ข้อดี
1. เข้าใจและคุ้นเคยกับนักเตะไทยเป็นอย่างดี
: โค้ชแบนคลุกคลีในวงการฟุตบอลไทยและคุมทีมสมาคม/สโมสรชั้นนำมานาน รู้จักศักยภาพ จุดเด่น และนิสัยใจคอของนักเตะไทยหลายยุคสมัย ทำให้การเรียกตัวและการปรับจูนแท็กติกกับผู้เล่นทำได้ง่ายขึ้น
2. มีประสบการณ์คุมทีมระดับเอเชีย : ผ่านการพา ทรู แบงค็อกฯ ลงเล่นและทำผลงานได้ดีในรายการระดับสโมสรเอเชีย (ACL / ACL Two) ซึ่งประสบการณ์ในเวทีนานาชาติเหล่านี้มีประโยชน์มากเวลาทีมชาติไทยต้องไปเจอชาติที่แข็งแกร่งกว่าในเอเชีย
3. สไตล์การเล่นที่เน้นต่อบอลสวยงามและมีระบบ : โค้ชแบนชื่นชอบฟุตบอลที่มีทรง มีการต่อบอลบนพื้นอย่างเป็นระบบ (Positional Play) ซึ่งสอดคล้องกับ DNA ของแฟนบอลชาวไทยที่ชอบฟุตบอลเชิงรุกไหลลื่น
4 ผ่านงานในระดับทีมชาติมาแล้ว : มีประสบการณ์ร่วมงานกับทีมชาติไทยมาก่อน (เช่น เคยเป็นหนึ่งในสตาฟฟ์โค้ชยุค อากิระ นิชิโนะ) จึงเข้าใจบริบท ความกดดัน และการทำงานภายใต้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ
5. บุคลิกนิ่ง ให้เกียรติคน และมีความเป็นสุภาพบุรุษสูง : โค้ชแบนขึ้นชื่อเรื่องสปิริตและความนิ่งในการคุมทีม ไม่ค่อยมีปัญหากระทบกระทั่งกับนักเตะหรือสื่อมวลชน ช่วยลดความกดดันและสร้างบรรยากาศที่ดีภายในแคมป์ทีมชาติได้
ข้อเสีย
1. ฟอร์มช่วงท้ายกับสโมสรยังไม่ค่อยดี : ก่อนลาออก ทรู แบงค็อกฯ เพิ่งเผชิญช่วงฟอร์มตก ม่ชนะใครติดต่อกันหลายนัด และตกรอบบอลถ้วย ซึ่งอาจทำให้แฟนบอลบางส่วนตั้งคำถามเรื่องความสดใหม่ของแท็กติกในปัจจุบัน
2. แท็กติกอาจจะใช้เวลากับทีมชาติน้อยเกินไป : ฟุตบอลสไตล์โค้ชแบนต้องอาศัย "เวลา" ในการซ้อมและทำความเข้าใจระบบแท็กติกอย่างต่อเนื่อง แต่บริบทของทีมชาติที่มีเวลาเก็บตัวน้อย อาจทำให้ไม่สามารถใส่รายละเอียดการเล่นได้อย่างเต็มที่
3. ปัญหาเรื่องความยืดหยุ่นยามเจอทีมใหญ่กว่า : ในบางนัดที่ต้องเจอกับทีมชาติระดับแถวหน้าของเอเชีย สไตล์การเน้นครองบอลหรือเปิดเกมสู้ อาจทำให้แดนหลังรับมือความเร็วและพละกำลังของคู่ต่อสู้ไม่ทัน หากไม่มีแผนสองที่รัดกุมพอ
4. ความกดดันจากเสียงวิจารณ์ภายนอก (โค้ชคีย์บอร์ด) : เก้าอี้กุนซือทีมชาติไทยเป็นตำแหน่งที่ต้องรับแรงกดดันสูงที่สุดในประเทศ หากผลงานสะดุดเพียง 1-2 นัด กระแสวิจารณ์จะรุนแรง ซึ่งต้องดูว่าสภาพจิตใจจะแบกรับได้ดีเพียงใดในระยะยาว
5. ภาพจำและสไตล์ที่อาจทับซ้อนหรือต้องปรับจูนกับโครงสร้างสมาคม : การทำงานกับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีเรื่องของนโยบายและทิศทางจากฝ่ายเทคนิคเข้ามาเกี่ยวข้อง หากวิสัยทัศน์หรืออำนาจในการตัดสินใจเลือกตัวผู้เล่นไม่เป็นอิสระเต็มที่ อาจเกิดอุปสรรคในการทำงานได้
ข้อดีข้อเสีย ถ้าโค้ชแบน สนใจจะคุมทีมชาติไทย
1. เข้าใจและคุ้นเคยกับนักเตะไทยเป็นอย่างดี
: โค้ชแบนคลุกคลีในวงการฟุตบอลไทยและคุมทีมสมาคม/สโมสรชั้นนำมานาน รู้จักศักยภาพ จุดเด่น และนิสัยใจคอของนักเตะไทยหลายยุคสมัย ทำให้การเรียกตัวและการปรับจูนแท็กติกกับผู้เล่นทำได้ง่ายขึ้น
2. มีประสบการณ์คุมทีมระดับเอเชีย : ผ่านการพา ทรู แบงค็อกฯ ลงเล่นและทำผลงานได้ดีในรายการระดับสโมสรเอเชีย (ACL / ACL Two) ซึ่งประสบการณ์ในเวทีนานาชาติเหล่านี้มีประโยชน์มากเวลาทีมชาติไทยต้องไปเจอชาติที่แข็งแกร่งกว่าในเอเชีย
3. สไตล์การเล่นที่เน้นต่อบอลสวยงามและมีระบบ : โค้ชแบนชื่นชอบฟุตบอลที่มีทรง มีการต่อบอลบนพื้นอย่างเป็นระบบ (Positional Play) ซึ่งสอดคล้องกับ DNA ของแฟนบอลชาวไทยที่ชอบฟุตบอลเชิงรุกไหลลื่น
4 ผ่านงานในระดับทีมชาติมาแล้ว : มีประสบการณ์ร่วมงานกับทีมชาติไทยมาก่อน (เช่น เคยเป็นหนึ่งในสตาฟฟ์โค้ชยุค อากิระ นิชิโนะ) จึงเข้าใจบริบท ความกดดัน และการทำงานภายใต้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ
5. บุคลิกนิ่ง ให้เกียรติคน และมีความเป็นสุภาพบุรุษสูง : โค้ชแบนขึ้นชื่อเรื่องสปิริตและความนิ่งในการคุมทีม ไม่ค่อยมีปัญหากระทบกระทั่งกับนักเตะหรือสื่อมวลชน ช่วยลดความกดดันและสร้างบรรยากาศที่ดีภายในแคมป์ทีมชาติได้
ข้อเสีย
1. ฟอร์มช่วงท้ายกับสโมสรยังไม่ค่อยดี : ก่อนลาออก ทรู แบงค็อกฯ เพิ่งเผชิญช่วงฟอร์มตก ม่ชนะใครติดต่อกันหลายนัด และตกรอบบอลถ้วย ซึ่งอาจทำให้แฟนบอลบางส่วนตั้งคำถามเรื่องความสดใหม่ของแท็กติกในปัจจุบัน
2. แท็กติกอาจจะใช้เวลากับทีมชาติน้อยเกินไป : ฟุตบอลสไตล์โค้ชแบนต้องอาศัย "เวลา" ในการซ้อมและทำความเข้าใจระบบแท็กติกอย่างต่อเนื่อง แต่บริบทของทีมชาติที่มีเวลาเก็บตัวน้อย อาจทำให้ไม่สามารถใส่รายละเอียดการเล่นได้อย่างเต็มที่
3. ปัญหาเรื่องความยืดหยุ่นยามเจอทีมใหญ่กว่า : ในบางนัดที่ต้องเจอกับทีมชาติระดับแถวหน้าของเอเชีย สไตล์การเน้นครองบอลหรือเปิดเกมสู้ อาจทำให้แดนหลังรับมือความเร็วและพละกำลังของคู่ต่อสู้ไม่ทัน หากไม่มีแผนสองที่รัดกุมพอ
4. ความกดดันจากเสียงวิจารณ์ภายนอก (โค้ชคีย์บอร์ด) : เก้าอี้กุนซือทีมชาติไทยเป็นตำแหน่งที่ต้องรับแรงกดดันสูงที่สุดในประเทศ หากผลงานสะดุดเพียง 1-2 นัด กระแสวิจารณ์จะรุนแรง ซึ่งต้องดูว่าสภาพจิตใจจะแบกรับได้ดีเพียงใดในระยะยาว
5. ภาพจำและสไตล์ที่อาจทับซ้อนหรือต้องปรับจูนกับโครงสร้างสมาคม : การทำงานกับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีเรื่องของนโยบายและทิศทางจากฝ่ายเทคนิคเข้ามาเกี่ยวข้อง หากวิสัยทัศน์หรืออำนาจในการตัดสินใจเลือกตัวผู้เล่นไม่เป็นอิสระเต็มที่ อาจเกิดอุปสรรคในการทำงานได้