JJNY : 5in1 เท้งห่วงไทยไร้แผน│เท้งป้อง‘ไอซ์’แชร์สลิปเก๊│เท้งยันยื่น ม.152 หรือไม่│บางกระเจ็ดผวาน้ำพิษ│เตือนชาวอเมริกัน

กระทู้ข่าว
เท้ง ห่วงไทยไร้แผนรับมือวิกฤต จี้ ยกระดับเทียบตปท. ชี้ปชช.แทงสวนนายกฯ สะท้อนวิกฤตเชื่อมั่น
https://www.matichon.co.th/politics/news_5954768
.
.
‘เท้ง’ ห่วงไทยไร้แผนรับมือวิกฤต จี้ ‘รัฐบาล’ ยกระดับมาตรฐานความพร้อมเทียบต่างประเทศ มอง ปชช. แทงสวนคำพูด ‘นายกฯ’ สะท้อนวิกฤตความเชื่อมั่น
.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 ตุลาคม ที่อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ 33 ประเทศเตือนประชาชนให้กักตุนอาหารและเสบียง ว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำแผนและความชัดเจน รัฐบาลทราบว่าประเทศอังกฤษ กลุ่มประเทศนอร์ดิก และญี่ปุ่นได้ประกาศให้ประชาชนเตรียมความพร้อมในกรอบเวลา 72 ชั่วโมง ซึ่งไม่ใช่ข้อกังวลเฉพาะเรื่องสงครามโลก แต่ยังมีภัยคุกคามใหม่ๆ เช่น วิกฤตสิ่งแวดล้อม วิกฤตด้านภัยพิบัติ สิ่งที่เราอยากเห็นคือความพร้อมจากภาครัฐ และการที่ประชาชนรู้ว่าจะต้องปฏิบัติตนอย่างไรในสถานการณ์วิกฤต
.
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่อยากเห็นคือทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติเช่นปัญหาอุทกภัย กลายเป็นว่าประชาชนต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินในทุกปีเรื่อยไป เราไม่ได้บอกว่าจะเกิดวิกฤตอย่างสงครามโลก แต่การเตรียมความพร้อมต่อภัยคุกคามใหม่ๆ เป็นสิ่งสำคัญที่ภาครัฐควรจะกระทำได้ดีกว่านี้
.
เมื่อถามว่า แล้วตอนนี้รัฐบาลมีการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยต่างๆ แล้วหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เราเห็นปัญหาน้ำท่วม ปัญหาสารพิษ และปัญหาหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น แล้วสุดท้ายประชาชนเอาตัวรอด เราเห็นน้อยมากที่หน่วยงานรัฐทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเข้ามาช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ถามว่ามีความพร้อมหรือไม่ ณ ตอนนี้ เชื่อว่าประชาชนทุกคนพร้อม แต่ภาครัฐและฝั่งรัฐบาลจะมีแผนรับมือ แผนเผชิญเหตุ และกลไกต่างๆ ที่มีความพร้อมอย่างไร ต้องช่วยกันสื่อเราต้องช่วยกันสื่อสาร ยกระดับให้ประเทศไทยมีมาตรฐานที่ดีไม่ต่างจากต่างประเทศ
.
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีเมื่อพูดอะไรออกมาประชาชนแทงสวนตลอดนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า อาจจะเป็นเพราะประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อนายกรัฐมนตรี ตนคงไปตอบแทนประชาชนไม่ได้ว่าทำไมจึงสื่อสารเช่นนั้น
.

.
เท้ง ป้อง ‘ไอซ์ รักชนก’ แชร์สลิปเก๊ แค่ตรวจสอบ บอกไม่อยากเห็นนายกฯฟ้องปิดปาก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5954779
.
‘เท้ง’ ป้อง ‘ไอซ์’ แชร์โพสต์สลิปปลอมเพจ godd dam แค่ตรวจสอบข้อเท็จจริง บอกไม่อยากเห็น ‘นายกฯ’ ฟ้องปิดปาก แม้เป็นสิทธิ์สามารถทำได้
.
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 ตุลาคม ที่อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกรัฐมนตรีแจ้งความเอาผิด น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หลังแชร์สลิปการโอนเงินปลอมเข้าบัญชีนายกรัฐมนตรี จากเพจ godd dam พรรคจะมีแนวทางช่วยเหลืออย่างไร ว่า มีทีมกฎหมายของพรรคที่คอยช่วยเหลืออยู่แล้ว ส่วนตัวไม่มีข้อกังวลใจอะไร แต่หากจะฝากถึงประเด็นนี้คือ คนที่เป็นนักการเมืองย่อมรู้อยู่แล้วว่า เมื่อดำรงตำแหน่งทางการเมือง บุคคลสาธารณะย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ และการตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านเป็นเรื่องปกติ จึงไม่อยากเห็นการดำเนินคดีที่พยายามใช้การปิดปาก แม้จะเป็นสิทธิ์ของนายกรัฐมนตรี
.
เมื่อถามถึง กรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าข้อความที่แชร์ไม่ใช่ในลักษณะของการตรวจสอบข้อเท็จจริง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตัวข้อความที่ตนเห็น น.ส.รักชนก น่าจะมีความระมัดระวังระดับหนึ่ง แต่ตนอาจจะบอกล่วงหน้าไม่ได้ว่า คนนี้เป็นคนตัดสินว่าผิดจริง เพราะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม จึงขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
.
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการพูดคุยกับ น.ส.รักชนก ให้ระมัดระวังในการแชร์ข้อความหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มีการพูดคุยต่อเนื่อง และกรณีล่าสุดก็พูดคุยกันแล้ว
.
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ที่ผ่านมาระบอบสีน้ำเงินพยายามฟ้องร้องเอาผิดฝ่ายค้านมาโดยตลอด นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เป็นสิ่งหนึ่งที่เราพยายามผลักดันมาตลอด เพราะไม่อยากเห็นกระบวนการฟ้องปิดปาก เช่น กฎหมาย Anti-SLAPP ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับวิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เพื่อจัดคิวมาพิจารณาก่อน
.

.
เท้ง ยันยื่น ม.152 หรือไม่ อยู่ที่ท่าทีรัฐบาล โวยิ่งยืดเวลาซักฟอก ยิ่งทำฝ่ายค้านข้อมูลแน่น
https://www.matichon.co.th/politics/news_5954799
.
‘เท้ง’ กั๊กตอบปมยื่น 152 ลั่น ขอดูท่าที ‘รัฐบาล’ ก่อน โว เคาะวันซักฟอก 7-11 ธ.ค. ยิ่งทำข้อมูลแน่น ยัน ’ฝ่ายค้าน‘ พร้อมทุกสัปดาห์ บอก ขอไม่โต้กลับคำพูด ’นายกฯ‘ เหตุเป็นความเห็นที่ไม่มีอะไรที่ต้องการสื่อสาร ลุย ขับเคลื่อนกฎหมาย-งบปี 71
.
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ที่อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ควบคู่กับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจมาตรา 151 ว่า เป็นช่องทางและเป็นสิทธิที่ฝ่ายค้านสามารถทำได้ แต่จะยื่นหรือไม่ยื่นอย่างไรไม่สำคัญไปกว่าการที่รัฐบาลมีความพร้อมมากแค่ไหนในการชี้แจง
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนจะยื่นหรือไม่ยื่นนั้น ขอดูท่าทีของรัฐบาลและการพูดคุยของวิปฝ่ายค้านก่อน ซึ่งล่าสุดข้อตกลงวิป 3 ฝ่ายคืออภิปรายตามมาตรา 151 ในช่วงวันที่ 7-11 ธันวาคม การที่รัฐบาลจะเคารพกลไกสภาไม่จำเป็นที่จะต้องรอในเวทีซักฟอก การตอบกระทู้ถามสด หรือการชี้แจงกรรมาธิการ ถือเป็นเวทีที่สำคัญ
.
เมื่อถามว่า มองว่าการยืดเวลาวันที่ 7-11 ธันวาคม จะทำให้ฝ่ายค้านเสียเปรียบหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มุมหนึ่งตนมองว่าจะทำให้ข้อมูลการซักฟอกแน่นหนามากขึ้น ยิ่งทอดเวลาออกไปยิ่งมีเวลามากขึ้น
.
เมื่อถามถึง กรณีที่นายกรัฐมนตรีสวนกลับว่าใครกันแน่ที่ไม่พร้อมเกี่ยวกับกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนได้ตอบเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว ตั้งแต่วิป 3 ฝ่ายตกลงกันไม่ได้ และฝ่ายค้านขอขยับเวลาออกไป 1 สัปดาห์ จากช่วงที่ตกลงกันขณะนั้น ฝ่ายค้านก็พร้อมทุกสัปดาห์ ซึ่งหากตารางเวลาของนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงวันเสาร์อาทิตย์ได้ ก็ยังเชื่อว่าการอภิปรายจะสามารถเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนได้ แต่เมื่อมีการตกลงเป็นช่วงต้นเดือนธันวาคมก็ต้องเป็นไปตามนั้น ซึ่งตนไม่ได้มองว่าเป็นโต้กันไปมาว่าใครพร้อมหรือไม่พร้อม เพราะบอกทุกครั้งว่าฝ่ายค้านมีความพร้อมในการทำหน้าที่
.
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าเป็นการสาดโคลน เป็นการพูดดีเข้าตัว พูดชั่วให้คนอื่น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนได้เห็นการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี และตั้งใจจะไม่ตอบโต้ในประเด็นนี้ เพราะการให้ความเห็นของนายกฯ ขณะนั้นไม่ได้มี อะไรที่ต้องการสื่อสาร แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามก็ต้องตอบ ทั้งนี้ คนที่เป็นคนตัดสินนักการเมืองก็คือประชาชน ที่ติดตามการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1 เดือนก่อนที่จะถึงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 นั้น ยังมีอีกหลายประเด็นที่ฝ่ายค้านต้องการขับเคลื่อนในสภาฯ แต่อาจจะมีการเจรจาระหว่างวิป 2 ฝ่ายเพื่อให้เลื่อนกฎหมายที่มีความสำคัญขึ้นมาพิจารณาก่อน เช่น กฎหมายฟ้องปิดปาก และฉบับอื่นๆ
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันมีอีกเรื่องที่สำคัญคือกระบวนการงบประมาณพ.ศ.2571 ที่จะเป็นปีแรกที่สำนักงบประมาณจะใช้วิธี pre-budget consultation หรือกระบวนรับฟังความเห็นก่อนเริ่มทำคำของบประมาณ หรือกลไกการยื่นญัตติในสภาฯ ให้รัฐบาลรับฟังเสียงของ สส. ซึ่งตนหวังว่าประธานสภาฯ จะบรรจุญัตติให้ตรงกับช่วงเวลานั้น และที่ได้รับทราบมากระบวนการ pre-budget consultation จะเข้าวันที่ 5 พฤศจิกายน
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังมีญัตติด่วนที่พรรคประชาชนได้ยื่นไปแล้วคือขอให้สภาฯ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขกฎหมาย 4 กองทุน ซึ่งเรามองว่าจากการฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านทั้งเครือข่ายภาคประชาสังคมกับสื่อมวลชนอย่างไทยพีบีเอส ไม่ได้เห็นต่างเรื่องความโปร่งใสของกองทุน แต่จะต้องไปดูว่าการทำให้กองทุนมีธรรมาภิบาลที่ดี จะทำอย่างไรโดยที่ไม่ต้องแก้กฎหมายยกเลิก เช่น การใช้กลไกของกรรมาธิการวิสามัญ หารือทุกภาคส่วนให้ตกผลึก ก่อนเป็นร่างกฎหมาย เชื่อว่าจะทำให้มีความรอบคอบมากยิ่งขึ้น
.

.
ชาวบางกระเจ็ด ผวาน้ำพิษ ไหลจากปราจีน ดำคล้ำเน่ารุนแรง ไร้ประปา ไม่มีน้ำอาบ ชีวิตระทม
https://www.matichon.co.th/region/news_5954589
.
ทุกข์ชาวบ้านบางกระเจ็ด ผวาน้ำพิษบุกมาถึง สัมผัสแล้วคัน ทำไม่มีน้ำอาบ  
.
ผวาน้ำพิษจากปราจีนฯ บุกมาถึง หลังสัมผัสแล้วคันไม่มีน้ำอาบทุกข์ชาวบ้านบางกระเจ็ด คนริมชายแดนใกล้เขตรอยต่อจังหวัด หลังมวลน้ำจากตอนบนไหลลงมาท่วมขังแช่อยู่ในพื้นที่มาอย่างยาวนานนับเดือน ก่อนเปลี่ยนเป็นสีดำข้นเน่าเสีย ระบุทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน
.
วันที่ 30 ตุลาคม  นายประสิทธิ์ ลบยุทธ อายุ 73 ปี ชาว ต.บางกระเจ็ด อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวเปิดเผย ว่า หลังน้ำท่วมในพื้นที่มานานกว่า 1 เดือน และปัจจุบันได้เปลี่ยนกลายมาเป็นสีดำอย่างเข้มข้นขึ้นไปในทุกขณะ และยังส่งกลิ่นเน่าเสีย ทำให้ในเวลานี้ไม่มีน้ำจะอาบ เพราะระบบประปาหมู่บ้านยังจมอยู่ที่ใต้น้ำที่มีสีดำสนิท จนชาวบ้านไม่กล้าที่จะลงไปสัมผัส หรือต่อท่อนำน้ำขึ้นมาใช้
.
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า โดยเมื่อสัมผัสถูกผิวหนังแล้วทำให้รู้สึกระคายเคืองที่ผิวหนัง จากอาการคันที่เกิดขึ้น โดยยังไม่มีใครทราบว่าเป็นมวลน้ำที่มาจากขยะพิษหรือกากอุตสาหกรรมจากแหล่งต้นน้ำใน จ.ปราจีนบุรี  หรือไม่ เนื่องจาก ต.บางกระเจ็ด แห่งนี้เป็นพื้นที่ติดกันกับ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี และน้ำจากทางปราจีนยังได้ไหลลงเข้ามาท่วมอยู่ตลอดเวลานานนับเดือนแล้ว จากช่วงก่อนหน้าระดับสูงถึงเกือบ 2 เมตร สูงจนเกือบถึงแผ่นกระดานพื้นบ้านที่ยกสูงถึง 2 ชั้น ขาดอีกเพียงแค่ 15 ซม.จนแทบจะอยู่กันไม่ได้หากมีรถขับผ่านมาบนถนน
.
แม้ปัจจุบันระดับน้ำจะลดลงไปแล้ว แต่น้ำในแม่น้ำบางปะกงก็ยังดันขึ้นสูงและไหลเข้ามาเติมให้อยู่เป็นระยะ คาดว่าอีก 20 วันก็อาจจะยังไม่ลดแห้งลงไป ชาวบ้านจะสูบระบายออกไปจากบริเวณบ้านก็ยังทำไม่ได้ ขณะที่น้ำใน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ซึ่งอยู่ติดกันยังคงมีน้ำท่วมสูงอยู่เต็มพื้นที่ ความเดือดร้อนในเวลานี้ คือ เรื่องน้ำกินน้ำใช้ และน้ำอาบ ที่ยังใช้น้ำประปาไม่ได้ จึงต้องซื้อน้ำขวดแบบถังใหญ่มาใช้ชำระล้างอาบกันในเวลานี้
.
นายประสิทธิ์  กล่าวว่า สำหรับการประกอบอาชีพปลูกผักขายนั้น ตอนนี้ยังทำไม่ได้เพราะพื้นที่ยังถูกน้ำท่วม ส่วนความเสียหายนั้นขณะนี้ยังไม่ได้รวบรวมและยังนึกไม่ออกว่ามีอะไรลอยหายไปกับน้ำบ้าง เพราะน้ำไหลเข้ามาเร็วและแรง จึงอยากบอกไปถึงยังรัฐบาลว่า ขอให้ดูแลประชาชนให้ทั่วถึงเหมือนกันทั้งหมดอย่าให้มีใครตกหล่น ส่วนเงินเยียวยาช่วยเหลือน้ำท่วมนั้น ยังไม่ทราบว่าได้รับหรือยัง เพราะตนไม่มีโทรศัพท์มือถือและยังไม่ได้มีเวลาเดินทางไปตรวจสอบจากทางธนาคาร แต่มีเพื่อนบ้านที่เดินทางไปลงทะเบียนด้วยกันเมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค.69 นั้นได้รับมาแล้ว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่