การเลือกฟังก์ชันภายในบ้าน โดยส่วนใหญ่ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย และแปลนบ้านให้เหมาะสมกัน ซึ่งสำหรับการสร้างบ้าน 3 ชั้น มีประเด็นสำคัญที่ควรนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจ ดังนี้
วิเคราะห์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย
การเลือกแบบบ้าน 3 ชั้น สิ่งแรกที่ควรทำ คือการทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ของสมาชิกทุกคนในบ้าน เพื่อนำมาพิจารณาการใช้งานของแต่ละชั้นตั้งแต่ขั้นตอนแรกเริ่ม เพราะเมื่อต้องปรับฟังก์ชันการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น การเจาะช่องแสง ระบบประปา หรือการเดินสายไฟในแต่ละพื้นที่ มีความจำเป็นที่แตกต่างกันไปตามการใช้งานจริง
โดยก่อนส่งบรีฟให้กับสถาปนิกหรือบริษัทรับสร้างบ้าน ควรลองเช็กประเด็น เช่น
ต้องขึ้น-ลงพื้นที่ใดบ่อยแค่ไหนต่อวัน: ลองนึกถึงกิจวัตรประจำวัน เช่น ต้องเดินขึ้น-ลงไปทำงานบ้าน ซักผ้า หรือเข้าครัวบ่อยแค่ไหน เพื่อวางตำแหน่งพื้นที่ที่ใช้งานถี่ให้อยู่ชั้นที่เดินทางสะดวกที่สุด
มีผู้สูงอายุร่วมอาศัยอยู่ในบ้านหรือไม่: หากมีผู้สูงอายุ อาจต้องพิจารณาแปลนบ้านเพิ่มเติม ในการติดตั้งราวจับบันได พื้นกระเบื้อง หรือห้องน้ำที่ปรับให้เหมาะกับคนชรา
รูปแบบการทำงานของสมาชิกในบ้าน: หากมีสมาชิกที่ทำงานจากบ้าน (Work From Home) เป็นประจำ ควรเผื่อพื้นที่สำหรับห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ แยกออกจากพื้นที่ส่วนกลางเพื่อลดการรบกวน
จัดสรรพื้นที่ระหว่าง ส่วนตัวและส่วนรวม
เมื่อมีบ้าน 3 ชั้น จำเป็นต้องแบ่งสัดส่วนพื้นที่ระหว่างโซนส่วนตัวและโซนส่วนรวมให้ชัดเจน โดยเฉพาะการจัดวางฟังก์ชันของชั้น 2 และชั้น 3 ซึ่งควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะการแยกโซนการใช้งาน ย่อมมีทั้งข้อดี และข้อควรแลก เช่น
ชั้น 2 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง และชั้น 3 เป็นโซนส่วนตัวสำหรับพักผ่อน อาจต้องแลกกับความไม่สะดวกในการขึ้น-ลงบันได
หากชั้น 2 เป็นโซนส่วนตัว และชั้น 3 เป็นพื้นที่ส่วนรวม อาจได้ความสะดวกในการขึ้น-ลงบันไดที่มากกว่า แต่ต้องแลกกับความเป็นส่วนตัวที่ลดลง
พื้นที่จอดรถ สามารถรองรับได้กี่คัน
โดยทั่วไปบ้าน 3 ชั้นมักออกแบบให้มีพื้นที่จอดรถภายในบ้าน ซึ่งควรพิจารณาตั้งแต่ต้น ว่าต้องการรองรับรถกี่คัน เพราะส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบผังบ้านโดยรวม
รองรับ 2 คัน: เหมาะกับหน้าบ้านหน้าแคบที่มีความกว้างจำกัด ประหยัดพื้นที่ใช้สอยส่วนอื่นได้มากกว่า
รองรับ 3 คันขึ้นไป: ต้องการหน้าบ้านที่กว้างขึ้น ควรวางแผนผังบริเวณโดยรอบให้สอดคล้องตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
การเตรียมความพร้อมเมื่ออายุมากขึ้น
แน่นอนว่าเมื่อสมาชิกในบ้านมีอายุมากขึ้น การขึ้น-ลงบันไดหลายชั้นอาจกลายเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวัน จึงควรเผื่อแปลนบ้านในหลายส่วน เช่น
ห้องนอนชั้นแรก: การมีห้องนอนรองรับการพักอาศัย อยู่ชั้นล่างได้ในอนาคต โดยเลือกห้องที่มีหน้าต่างรับแสง และอากาศได้จริง ไม่ใช่เพียงห้องเก็บของที่ถูกดัดแปลง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับใช้งานเมื่อจำเป็น
พื้นที่ติดตั้งลิฟต์: พื้นที่สำหรับติดตั้งลิฟต์บ้านในอนาคตไว้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ แม้จะยังไม่ได้ติดตั้งทันที แต่การเผื่อพื้นที่ไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดความยุ่งยาก และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงโครงสร้างภายหลัง
ทิศทางแสงแดด
การวางทิศทางบ้าน 3 ชั้นมีผลต่อความสบายในการอยู่อาศัยไม่แพ้การจัดสรรพื้นที่ใช้สอย เนื่องจาก บ้านที่มีความสูงหลายชั้น จะได้รับแสงแดดในปริมาณ และมุมที่แตกต่างกันไปในแต่ละชั้น จึงควรพิจารณาตำแหน่งห้องต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับทิศทางแดดตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เช่น
หลีกเลี่ยงผนังทึบด้านทิศตะวันตก: ทิศตะวันตกเป็นทิศที่ได้รับแดดจัดในช่วงบ่าย ควรเลี่ยงการวางห้องนอน หรือห้องนั่งเล่นไว้ด้านนี้โดยตรง หรือหากเลี่ยงไม่ได้ ควรเผื่อระแนงกันแดด หรือต้นไม้ใหญ่ช่วยบังแสง
จัดห้องที่ใช้งานตอนเช้าไว้ทิศตะวันออก: ทิศตะวันออกได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ในช่วงเช้า เหมาะกับการวางห้องนอนหรือห้องครัว เพื่อรับแสงธรรมชาติที่ไม่ร้อนจัดจนเกินไป
เผื่อช่องแสงสำหรับชั้นกลาง: ควรเช็กแปลนบ้าน วางตำแหน่งชั้นสองของบ้านให้มีแสงเข้าถึงอย่างเพียงพอ โดยให้สอดคล้องกับทิศทางแดด เพื่อลดปัญหาการระบายอากาศ
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.royalhouse.co.th/
เช็กลิสต์สร้างบ้าน 3 ชั้น จุดไหนต้องคิดก่อนเลือกแบบบ้าน
วิเคราะห์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย
การเลือกแบบบ้าน 3 ชั้น สิ่งแรกที่ควรทำ คือการทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ของสมาชิกทุกคนในบ้าน เพื่อนำมาพิจารณาการใช้งานของแต่ละชั้นตั้งแต่ขั้นตอนแรกเริ่ม เพราะเมื่อต้องปรับฟังก์ชันการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น การเจาะช่องแสง ระบบประปา หรือการเดินสายไฟในแต่ละพื้นที่ มีความจำเป็นที่แตกต่างกันไปตามการใช้งานจริง
โดยก่อนส่งบรีฟให้กับสถาปนิกหรือบริษัทรับสร้างบ้าน ควรลองเช็กประเด็น เช่น
ต้องขึ้น-ลงพื้นที่ใดบ่อยแค่ไหนต่อวัน: ลองนึกถึงกิจวัตรประจำวัน เช่น ต้องเดินขึ้น-ลงไปทำงานบ้าน ซักผ้า หรือเข้าครัวบ่อยแค่ไหน เพื่อวางตำแหน่งพื้นที่ที่ใช้งานถี่ให้อยู่ชั้นที่เดินทางสะดวกที่สุด
มีผู้สูงอายุร่วมอาศัยอยู่ในบ้านหรือไม่: หากมีผู้สูงอายุ อาจต้องพิจารณาแปลนบ้านเพิ่มเติม ในการติดตั้งราวจับบันได พื้นกระเบื้อง หรือห้องน้ำที่ปรับให้เหมาะกับคนชรา
รูปแบบการทำงานของสมาชิกในบ้าน: หากมีสมาชิกที่ทำงานจากบ้าน (Work From Home) เป็นประจำ ควรเผื่อพื้นที่สำหรับห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ แยกออกจากพื้นที่ส่วนกลางเพื่อลดการรบกวน
จัดสรรพื้นที่ระหว่าง ส่วนตัวและส่วนรวม
เมื่อมีบ้าน 3 ชั้น จำเป็นต้องแบ่งสัดส่วนพื้นที่ระหว่างโซนส่วนตัวและโซนส่วนรวมให้ชัดเจน โดยเฉพาะการจัดวางฟังก์ชันของชั้น 2 และชั้น 3 ซึ่งควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะการแยกโซนการใช้งาน ย่อมมีทั้งข้อดี และข้อควรแลก เช่น
ชั้น 2 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง และชั้น 3 เป็นโซนส่วนตัวสำหรับพักผ่อน อาจต้องแลกกับความไม่สะดวกในการขึ้น-ลงบันได
หากชั้น 2 เป็นโซนส่วนตัว และชั้น 3 เป็นพื้นที่ส่วนรวม อาจได้ความสะดวกในการขึ้น-ลงบันไดที่มากกว่า แต่ต้องแลกกับความเป็นส่วนตัวที่ลดลง
พื้นที่จอดรถ สามารถรองรับได้กี่คัน
โดยทั่วไปบ้าน 3 ชั้นมักออกแบบให้มีพื้นที่จอดรถภายในบ้าน ซึ่งควรพิจารณาตั้งแต่ต้น ว่าต้องการรองรับรถกี่คัน เพราะส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบผังบ้านโดยรวม
รองรับ 2 คัน: เหมาะกับหน้าบ้านหน้าแคบที่มีความกว้างจำกัด ประหยัดพื้นที่ใช้สอยส่วนอื่นได้มากกว่า
รองรับ 3 คันขึ้นไป: ต้องการหน้าบ้านที่กว้างขึ้น ควรวางแผนผังบริเวณโดยรอบให้สอดคล้องตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
การเตรียมความพร้อมเมื่ออายุมากขึ้น
แน่นอนว่าเมื่อสมาชิกในบ้านมีอายุมากขึ้น การขึ้น-ลงบันไดหลายชั้นอาจกลายเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวัน จึงควรเผื่อแปลนบ้านในหลายส่วน เช่น
ห้องนอนชั้นแรก: การมีห้องนอนรองรับการพักอาศัย อยู่ชั้นล่างได้ในอนาคต โดยเลือกห้องที่มีหน้าต่างรับแสง และอากาศได้จริง ไม่ใช่เพียงห้องเก็บของที่ถูกดัดแปลง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับใช้งานเมื่อจำเป็น
พื้นที่ติดตั้งลิฟต์: พื้นที่สำหรับติดตั้งลิฟต์บ้านในอนาคตไว้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ แม้จะยังไม่ได้ติดตั้งทันที แต่การเผื่อพื้นที่ไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดความยุ่งยาก และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงโครงสร้างภายหลัง
ทิศทางแสงแดด
การวางทิศทางบ้าน 3 ชั้นมีผลต่อความสบายในการอยู่อาศัยไม่แพ้การจัดสรรพื้นที่ใช้สอย เนื่องจาก บ้านที่มีความสูงหลายชั้น จะได้รับแสงแดดในปริมาณ และมุมที่แตกต่างกันไปในแต่ละชั้น จึงควรพิจารณาตำแหน่งห้องต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับทิศทางแดดตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เช่น
หลีกเลี่ยงผนังทึบด้านทิศตะวันตก: ทิศตะวันตกเป็นทิศที่ได้รับแดดจัดในช่วงบ่าย ควรเลี่ยงการวางห้องนอน หรือห้องนั่งเล่นไว้ด้านนี้โดยตรง หรือหากเลี่ยงไม่ได้ ควรเผื่อระแนงกันแดด หรือต้นไม้ใหญ่ช่วยบังแสง
จัดห้องที่ใช้งานตอนเช้าไว้ทิศตะวันออก: ทิศตะวันออกได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ในช่วงเช้า เหมาะกับการวางห้องนอนหรือห้องครัว เพื่อรับแสงธรรมชาติที่ไม่ร้อนจัดจนเกินไป
เผื่อช่องแสงสำหรับชั้นกลาง: ควรเช็กแปลนบ้าน วางตำแหน่งชั้นสองของบ้านให้มีแสงเข้าถึงอย่างเพียงพอ โดยให้สอดคล้องกับทิศทางแดด เพื่อลดปัญหาการระบายอากาศ
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.royalhouse.co.th/