผู้ประกอบการนำเข้า (Inbound) จำนวนมาก แต่กลับไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณแม้แต่บาทเดียวในบางโครงการที่มีขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว จนสมาคมฯ ต้องทำหนังสือทวงถามไปยังหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องเอง
.
.