เมื่ออยู่ๆ ต้องกลายเป็นคนแจ้งข่าวให้กับญาติของผู้ประสบอุบัติเหตุ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้ไปประสบการณ์พบ รถชนกัน มีผู้บาดเจ็บเป็นผู้หญิงสูงวัย นอนอยู่กลางถนน

พอผมเห็นผมก็รีบวิ่งไปดูคนเจ็บ แล้วเจอคนชนกำลังโทรหาตำรวจ แต่บอกข้อมูลอะไรไม่ถูก เหมือนคนกำลังตกใจ แกก็ยื่นโทรศัพท์มาให้ผม  ผมก็แจ้งตำแหน่งที่เกิดเหตุ ให้เจ้าหน้าที่

จากนั้นก็ไปดูอาการคนเจ็บ พร้อมถามแกว่า ปวดตรงไหนเป็นพิเศษไหม แกยังมีสติอยู่ บอกแค่ว่าไม่ได้เจ็บตรงไหนเป็นพิเศษ อาจจะเพราะแกยังชาอยู่ แต่ผมก็เห็นแผลถลอกตามแขนและขาหลายจุดเลย ในระหว่างนั้นก็มีเจ้าหน้ากู้ภัยคนนึง ขี่มอเตอร์ไซต์มาก่อนมา เช็คร่างกายและ วอ ถาม รถให้เป็นระยะพร้อมแจ้งอาการเบื้องต้นว่า

เจ้าหน้าที่ประเมินเบื้องต้นว่า  ขาอาจจะหัก
พอป้าแกได้ยินว่าขาหักก็หน้าเสียเลย พร้อมยกมือพนมไหว้ ได้ยินว่าขอให้ลูกปลอดภัย  ผมก็เลยบอก ป้าไม่เป็นหรอก ผมไม่เห็นแผลใหญ่ๆตรงไหนเลย ก็กะพูดให้สบายใจ  แล้วเจ้าหน้าที่ถามเรื่องสิทธิการรักษาป้าก็ตอบไม่ได้ จึงหาโทรศัพท์ป้าเพื่อจะโทรหาลูก
ป้าก็ใส่รหัสกดโทรออกให้  พอปลายสายรับ เจ้าหน้าที่ยื่นโทรศัพท์มาให้ผม แล้วบอกว่าให้ถามสิทธิ์ว่ามีประกันที่ไหนหรือเปล่า เพราะเค้าต้องทำอย่างอื่นต่อ
ก็เลยกลายเป็มผมที่ต้อง นึกคำพูดที่ไม่ให้คนฟังตกใจดังนี้

ผม : สวัสดีครับ ใช่ลูกของเจ้าของเบอร์นี้ไหมครับ
ปลายสาย : ใช่ ครับ
ผม :  ผมเป็นพลเมืองดีนะครับ คือว่าตอนนี้คุณแม่ประสบอุบัติเหตุนะครับ มีสติอยู่ ไม่ได้รุนแรงมา อยากจะสอบถามสิทธิการรักษาเบื้องต้นหน่อยครับ ว่ามีประกันอะไร ที่โรงพยาบาลไหนหรือเปล่าครับ
ปลายสาย : ที่ไหนครับ แล้วเค้าพูดรู้เรื่องไหม ทำไมไม่ถามเค้า แล้วเป็นหนักแค่ไหน
ผม : คุณป้าโดนรถมอเตอร์ไซต์ชนครับ ตอนนี้ยังรู้สึกตัว มีแผลถลอกเล็กน้อยตามร่างกาย แต่กำลังรอรถกู้ภัยมารับ ตอนนี้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อเช็คร่างกายส่วนอื่นอยู่ ยังบอกอาการที่ละเอียดกว่านี้ไม่ได้ครับ คุณป้าใช้สิทธิโรงพยาบาลไหนหรือเปล่าครับ
ปลายสาย : ลองถามเค้าดูก่อนนะ เค้ายังพูดได้ใช่ไหม  ถ้าติดอะไรแล้วค่อยโทรมาใหม่ แล้วก็กดวางสายไป

ผมนี่ มึนงง ทำตัวไม่ถูกว่า ว่าต้องยังไงต่อ แต่ก็แจ้งกู้ภัยไปว่าลูกเค้าไม่ทราบ
ระหว่างนั้นก็ต้องห้ามระหว่างป้ากับคนชนไม่ให้ทะเลาะกัน
เพราะมีการโต้เถียงกันเรื่องใครผิดใครถูก

พอรถกู้ภัยมาถึง ก็ทำตามขั้นตอนของเค้า แต่ผมก็ยังนั่งอยู่เพราะกางร่มบังแดดให้คนเจ็บ แล้วก็มีสายโทรศัพท์เข้ามา
เป็นจังหวะที่ผมยังถือ โทรศัพท์คุณป้าไว้ ก็กลายเป็นผมอีกที่ต้องรับสาย
ผม : สวัสดีครับ ผมรับสายแทนคุณป้านะครับ
ปลายสาย : ตอนนี้อยู่ที่ไหนกำลังจะไปหา (น้ำเสียงเหมือนตกใจกว่าครั้งแรก คิดว่าคงตั้งสติได้แล้ว)
ผม : (บอกตำแหน่งที่เกิดเหตุให้)  แต่รถกู้ภัยมาแล้วกำลังจะเอาขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาลนะครับ
ปลายสาย : แล้วไปโรงพยาบาลไหน 
ผมก็ยื่นให้เจ้าหน้าที่ให้คำตอบ

ในระหว่างการเคลียพื้นที่เก็บทรัพย์สินให้คุณป้า
ผมก็เดินไปหาคุณป้า พร้อม บอกว่า ขอให้คุณป้าหายไวๆนะครับ  ผมช่วยได้แค่นี้ ต้องไปทำงานต่อแล้ว
คุณป้ายิ้มให้แล้วพยักหน้าเบาๆ

พอกลับมาถึงที่ทำงาน
ผมนึกถึงเรื่องแปลกอย่างหนึ่ง
ผมไม่ได้ช่วยห้ามเลือด ไม่ได้ช่วยรักษาอะไรเลย ได้แต่นั่งกางร่มบังแดดให้
แต่สิ่งที่ยากที่สุดกลับเป็นการรับโทรศัพท์สายหนึ่ง
สายที่ต้องพยายามบอกข่าวร้าย โดยไม่ทำให้คนฟังตกใจเกินไป
และเป็นครั้งแรกที่ผมรู้ว่า
บางครั้ง "การพูด" ก็เป็นหน้าที่ที่หนักไม่แพ้การช่วยเหลืออย่างอื่นเลย

ผมเข้าใจเลยว่าการที่กู้ภัยที่จะต้องแจ้งเหตุญาติ หากเสียชีวิต มันยากแค่ไหน

ถ้าเป็นพวกคุณ จะพูดกันอย่างไร

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่