
ผมไปกาญจนบุรีครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่นะ...อ๋อ 2563 นู่นแหละ หกปีที่แล้วสินะ มันแปลกดีนะจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีที่เที่ยวเยอะมาก แต่เวลาพูดถึงจังหวัดนี้ คนที่ผมคุยด้วยมักจะมีคำหนึ่งคล้ายๆกันคือ “ไม่ได้ไปมานานแล้วนะ”...ทำไมนะ จังหวัดที่มีที่เที่ยวเยอะแยะ ทำไมถึงไม่กลับไปบ่อยๆ

ทางพิเศษสาย M81 ลดเวลาการเดินทางไปกาญจนบุรีของผมจากสามชั่วโมงเหลือชั่วโมงนิดๆ...ไม่เคยรู้สึกว่าการขับรถไปจังหวัดกาญจนบุรีมันใกล้ขนาดนี้มาก่อน ทางพิเศษสาย M81 พาผมมาส่งที่ถนนหมายเลข 324 แล้วต้องเลี้ยวซ้ายไปถนนหมายเลข 367 เพื่อไปที่พักของผม ถนนกำลังสร้าง ขยาย ทำสะพาน ความสะดวกอาจจะลดลงไปนิด แต่ไม่ได้ลำบากอะไร

โรงแรม The 28
th (เดอะ ทเวนที เอธ) เป็นโรงแรมแรกที่ผมพักในทริปนี้ ตอนวางแผนการเดินทางยังลังเลอยู่ว่าจะไปพักแถวอุทยานแห่งชาติเอราวัณเพราะไปน้ำตกได้สะดวก แต่หลังจากเห็นราคาที่พักแต่ละที่แล้ว พักในเมืองแล้วขับรถไปตอนเช้าน่าจะดีกว่า การจราจรก็ไม่ติดขัด ขับรถไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงแล้ว เลยมาเลือกที่นี่

ถึงจะเป็นโรงแรมขนาดไม่ใหญ่โตนักแต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง ทั้งคาเฟ่ขายกาแฟที่มีระดับการคั่วให้เลือกแถมมีที่นั่งในห้องแบบกลาสเฮาซ์ด้วย ด้านหลังโรงแรมมีสระว่ายน้ำขนาดไม่ใหญ่โตนักแต่ก็พอให้เล่นสนุกได้ มีสไลเดอร์ด้วย

ห้องพักวิว...เอ่อ วิวหลังคาชาวบ้านกับเขาตองที่อยู่ไกลออกไปหน่อย ไม่มีอะไรให้ดูมากนักครับ ถ้าอยู่ชั้นสูงหน่อยวิวฝั่งเมืองสวยกว่ามาก ขนาดของห้องพักกว้างขวางใช้ได้ อยู่แล้วไม่อึดอัดเลย
ภายในห้องพักมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ครบถ้วนตามระดับมาตรฐานโรงแรม เตียงนอนกำลังสบายสำหรับผมนุ่มต้นแน่นปลาย ตำแหน่งทีวีอาจจะไม่สะดวกสักเท่าไหร่แต่จากลักษณะของห้องผมก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะเอาทีวีไปไว้ตรงไหนถ้าไม่ใช่ตรงนี้ จะเอาไปไว้ตรงโต๊ะก็ต้องนั่งหันข้างดูอีก เอาไว้ตรงนี้แหละ
ห้องน้ำขนาดพอดีต่อการใช้งาน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการใช้ห้องน้ำมีให้ครบถ้วนตามมาตรฐานโรงแรม ส่วนอาบน้ำมีประตูกระจกปิดแต่น้ำก็ยังสามารถ “แลบ” ออกมาได้บ้างถ้าน้ำสาดไปทางประตูตรงๆ

อาหารเช้าไปรับประทานกันที่ชั้นบนสุดของโรงแรม วิวจากห้องอาหารดีทีเดียวโดยเฉพาะวิวฝั่งเมืองไม่ว่าจะเป็นวิวไทยวัสดุหรือโรบินสัน...ไม่ใช่สิ มองไปไกลๆนู่นจะเห็นภูเขาลูกใหญ่สบายตาดี
อาหารเช้ามีให้ครบแทบจะทุกหมวดแต่ความหลากหลายอาจจะไม่มากนัก เช่นกับข้าวอาจจะมีอย่างสองอย่าง เรียกว่าทานได้แต่ไม่ได้หรูหราอลังการอาหารอะไร
โดยรวมเป็นโรงแรมที่ถูกใจผมครับ นอนสบาย ห้องพักกว้างขวางอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องพักมีครบถ้วนตามมาตรฐานโรงแรม ถ้าเทียบกับราคาคืนละพันบาทนิดๆ ถือว่าดีเลยล่ะ

อีกหนึ่งโรงแรมที่ผมไปพักทริปนี้ชื่อ “โรงแรมอนันสิตรา” อยู่ในซอยอินเดียขับรถไปสะพานข้ามแม่น้ำแควง่ายๆเลย ห่างไปแค่ 700 เมตรเอง โรงแรมเล็กกว่าโรงแรมก่อนหน้านี้พอสมควร เคาท์เตอร์และพื้นที่ต้อนรับไม่ใหญ่โตกว้างขวาง เช็คอินเรียบร้อยขึ้นไปดูห้องพักกันครับ

ห้องพักบรรยากาศน่านอน กว้างขวางพอสมควร อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องมีให้ครบถ้วนตามมาตรฐานโรงแรม ทีวีเล็กไปหน่อยถ้าได้ใหญ่กว่านี้อีกหน่อยก็เยี่ยมไปเลย วิวนอกห้องไม่มีอะไรให้ดูครับ อาคารสูงแค่สี่ชั้นไม่สูงพอให้เห็นวิวอะไรมากนัก ห้องน้ำขนาดพอใช้งานได้สะดวก มีม่านกั้นส่วนเปียกมาให้แต่น้ำก็ยังไหลผ่านใต้ม่านได้อยู่ดีเพราะพื้นไม่ได้ทำให้ต่างระดับ

ห้องอาหารเช้าขนาดไม่ใหญ่นัก อาหารเช้าเป็นแบบสั่งและมีขนมปัง เครื่องดื่มให้บริการตัวเองอยู่อีกมุมหนึ่ง ถือว่าทานพออิ่มแหละครับ ไม่หลากหลายอะไรมาก
โดยรวมเป็นโรงแรมที่พักได้สบายๆ ห้องพักนอนสบายอยู่ ในราคาเกือบพันบาทถือว่าไม่เลวเลยล่ะครับ ยิ่งถ้าต้องการไปเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่นี่ถือว่าสะดวกเลยเพราะห่างไปแค่เจ็ดร้อยเมตรเท่านั้น...ถ้าให้เทียบโรงแรมสองแห่งนี้ ผมชอบ The 28
th มากกว่า แต่ก็ต้องจ่ายแพงกว่าเช่นกัน

เมื่อได้ที่พักแล้วก็ต้องมีที่กินด้วย ร้านแรกที่ได้ไปทานคือ “ไทยเสรี” โรงแรมและร้านอาหารเก่าแก่อายุ 60 ปี ปัจจุบันโรงแรมหยุดให้บริการไปแล้วแต่ร้านอาหารยังเปิดอยู่แถมขยายไปเป็น “ไทยเสรีโฮมคิทเช่น” อีกร้านหนึ่งด้วย

อาคารโรงแรมอยู่ริมถนนแสงชูโตติดกับปั๊มน้ำมัน PT จอดรถมันริมถนนนั่นแหละ ภายในห้องอาหารเนื้อที่ไม่มากนัก จำนวนโต๊ะรวมๆไม่น่าจะถึงยี่สิบโต๊ะ ถ้าคนเต็มร้านก็แน่นแหละ

รายการอาหารมีให้เลือกหลายอย่างอยู่ เปิดรายการอาหารพลิกไปพลิกมาอยู่หลายรอบ จนมาจบที่อาหารสามอย่างได้แก่ แกงป่าลูกชิ้นปลากราย ถั่วเข็มผัดน้ำมันหอย และ ปลาค้าวทอดราดน้ำปลา

จานแรกเลย “ปลาค้าวทอดราดน้ำปลา” ผมไม่เคยได้ยินชื่อ “ปลาค้าว” มาก่อน เลยไปหาข้อมูลจากกูเกิ้ลพบว่า เป็นปลาแม่น้ำ อาศัยอยู่ในแม่น้ำ...กินปลาที่ตัวเล็กกว่าในแม่น้ำ...
ตอนแรกที่จานนี้มาวางตรงหน้า ผมคิดว่าทำไมมันเหมือนปลาอินทรีย์ทอดจัง แต่ชิ้นจะบางๆ ปลาทอดน้ำปลาที่นี่ไม่มียำมะม่วงหรือน้ำจิ้มอะไรมาด้วยนะครับ
รสชาติของปลาคือ “เค็มนำ” แหงล่ะก็ทอดราดน้ำปลามานี่ เนื้อปลาไม่ถึงกับแน่นมากแต่กรอบและมีความเบาเวลาทาน น้ำปลาที่ราดมาก็เค็มแหละแต่ไม่เค็มแบบปลาเค็ม ทานกับข้าวเปล่านี่ได้เลย เข้ากันดีมาก

จานต่อมา “ถั่วเข็มผัดน้ำมันหอย” ผมก็ไม่เคยเห็นและทานถั่วเข็มมาก่อน เลยต้องกลับไปหาอากู๋อีกรอบ อากู๋บอกว่า ถั่วเข็มเป็นถั่วแม่น้ำ...กินถั่วที่เล็กกว่าในแม่น้ำ...เดี๋ยวๆ ไม่ใช่แล้ว
ถั่วเข็มก็คือถั่วแขก แต่เป็นถั่วแขกเด็กที่ยังอ่อนอยู่ มิน่าล่ะถึงว่าทำไมรสชาติเหมือนถั่วแขก คือรสสัมผัสมันคล้ายๆถั่วแขกผสมหน่อไม้ฝรั่ง กรุบกรอบไม่มีเสี้ยน ผัดน้ำมันหอยรสชาติเค็มอ่อนๆ จานนี้ผมชอบเลยล่ะ

ต่อมา “แกงป่าลูกชิ้นปลากราย” กรายเป็นอะไรเหรอ...ก็กรายเป็นลูกชิ้นนี่แหละ เอาเรื่องลูกชิ้นปลากรายก่อนเลย เนื้อลูกชิ้นหนึบเด้ง สด ไม่คาว ส่วนแกงป่าถึงจะมีรสเค็มนำแต่สำหรับผู้ที่มีภูมิต้านทานความเผ็ดน้อย ความเผ็ดทั้งเผ็ดร้อนและเผ็ดแสบมันนำมาก่อนความเค็มเยอะเลย รสชาติรวมๆผมชอบนะแต่ทนเผ็ดไม่ไหวจริงๆ...ทานปลาค้าวดับเผ็ดดีกว่า
รวมๆร้าน “ไทยเสรี” เป็นร้านที่ผมชอบเลยล่ะ อาหารราคาไม่แพงมากนัก มีอาหารตามฤดูกาลที่ผมไม่เคยทาน การปรุงรสชาติค่อนข้างทานง่ายไม่หนักมือนัก ยกเว้นแกงป่าอ่ะนะ
ผลงานของผมในช่องทางอื่นๆ
Facebook:
https://www.facebook.com/followmeonearth/
Website: www.Pratuneung.com
Lemon8 Application: @Pratuneung
Blockdit page: Followmeonearth
Blockdit page: Story Behind
[CR] เดินทางไปพบ “ประสบกาญจน์”
ผมไปกาญจนบุรีครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่นะ...อ๋อ 2563 นู่นแหละ หกปีที่แล้วสินะ มันแปลกดีนะจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีที่เที่ยวเยอะมาก แต่เวลาพูดถึงจังหวัดนี้ คนที่ผมคุยด้วยมักจะมีคำหนึ่งคล้ายๆกันคือ “ไม่ได้ไปมานานแล้วนะ”...ทำไมนะ จังหวัดที่มีที่เที่ยวเยอะแยะ ทำไมถึงไม่กลับไปบ่อยๆ
ทางพิเศษสาย M81 ลดเวลาการเดินทางไปกาญจนบุรีของผมจากสามชั่วโมงเหลือชั่วโมงนิดๆ...ไม่เคยรู้สึกว่าการขับรถไปจังหวัดกาญจนบุรีมันใกล้ขนาดนี้มาก่อน ทางพิเศษสาย M81 พาผมมาส่งที่ถนนหมายเลข 324 แล้วต้องเลี้ยวซ้ายไปถนนหมายเลข 367 เพื่อไปที่พักของผม ถนนกำลังสร้าง ขยาย ทำสะพาน ความสะดวกอาจจะลดลงไปนิด แต่ไม่ได้ลำบากอะไร
โรงแรม The 28th (เดอะ ทเวนที เอธ) เป็นโรงแรมแรกที่ผมพักในทริปนี้ ตอนวางแผนการเดินทางยังลังเลอยู่ว่าจะไปพักแถวอุทยานแห่งชาติเอราวัณเพราะไปน้ำตกได้สะดวก แต่หลังจากเห็นราคาที่พักแต่ละที่แล้ว พักในเมืองแล้วขับรถไปตอนเช้าน่าจะดีกว่า การจราจรก็ไม่ติดขัด ขับรถไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงแล้ว เลยมาเลือกที่นี่
ถึงจะเป็นโรงแรมขนาดไม่ใหญ่โตนักแต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง ทั้งคาเฟ่ขายกาแฟที่มีระดับการคั่วให้เลือกแถมมีที่นั่งในห้องแบบกลาสเฮาซ์ด้วย ด้านหลังโรงแรมมีสระว่ายน้ำขนาดไม่ใหญ่โตนักแต่ก็พอให้เล่นสนุกได้ มีสไลเดอร์ด้วย
ห้องพักวิว...เอ่อ วิวหลังคาชาวบ้านกับเขาตองที่อยู่ไกลออกไปหน่อย ไม่มีอะไรให้ดูมากนักครับ ถ้าอยู่ชั้นสูงหน่อยวิวฝั่งเมืองสวยกว่ามาก ขนาดของห้องพักกว้างขวางใช้ได้ อยู่แล้วไม่อึดอัดเลย
ภายในห้องพักมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ครบถ้วนตามระดับมาตรฐานโรงแรม เตียงนอนกำลังสบายสำหรับผมนุ่มต้นแน่นปลาย ตำแหน่งทีวีอาจจะไม่สะดวกสักเท่าไหร่แต่จากลักษณะของห้องผมก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะเอาทีวีไปไว้ตรงไหนถ้าไม่ใช่ตรงนี้ จะเอาไปไว้ตรงโต๊ะก็ต้องนั่งหันข้างดูอีก เอาไว้ตรงนี้แหละ
ห้องน้ำขนาดพอดีต่อการใช้งาน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการใช้ห้องน้ำมีให้ครบถ้วนตามมาตรฐานโรงแรม ส่วนอาบน้ำมีประตูกระจกปิดแต่น้ำก็ยังสามารถ “แลบ” ออกมาได้บ้างถ้าน้ำสาดไปทางประตูตรงๆ
อาหารเช้าไปรับประทานกันที่ชั้นบนสุดของโรงแรม วิวจากห้องอาหารดีทีเดียวโดยเฉพาะวิวฝั่งเมืองไม่ว่าจะเป็นวิวไทยวัสดุหรือโรบินสัน...ไม่ใช่สิ มองไปไกลๆนู่นจะเห็นภูเขาลูกใหญ่สบายตาดี
อาหารเช้ามีให้ครบแทบจะทุกหมวดแต่ความหลากหลายอาจจะไม่มากนัก เช่นกับข้าวอาจจะมีอย่างสองอย่าง เรียกว่าทานได้แต่ไม่ได้หรูหราอลังการอาหารอะไร
โดยรวมเป็นโรงแรมที่ถูกใจผมครับ นอนสบาย ห้องพักกว้างขวางอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องพักมีครบถ้วนตามมาตรฐานโรงแรม ถ้าเทียบกับราคาคืนละพันบาทนิดๆ ถือว่าดีเลยล่ะ
อีกหนึ่งโรงแรมที่ผมไปพักทริปนี้ชื่อ “โรงแรมอนันสิตรา” อยู่ในซอยอินเดียขับรถไปสะพานข้ามแม่น้ำแควง่ายๆเลย ห่างไปแค่ 700 เมตรเอง โรงแรมเล็กกว่าโรงแรมก่อนหน้านี้พอสมควร เคาท์เตอร์และพื้นที่ต้อนรับไม่ใหญ่โตกว้างขวาง เช็คอินเรียบร้อยขึ้นไปดูห้องพักกันครับ
ห้องพักบรรยากาศน่านอน กว้างขวางพอสมควร อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องมีให้ครบถ้วนตามมาตรฐานโรงแรม ทีวีเล็กไปหน่อยถ้าได้ใหญ่กว่านี้อีกหน่อยก็เยี่ยมไปเลย วิวนอกห้องไม่มีอะไรให้ดูครับ อาคารสูงแค่สี่ชั้นไม่สูงพอให้เห็นวิวอะไรมากนัก ห้องน้ำขนาดพอใช้งานได้สะดวก มีม่านกั้นส่วนเปียกมาให้แต่น้ำก็ยังไหลผ่านใต้ม่านได้อยู่ดีเพราะพื้นไม่ได้ทำให้ต่างระดับ
ห้องอาหารเช้าขนาดไม่ใหญ่นัก อาหารเช้าเป็นแบบสั่งและมีขนมปัง เครื่องดื่มให้บริการตัวเองอยู่อีกมุมหนึ่ง ถือว่าทานพออิ่มแหละครับ ไม่หลากหลายอะไรมาก
โดยรวมเป็นโรงแรมที่พักได้สบายๆ ห้องพักนอนสบายอยู่ ในราคาเกือบพันบาทถือว่าไม่เลวเลยล่ะครับ ยิ่งถ้าต้องการไปเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่นี่ถือว่าสะดวกเลยเพราะห่างไปแค่เจ็ดร้อยเมตรเท่านั้น...ถ้าให้เทียบโรงแรมสองแห่งนี้ ผมชอบ The 28th มากกว่า แต่ก็ต้องจ่ายแพงกว่าเช่นกัน
เมื่อได้ที่พักแล้วก็ต้องมีที่กินด้วย ร้านแรกที่ได้ไปทานคือ “ไทยเสรี” โรงแรมและร้านอาหารเก่าแก่อายุ 60 ปี ปัจจุบันโรงแรมหยุดให้บริการไปแล้วแต่ร้านอาหารยังเปิดอยู่แถมขยายไปเป็น “ไทยเสรีโฮมคิทเช่น” อีกร้านหนึ่งด้วย
อาคารโรงแรมอยู่ริมถนนแสงชูโตติดกับปั๊มน้ำมัน PT จอดรถมันริมถนนนั่นแหละ ภายในห้องอาหารเนื้อที่ไม่มากนัก จำนวนโต๊ะรวมๆไม่น่าจะถึงยี่สิบโต๊ะ ถ้าคนเต็มร้านก็แน่นแหละ
รายการอาหารมีให้เลือกหลายอย่างอยู่ เปิดรายการอาหารพลิกไปพลิกมาอยู่หลายรอบ จนมาจบที่อาหารสามอย่างได้แก่ แกงป่าลูกชิ้นปลากราย ถั่วเข็มผัดน้ำมันหอย และ ปลาค้าวทอดราดน้ำปลา
จานแรกเลย “ปลาค้าวทอดราดน้ำปลา” ผมไม่เคยได้ยินชื่อ “ปลาค้าว” มาก่อน เลยไปหาข้อมูลจากกูเกิ้ลพบว่า เป็นปลาแม่น้ำ อาศัยอยู่ในแม่น้ำ...กินปลาที่ตัวเล็กกว่าในแม่น้ำ...
ตอนแรกที่จานนี้มาวางตรงหน้า ผมคิดว่าทำไมมันเหมือนปลาอินทรีย์ทอดจัง แต่ชิ้นจะบางๆ ปลาทอดน้ำปลาที่นี่ไม่มียำมะม่วงหรือน้ำจิ้มอะไรมาด้วยนะครับ
รสชาติของปลาคือ “เค็มนำ” แหงล่ะก็ทอดราดน้ำปลามานี่ เนื้อปลาไม่ถึงกับแน่นมากแต่กรอบและมีความเบาเวลาทาน น้ำปลาที่ราดมาก็เค็มแหละแต่ไม่เค็มแบบปลาเค็ม ทานกับข้าวเปล่านี่ได้เลย เข้ากันดีมาก
จานต่อมา “ถั่วเข็มผัดน้ำมันหอย” ผมก็ไม่เคยเห็นและทานถั่วเข็มมาก่อน เลยต้องกลับไปหาอากู๋อีกรอบ อากู๋บอกว่า ถั่วเข็มเป็นถั่วแม่น้ำ...กินถั่วที่เล็กกว่าในแม่น้ำ...เดี๋ยวๆ ไม่ใช่แล้ว
ถั่วเข็มก็คือถั่วแขก แต่เป็นถั่วแขกเด็กที่ยังอ่อนอยู่ มิน่าล่ะถึงว่าทำไมรสชาติเหมือนถั่วแขก คือรสสัมผัสมันคล้ายๆถั่วแขกผสมหน่อไม้ฝรั่ง กรุบกรอบไม่มีเสี้ยน ผัดน้ำมันหอยรสชาติเค็มอ่อนๆ จานนี้ผมชอบเลยล่ะ
ต่อมา “แกงป่าลูกชิ้นปลากราย” กรายเป็นอะไรเหรอ...ก็กรายเป็นลูกชิ้นนี่แหละ เอาเรื่องลูกชิ้นปลากรายก่อนเลย เนื้อลูกชิ้นหนึบเด้ง สด ไม่คาว ส่วนแกงป่าถึงจะมีรสเค็มนำแต่สำหรับผู้ที่มีภูมิต้านทานความเผ็ดน้อย ความเผ็ดทั้งเผ็ดร้อนและเผ็ดแสบมันนำมาก่อนความเค็มเยอะเลย รสชาติรวมๆผมชอบนะแต่ทนเผ็ดไม่ไหวจริงๆ...ทานปลาค้าวดับเผ็ดดีกว่า
รวมๆร้าน “ไทยเสรี” เป็นร้านที่ผมชอบเลยล่ะ อาหารราคาไม่แพงมากนัก มีอาหารตามฤดูกาลที่ผมไม่เคยทาน การปรุงรสชาติค่อนข้างทานง่ายไม่หนักมือนัก ยกเว้นแกงป่าอ่ะนะ
ผลงานของผมในช่องทางอื่นๆ
Facebook: https://www.facebook.com/followmeonearth/
Website: www.Pratuneung.com
Lemon8 Application: @Pratuneung
Blockdit page: Followmeonearth
Blockdit page: Story Behind
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้