เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2001 ทาง Microsoft ได้วางจำหน่าย "Windows XP" ตามร้านค้าปลีกเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นจะกลายเป็นระบบปฏิบัติการที่ครองใจผู้ใช้ยาวนานเกือบ 13 ปี ด้วยฟีเจอร์ที่ทันสมัย หน้าตาที่สวยงาม พร้อมบอกลาภาพจำสมัย MS-DOS ใน Windows 98 หรือ Windows Me ไปตลอดกาล...ก่อนจะเข้าสู่ Vista
วันนี้ไม่ได้มาเล่าถึงเบื้องหลังการพัฒนาอย่างใด แต่มันมีเหตุการณ์น่าพูดคุยในช่วงเปิดตัว Windows XP โดยในงานเปิดตัวที่นิวยอร์กเมื่อปี 2001 ช่วงนั้น Microsoft ได้ทุ่มงบกว่า 500 ล้านดอลลาร์ฯ สำหรับแคมเปญเปิดตัวระบบปฏิบัติการดังกล่าว ทว่าผลกระทบหลังเหตุการณ์ 9/11 ทำให้ Microsoft ต้องล้มเลิกสโลแกนเปิดตัวเดิมที่ตั้งใจไว้คือ "Prepare to Fly" (เตรียมพร้อมโบยบิน) และเปลี่ยนมาใช้ "Yes You Can" (ใช่ คุณทำได้) แทนด้วยเหตุผลที่ชัดเจนดังกล่าว
.
แต่งานต้องไปต่อ Rudy Giuliani นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กในขณะนั้น ขึ้นเวทีร่วมกับ Bill Gates โดย Gates หวังให้การเปิดตัวครั้งใหญ่นี้เป็นหลักฐานยืนยันว่า
.
“นิวยอร์กกลับมาแล้ว และพร้อมเปิดรับธุรกิจ”
.
นอกจากนี้ยังมีคอนเสิร์ตฟรีช่วงพักกลางวันที่ Bryant Park ซึ่งแสดงโดย Sting ตามมาด้วยการเทกโอเวอร์พื้นที่ Times Square ในขณะเดียวกัน ร้านค้าปลีกอย่าง CompUSA , Circuit City และ Best Buy ก็เปิดทำการในเวลาเที่ยงคืน เพื่อให้เหล่าผู้หลงใหลในเทคโนโลยีได้จับจอง Windows XP เวอร์ชันใหม่ล่าสุดก่อนใคร
.
ในการนำเสนอช่วงเปิดตัว Gates กล่าวว่าการเปิดตัว Windows XP เป็นตัวแทนของการสิ้นสุดยุค MS-DOS ซึ่งเป็นรากฐานของ Windows มานานหลายปี จนมาในยุค Windows Me ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องความยุ่งยาก (จำกัดการเข้าใช้งาน DOS-mode จนลงโปรแกรมแทบไม่ได้..) จึงน่าจะเป็นเหตุให้ Microsoft รื้อระบบปฏิบัติการใหม่ จนออกมาเป็น Windows XP ที่ไม่ได้ใช้ MS-DOS เป็นพื้นฐานอีกต่อไป
.
ด้วยเหตุนี้ Windows XP จึงได้รับการยกย่องอย่างดีในด้านความเสถียร ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย (หลังจากผ่านช่วงปัญหาขลุกขลักในตอนเริ่มต้นไปแล้ว) และหน้าตา UI แบบใหม่ของมัน ยังถูกเคลมว่าช่วยให้ทำงานต่าง ๆ สำเร็จได้ง่ายขึ้นถึง 25% อีกด้วย..มันดูสบายตาจริง ๆ นะในยุคนั้น
.
ฟีเจอร์บางอย่างของ Windows XP ที่เป็นที่พูดถึงอย่างมาก ก็มีทั้งการรองรับ USB แบบ plug-and-play ที่ทำงานได้จริง , ซอฟต์แวร์เขียนแผ่น CD ในตัว , และการรองรับ ClearType (ตัวช่วยปรับแต่งความคมชัดของฟอนต์บนหน้าจอ LCD และ LED) ในช่วงเวลาที่จอ LCD รุ่นใหม่เริ่มเข้ามาแทนที่จอ CRT ที่เคย "เกะกะ" โต๊ะทำงานใครหลายคน
.
แต่แล้วก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยน หลังการมาของ Windows Vista ระบบปฏิบัติการภารต่อของ Windows XP ที่ชูโรงเรื่องความสวยงามของ UI และฟีเจอร์ Widget ส่วนเสริมในตำนาน
.
ทว่า Windows Vista กลับไปได้ไม่สวยนัก ด้วยระบบที่กินสเปกและเต็มไปด้วยบั๊ก จากนั้นก็มีเรื่องตลกร้ายสำหรับ Microsoft หลังคนไม่อยากใช้ Windows Vista ทาง Microsoft ก็ต้องยืดการสนับสนุน Windows XP ต่อไปอีก
.
ยืดจนผู้ใช้จำนวนมาก ยอมข้ามจาก Windows XP ไปเป็น "Windows 7" แทนเลย เมิน Vista ไปแบบไม่ใยดี
.
ด้วยเหตุนี้ Windows XP จึงกลายเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับการสนับสนุนยาวนานเกือบ 13 ปี ซึ่งยาวนานกว่า "Windows 10" ถึงสองปีด้วย แถมมีการปล่อย Service Pack (SP) ออกมาถึง 3 รุ่น จึงไม่แปลกเลยที่ Windows XP จะครองใจผู้ใช้ทั่วโลกกว่าทตวรรษ...หรือจนถึงทุกวันนี้ก็ตาม
.
ที่มา : Techhub
ครบรอบ 25 ปี เจาะตำนาน Window XP ตัวแทนสิ้นสุด ยุค MS-DOS