เมื่อชีวิตมาในจุดที่ว่างเปล่า เหมือนหายใจทิ้งไปวันๆ
เหมือนความรู้สึกทุกอย่างเริ่มหนักขึ้น
และนี่ก็เป็นอีกคืน ที่จะข่มตานอนยังไงก็ไม่หลับ
เปิดเพลงและเพิ่มเสียงสุดลำโพง ให้ดังที่สุดเท่าที่จะดังได้
อย่างน้อยก็คงจะช่วยกลบความคิดที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตแล้วได้บ้าง
เพราะตอนนี้ก็ยังใช้ชีวิตโดยปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างนั้น ทำทุกอย่างตามรูทีนเดิม
แม้ความรู้สึกจะไม่เดิม
เรียกว่าเศร้าก็ไม่เต็มปาก เครียดก็ยังไม่ใช่ บอกไม่ถูกเหมือนกัน่
แค่รู้สึกว่าทุกอย่างตอนนี้มันหนักหน่วง ว่างเปล่า แต่เจ็บลึกๆในใจ
และทนฝืนไปไม่ไหวอีกแล้ว
ร่างกาย สุขภาพส่งสัญญาณเตือน
ยัดของกินเข้าปากทุกๆ2ชม. ทั้งที่ไม่หิวเลย
กินไปทั้งๆที่ไม่อยากกิน ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
ทำไมตัวเองถึงพยามจะกิน อาจเป็นเพราะ
อยากจะทำอะไรสักอย่าง อย่างน้อยแค่ได้เคี้ยวหรือขยับร่างกายบ้างก็ดี
แค่พูดว่าเหนื่อยยังพูดไม่ออก แรงร้องไห้ก็ไม่มีหรอก
พยามจะออกไปใช้ชีวิตแล้ว เพราะเบื่อเหมือนกันที่ต้องหมกตัวอยู่ในห้องคนเดียวทุกวันอย่างงี้
พอออกไปแล้วดันรู้สึกอยากกลับห้องสะงั้น
ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด แถมมีอาการแปลกๆติดตัวอีก เวลาพบเจอคนมากๆก็จะปวดหัวและล้ามาก
แถมดันรู้สึกเศร้าสะงั้น ที่เดินท่ามกลางผู้คนมากมาย
แค่รู้สึกเศร้าตอนที่กลับมามองตัวเอง เรานี่โดดเดี่ยวมากเลยเนอะ แต่ก็ได้แต่ชั่งมัน
กลับถึงห้องมา ก็รู้สึกแล้วว่า ตัวเรานี่ถ้าให้เข้าสังคมหรือออกไปใช้ชีวิตเยอะๆนี่ก็ลำบากเหมือนกันนะ
ไม่ใช่ไม่ชอบ จริงๆก็ชอบนั้นแหละที่ได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนบ้าง
แต่ก็ไม่รู้จะจัดการไอความรู้สึกโดดเดี่ยวตลอดเวลาของตัวเองยังไง
ความรู้สึกตอนนี้คงจะมาจากผลกระทบที่เก็บทุกอย่างไว้คนเดียวแหละ
เวลาเหนื่อย เศร้าเจอเรื่องแย่ๆ บางครั้งก็อยากจะมีที่พักพิงบ้าง อยากอ่อนแอบ้าง
แต่ยากมากเลยสำหรับเรา ถึงแม้จะเคยมีคนที่บอกว่าจะคอยเป็นที่พักพิงให้เสมอ
แต่เราก็ไม่กล้าพอที่จะเปิดใจหรือแสดงด้านที่อ่อนแอให้เขาเห็น ไม่กล้าพอที่จะพูดหรือระบายทุกอย่าง
เพราะไม่อยากจะให้เขาต้องมาแบกรับความรู้สึกนั้น
เอาเป็นว่า…จะพยามใช้ชีวิตให้ดีต่อไปละกัน
ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต