คนที่ยืนอยู่ปลายเตียง
เมย์เป็นพนักงานโรงงานที่ต้องเช่าห้องพักอยู่คนเดียวในต่างจังหวัด
ห้องของเธออยู่ชั้นสี่สุดทางเดิน เป็นห้องที่ราคาถูกที่สุดในอาคาร เพราะไม่มีใครอยากเช่า
คืนแรกไม่มีอะไรผิดปกติ
แต่คืนที่สอง เธอตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะรู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องมอง
เมื่อเปิดตาขึ้น เธอเห็นเงาคนยืนอยู่ตรงปลายเตียง
เป็นผู้หญิงผมยาว สวมชุดนอนสีขาว ยืนนิ่งโดยไม่ขยับ
เมย์ตกใจจนรีบเปิดไฟ
แต่เมื่อไฟสว่างขึ้น เงานั้นก็หายไป
เธอพยายามปลอบใจตัวเองว่าอาจเป็นเพียงเงาจากเสื้อผ้าที่แขวนอยู่
คืนต่อมา เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นอีก
คราวนี้ผู้หญิงคนนั้นยืนใกล้เตียงกว่าเดิม
เมย์รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป แต่เมื่อกดถ่าย ภาพที่ได้กลับเป็นห้องว่างเปล่า
เธอเริ่มนอนไม่หลับและโทรหาเพื่อนให้มาค้างด้วย
เพื่อนของเธอมาถึงช่วงเย็นและช่วยตรวจดูห้องทุกซอกทุกมุม
ก่อนกลับ เพื่อนสังเกตเห็นรอยขีดเขียนอยู่หลังตู้เสื้อผ้า
เป็นข้อความสั้น ๆ ว่า
“อย่านอนหันหลังให้กระจก”
เมย์ขนลุกทันที เพราะเตียงของเธอตั้งอยู่ตรงข้ามกระจกบานใหญ่พอดี
เธอจึงเอาผ้ามาคลุมกระจกไว้
คืนนั้นเธอคิดว่าจะปลอดภัย
แต่เวลาตีสาม เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เป็นสายจากหมายเลขห้องของเธอเอง
เมย์รับสายด้วยความสงสัย
เสียงผู้หญิงกระซิบว่า
“อย่าหันไปมองปลายเตียงนะ”
เมย์ตัวแข็งทื่อ
“คุณเป็นใคร”
เสียงนั้นตอบกลับว่า
“ฉันคือคนที่นอนอยู่บนเตียงของเธอ”
เมย์ค่อย ๆ หันไปมอง
และพบว่ามีผู้หญิงผมยาวนอนอยู่ข้าง ๆ เธอ
ผู้หญิงคนนั้นมีใบหน้าเหมือนเมย์ทุกอย่าง
เธอยิ้มก่อนจะกระซิบว่า
“ถึงตาเธอไปยืนแล้ว”
ไฟในห้องดับลงทันที
เช้าวันต่อมา เพื่อนของเมย์โทรหาเธอหลายครั้งแต่ไม่มีคนรับ
เมื่อไปถึงห้องก็พบว่าประตูล็อกจากด้านใน
เจ้าของห้องพักใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไป
ภายในห้องไม่มีใครอยู่
มีเพียงโทรศัพท์วางอยู่บนเตียง และผ้าคลุมกระจกตกอยู่บนพื้น
เมื่อเพื่อนเปิดดูภาพถ่ายในโทรศัพท์ ก็พบภาพหนึ่งที่ถูกถ่ายเมื่อเวลา 03.03 น.
ในภาพมีผู้หญิงสองคน
คนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง
อีกคนยืนอยู่ปลายเตียง
ทั้งสองคนมีใบหน้าเหมือนกันทุกประการ
หลังจากนั้นเพื่อนจึงไปถามเจ้าของหอพักถึงประวัติห้อง
เจ้าของหอพักเล่าว่า เมื่อหลายปีก่อนเคยมีหญิงสาวคนหนึ่งเสียชีวิตในห้องนี้ เธอชอบยืนมองตัวเองในกระจกก่อนนอนทุกคืน
คืนหนึ่งเธอพบว่าภาพสะท้อนในกระจกไม่ขยับตามตัวเอง
หลังจากนั้นเธอก็เริ่มกลัวกระจก และมักบอกคนอื่นว่า
“มีคนอีกคนอยู่ในห้อง”
จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอหายตัวไป
ไม่มีใครพบศพ และไม่มีใครรู้ว่าเธอออกจากห้องไปได้อย่างไร
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดเกิดขึ้นหลังจากเพื่อนของเมย์กลับออกจากห้อง
กล้องวงจรปิดหน้าหอพักบันทึกภาพผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกจากอาคารในเวลา 03.03 น.
เธอสวมชุดพนักงานโรงงานและถือกระเป๋าสะพาย
ใบหน้าของเธอเหมือนเมย์ทุกประการ
ก่อนออกจากประตู เธอหยุดเดิน หันมามองกล้อง แล้วพูดเบา ๆ ว่า
“คืนนี้... ฉันไม่ต้องยืนปลายเตียงแล้ว”
คนที่ยืนอยู่ปลายเตียง
เมย์เป็นพนักงานโรงงานที่ต้องเช่าห้องพักอยู่คนเดียวในต่างจังหวัด
ห้องของเธออยู่ชั้นสี่สุดทางเดิน เป็นห้องที่ราคาถูกที่สุดในอาคาร เพราะไม่มีใครอยากเช่า
คืนแรกไม่มีอะไรผิดปกติ
แต่คืนที่สอง เธอตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะรู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องมอง
เมื่อเปิดตาขึ้น เธอเห็นเงาคนยืนอยู่ตรงปลายเตียง
เป็นผู้หญิงผมยาว สวมชุดนอนสีขาว ยืนนิ่งโดยไม่ขยับ
เมย์ตกใจจนรีบเปิดไฟ
แต่เมื่อไฟสว่างขึ้น เงานั้นก็หายไป
เธอพยายามปลอบใจตัวเองว่าอาจเป็นเพียงเงาจากเสื้อผ้าที่แขวนอยู่
คืนต่อมา เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นอีก
คราวนี้ผู้หญิงคนนั้นยืนใกล้เตียงกว่าเดิม
เมย์รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป แต่เมื่อกดถ่าย ภาพที่ได้กลับเป็นห้องว่างเปล่า
เธอเริ่มนอนไม่หลับและโทรหาเพื่อนให้มาค้างด้วย
เพื่อนของเธอมาถึงช่วงเย็นและช่วยตรวจดูห้องทุกซอกทุกมุม
ก่อนกลับ เพื่อนสังเกตเห็นรอยขีดเขียนอยู่หลังตู้เสื้อผ้า
เป็นข้อความสั้น ๆ ว่า
“อย่านอนหันหลังให้กระจก”
เมย์ขนลุกทันที เพราะเตียงของเธอตั้งอยู่ตรงข้ามกระจกบานใหญ่พอดี
เธอจึงเอาผ้ามาคลุมกระจกไว้
คืนนั้นเธอคิดว่าจะปลอดภัย
แต่เวลาตีสาม เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เป็นสายจากหมายเลขห้องของเธอเอง
เมย์รับสายด้วยความสงสัย
เสียงผู้หญิงกระซิบว่า
“อย่าหันไปมองปลายเตียงนะ”
เมย์ตัวแข็งทื่อ
“คุณเป็นใคร”
เสียงนั้นตอบกลับว่า
“ฉันคือคนที่นอนอยู่บนเตียงของเธอ”
เมย์ค่อย ๆ หันไปมอง
และพบว่ามีผู้หญิงผมยาวนอนอยู่ข้าง ๆ เธอ
ผู้หญิงคนนั้นมีใบหน้าเหมือนเมย์ทุกอย่าง
เธอยิ้มก่อนจะกระซิบว่า
“ถึงตาเธอไปยืนแล้ว”
ไฟในห้องดับลงทันที
เช้าวันต่อมา เพื่อนของเมย์โทรหาเธอหลายครั้งแต่ไม่มีคนรับ
เมื่อไปถึงห้องก็พบว่าประตูล็อกจากด้านใน
เจ้าของห้องพักใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไป
ภายในห้องไม่มีใครอยู่
มีเพียงโทรศัพท์วางอยู่บนเตียง และผ้าคลุมกระจกตกอยู่บนพื้น
เมื่อเพื่อนเปิดดูภาพถ่ายในโทรศัพท์ ก็พบภาพหนึ่งที่ถูกถ่ายเมื่อเวลา 03.03 น.
ในภาพมีผู้หญิงสองคน
คนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง
อีกคนยืนอยู่ปลายเตียง
ทั้งสองคนมีใบหน้าเหมือนกันทุกประการ
หลังจากนั้นเพื่อนจึงไปถามเจ้าของหอพักถึงประวัติห้อง
เจ้าของหอพักเล่าว่า เมื่อหลายปีก่อนเคยมีหญิงสาวคนหนึ่งเสียชีวิตในห้องนี้ เธอชอบยืนมองตัวเองในกระจกก่อนนอนทุกคืน
คืนหนึ่งเธอพบว่าภาพสะท้อนในกระจกไม่ขยับตามตัวเอง
หลังจากนั้นเธอก็เริ่มกลัวกระจก และมักบอกคนอื่นว่า
“มีคนอีกคนอยู่ในห้อง”
จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอหายตัวไป
ไม่มีใครพบศพ และไม่มีใครรู้ว่าเธอออกจากห้องไปได้อย่างไร
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดเกิดขึ้นหลังจากเพื่อนของเมย์กลับออกจากห้อง
กล้องวงจรปิดหน้าหอพักบันทึกภาพผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกจากอาคารในเวลา 03.03 น.
เธอสวมชุดพนักงานโรงงานและถือกระเป๋าสะพาย
ใบหน้าของเธอเหมือนเมย์ทุกประการ
ก่อนออกจากประตู เธอหยุดเดิน หันมามองกล้อง แล้วพูดเบา ๆ ว่า
“คืนนี้... ฉันไม่ต้องยืนปลายเตียงแล้ว”