จากก๊อกน้ำรั่ว​ สู่ตู้ปลาสวยงาม

บทเรียนเรื่องการแก้ปัญหา ที่มากกว่าการทำให้ปัญหาหมดไป

ภาพนี้มีเบื้องหลังของมันครับ

เรื่องเกิดขึ้นระหว่างการทำ Workshop วิชาหนึ่ง ซึ่งผมเป็นผู้สอน และใช้บ้านของผมเป็นสถานที่จัดกิจกรรม

วันหนึ่ง มีลูกศิษย์มาเยี่ยมบ้าน ระหว่างเดินดูบริเวณบ้าน เขาสังเกตเห็นก๊อกน้ำตัวหนึ่งที่อยู่ภายในบ้านมีน้ำรั่ว หยดลงพื้นเป็นจังหวะ

ติ๊ง…ติ๊ง…ติ๊ง…

ผมจึงบอกลูกศิษย์ว่า

“เห็นไหม ก๊อกน้ำมันรั่ว #อาจารย์กำลังหาสาเหตุอยู่ว่ามันรั่วจากจุดไหนของท่อ กำลังหาทางแก้ไขอยู่”

สัปดาห์ต่อมา ลูกศิษย์กลับมาทำ Workshop อีกครั้ง

คราวนี้เขาพบความเปลี่ยนแปลงบริเวณก๊อกน้ำตัวเดิม

มีกะละมังวางรองน้ำอยู่ด้านล่าง และมีผ้าขี้ริ้วพันอยู่บริเวณก๊อก เพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นหรือหยดลงพื้น

ผมจึงบอกว่า

“อาจารย์ยังหาสาเหตุไม่เจอเลย แต่ระหว่างนี้ก็ใช้อันนี้ไปก่อน จะได้ไม่ต้องปล่อยให้น้ำหยดลงพื้น ถือว่าเป็น Interim Solution ไปก่อน เดี๋ยวอาจารย์จะหาสาเหตุต่อ”

ลูกศิษย์พยักหน้า แล้วพูดทำนองว่า

“เออ…อาจารย์นี่เจ๋งว่ะ”

อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ลูกศิษย์กลับมาที่บ้านอีกครั้ง เพราะ Workshop ยังไม่เสร็จ

แต่คราวนี้เขาต้องประหลาดใจ

เพราะบริเวณก๊อกน้ำตัวเดิม มีตู้ปลาสวยงามตั้งอยู่แทนที่กะละมังใบเดิม สายยางเส้นสั้น ๆ ต่อจากก๊อกน้ำ แล้วปล่อยน้ำลงไปในตู้ปลา

ภายในตู้มีปลาสวยงามแหวกว่ายไปมา ด้านบนตู้ยังมีเครื่องเต้นและมีเสียงเพลงประกอบอีกด้วย

จากก๊อกน้ำที่เคยสร้างความรำคาญ กลายเป็นส่วนหนึ่งของมุมสวยงามภายในบ้าน

นี่คือสิ่งที่ผมต้องการสื่อให้ลูกศิษย์เห็น

#การแก้ปัญหาไม่ได้มีเพียงวิธีเดียว

ในทางการแก้ปัญหา เราอาจต้องใช้วิธีการที่แตกต่างกันตามสถานการณ์และข้อจำกัดที่มีอยู่

1. Permanent Solution — การแก้ไขปัญหาถาวร

#คือการค้นหาสาเหตุที่แท้จริง แล้วแก้ไขที่ต้นเหตุ เพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำ

ในกรณีนี้ก็คือการหาว่าท่อหรืออุปกรณ์ส่วนใดเป็นสาเหตุของน้ำรั่ว แล้วซ่อมแซมให้เรียบร้อย

2. Interim Solution — การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าชั่วคราว

ในระหว่างที่ยังหาสาเหตุไม่พบ หรือยังไม่สามารถแก้ไขที่ต้นเหตุได้ เราก็ต้องหาวิธีควบคุมผลกระทบที่เกิดขึ้นก่อน

ผ้าขี้ริ้วและกะละมังคือคำตอบในช่วงเวลานั้น

แม้ปัญหาจะยังไม่หมดไป แต่อย่างน้อยก็ไม่ปล่อยให้เกิดความเสียหายหรือความเดือดร้อนต่อไป

3. Adaptive Solution — การปรับตัวเพื่ออยู่กับปัญหา

บางครั้งเราอาจยังไม่สามารถกำจัดปัญหาได้ หรืออาจต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะจัดการกับต้นเหตุได้

เราจึงอาจต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีใช้ชีวิต หรือสภาพแวดล้อม เพื่อให้สามารถอยู่กับสภาพปัญหานั้นได้อย่างเหมาะสม

กรณีของผมก็คือการนำตู้ปลามาตั้ง แล้วใช้สายยางนำน้ำที่รั่วลงไปในตู้ปลา

น้ำที่เคยเป็นปัญหา กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ประโยชน์

ไม่ได้หมายความว่าก๊อกน้ำหายรั่ว แต่เราเปลี่ยนวิธีจัดการกับสถานการณ์นั้น

สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

ผมไม่ได้กำลังบอกว่า เมื่อมีปัญหาแล้วเราควรปล่อยให้มันอยู่ต่อไป

และไม่ได้หมายความว่า Adaptive Solution จะใช้แทน Permanent Solution ได้ทุกกรณี

แต่ต้องการให้เห็นว่า #การแก้ปัญหาที่ดีไม่จำเป็นต้องมีคำตอบแบบเดียวเสมอไป

บางสถานการณ์ต้องรีบควบคุมความเสียหายก่อน

บางสถานการณ์ต้องหาทางปรับตัวเพื่อให้ดำเนินชีวิตหรือทำงานต่อไปได้

และบางสถานการณ์ก็ต้องกลับไปจัดการที่ต้นเหตุให้ได้ในที่สุด

สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ สถานการณ์ในขณะนั้นเราควรทำอะไร เป้าหมายของเราคืออะไร และวิธีที่เลือกจะก่อให้เกิดผลกระทบอะไรตามมาบ้าง

การแก้ปัญหาไม่ใช่เพียงการทำให้ปัญหาหมดไป #แต่คือการเลือกวิธีจัดการที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเป้าหมาย

บางครั้งเราแก้ปัญหาได้
บางครั้งเราควบคุมปัญหาไว้ก่อน
และบางครั้งเราก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน

นี่คืออีกมุมหนึ่งของการคิดแก้ปัญหา

Think beyond the fixed.

— #ลุงกาญจน์ #สอนคิดไม่สอนจำ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่