Becker Revolving Shotgun ถือเป็นหนึ่งในอาวุธปืนที่มีความแปลกประหลาดและน่าสนใจที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์อาวุธปืนช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ปืนชนิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงปืนลูกซองลูกโม่ธรรมดา แต่มีการใช้ระบบปฏิบัติการที่หาได้ยากยิ่งในโลกของอาวุธปืน นั่นคือระบบลำกล้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หรือ Blow-forward action
ปืนรุ่นนี้ได้รับการออกแบบโดย Theodor Becker วิศวกรชาวเยอรมัน โดยเขาได้ยื่นจดสิทธิบัตรในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1899 และได้รับการผลิตจริงในช่วงทศวรรษที่ 1920 การผลิตหลักเกิดขึ้นโดยโรงงาน Römerwerk ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองซูห์ล (Suhl) ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตอาวุธปืนมายาวนานจุดประสงค์หลักของการผลิตปืนรุ่นนี้คือการจำหน่ายให้กับตลาดพลเรือนเพื่อใช้ในการล่าสัตว์ โดยเน้นความได้เปรียบเรื่องความจุของกระสุนที่มากกว่าปืนลูกซองแฝดทั่วไปในยุคนั้น แม้ว่าปืนจะมีความล้ำหน้าทางวิศวกรรม แต่ยอดการผลิตกลับไม่สูงนัก ทำให้ปัจจุบันปืน Becker กลายเป็นของสะสมที่หายากและมีราคาสูงมากในตลาดนักสะสมอาวุธ
สิ่งที่ทำให้ Becker แตกต่างจากปืนลูกซองลูกโม่ทั่วไป (เช่น Colt Defender หรือ Manville) คือระบบการทำงาน ปืนลูกโม่ส่วนใหญ่จะใช้กลไกไกปืนในการหมุนโม่ หรือใช้แรงรีคอยล์ถอยหลังเพื่อบริหารกลไก แต่ Becker ใช้หลักการที่เรียกว่า
Blow-forward
ขั้นตอนการทำงานของระบบมีดังนี้
การยิง เมื่อผู้ยิงเหนี่ยวไก นกสับจะกระแทกจานท้ายกระสุน ดินปืนระเบิดส่งแรงดันก๊าซเพื่อขับดันกลุ่มกระสุนออกไป
ลำกล้องเคลื่อนที่ แรงเสียดทานระหว่างถ้วยรองกระสุนและผนังลำกล้อง รวมกับแรงดันก๊าซ จะผลักให้ลำกล้องปืนทั้งชิ้นเลื่อนสไลด์ไปข้างหน้า (ตรงข้ามกับปืนทั่วไปที่ลูกเลื่อนจะถอยหลัง)
การปลดล็อกโม่ เมื่อลำกล้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้าจนสุด ระยะห่างระหว่างท้ายลำกล้องกับหน้าโม่จะเปิดออก ทำให้โม่เป็นอิสระจากลำกล้อง
การคัดปลอกและหมุนโม่ ในจังหวะที่ลำกล้องถูกดันกลับมายังตำแหน่งเดิมด้วยสปริงรีคอยล์ขนาดใหญ่ที่พันรอบลำกล้อง กลไกจะทำการหมุนโม่ไปยังช่องบรรจุกระสุนนัดถัดไป พร้อมกับล็อกลำกล้องเข้ากับหน้าโม่ให้แนบสนิทอีกครั้งเพื่อเตรียมยิงนัดต่อไป
ระบบนี้มีข้อดีคือช่วยลดแรงรีคอยล์ที่ส่งมาถึงผู้ยิงได้ส่วนหนึ่งเนื่องจากมวลของลำกล้องที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าช่วยหักล้างแรงถอยหลัง และยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องแก๊สรั่วหน้าโม่ (Cylinder Gap) ได้ดีเยี่ยมเพราะลำกล้องจะถอยมาครอบปิดหน้าโม่ก่อนที่จะยิง
ข้อมูลจำเพาะของปืน Becker Revolving Shotgun มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ผู้ผลิต บริษัท Römerwerk เมือง Suhl ประเทศเยอรมนี
ผู้ออกแบบ Theodor Becker
ระบบปฏิบัติการ Blow-forward Revolver (ลำกล้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเพื่อหมุนโม่)
ขนาดกระสุน ส่วนใหญ่พบในขนาด 16 Gauge (ขนาดกระสุนลูกซองเบอร์ 16) ซึ่งเป็นที่นิยมในเยอรมนียุคนั้น รองรับปลอกกระสุนยาว 2.5 นิ้ว
ความจุโม่ บรรจุกระสุนได้ 5 นัด
ลำกล้อง มีเกลียวภายใน (Rifled) ในบางรุ่น หรือลำกล้องเรียบสำหรับกระสุนลูกปราย
น้ำหนัก ประมาณ 3 ถึง 4 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับความยาวลำกล้องและวัสดุไม้ที่ใช้ทำพานท้าย
ระบบความปลอดภัย มีคันห้ามไกติดตั้งอยู่ด้านหลังโครงปืนเพื่อป้องกันนกสับทำงานโดยไม่ตั้งใจ
จุดเด่นและข้อสังเกต
จุดเด่น ความสามารถในการยิงซ้ำได้รวดเร็วโดยไม่ต้องบริหารกลไกด้วยมือเหมือนปืนลูกซองปั๊มหรือคานเหวี่ยง และระบบการซีลแก๊สระหว่างลำกล้องและโม่ทำได้ดีมาก ทำให้สูญเสียแรงดันก๊าซน้อยกว่าปืนลูกโม่ทั่วไป
ข้อเสียและจุดอ่อน กลไกมีความซับซ้อนสูง การถอดประกอบเพื่อทำความสะอาดทำได้ยาก นอกจากนี้การที่ลำกล้องต้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงทำให้เกิดความเสี่ยงหากผู้ยิงเผลอวางมือประคองปืนไว้ที่ส่วนลำกล้องหรือใกล้ปากกระบอกปืน อาจเกิดการบาดเจ็บจากการหนีบหรือกระแทกของชิ้นส่วนได้อีกทั้งระบบ Blow-forward ต้องอาศัยแรงเสียดทานจากกระสุนที่เหมาะสม หากใช้กระสุนแรงดันต่ำเกินไป ปืนอาจจะขัดลำกล้องหรือไม่คัดปลอก
สถานะในปัจจุบัน
ในปัจจุบัน Becker Revolving Shotgun ถือเป็น "Unicorn" หรือของหายากระดับตำนานในวงการสะสมปืน มีจำนวนเหลือรอดอยู่น้อยมาก และมักปรากฏตัวเฉพาะในงานประมูลอาวุธชั้นนำ หรือในพิพิธภัณฑ์อาวุธปืนเท่านั้น
https://www.harperfield.co.uk/about/auction-insights/the-becker-semi-automatic-revolving-shotgun/
สวัสดีครับ
สารานุกรมปืนตอนที่ 2427 Becker Revolving Shotgun นวัตกรรมปืนลูกซองระบบ Blow-Forward จากเยอรมนี
ปืนรุ่นนี้ได้รับการออกแบบโดย Theodor Becker วิศวกรชาวเยอรมัน โดยเขาได้ยื่นจดสิทธิบัตรในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1899 และได้รับการผลิตจริงในช่วงทศวรรษที่ 1920 การผลิตหลักเกิดขึ้นโดยโรงงาน Römerwerk ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองซูห์ล (Suhl) ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตอาวุธปืนมายาวนานจุดประสงค์หลักของการผลิตปืนรุ่นนี้คือการจำหน่ายให้กับตลาดพลเรือนเพื่อใช้ในการล่าสัตว์ โดยเน้นความได้เปรียบเรื่องความจุของกระสุนที่มากกว่าปืนลูกซองแฝดทั่วไปในยุคนั้น แม้ว่าปืนจะมีความล้ำหน้าทางวิศวกรรม แต่ยอดการผลิตกลับไม่สูงนัก ทำให้ปัจจุบันปืน Becker กลายเป็นของสะสมที่หายากและมีราคาสูงมากในตลาดนักสะสมอาวุธ
สิ่งที่ทำให้ Becker แตกต่างจากปืนลูกซองลูกโม่ทั่วไป (เช่น Colt Defender หรือ Manville) คือระบบการทำงาน ปืนลูกโม่ส่วนใหญ่จะใช้กลไกไกปืนในการหมุนโม่ หรือใช้แรงรีคอยล์ถอยหลังเพื่อบริหารกลไก แต่ Becker ใช้หลักการที่เรียกว่า Blow-forward
ขั้นตอนการทำงานของระบบมีดังนี้
การยิง เมื่อผู้ยิงเหนี่ยวไก นกสับจะกระแทกจานท้ายกระสุน ดินปืนระเบิดส่งแรงดันก๊าซเพื่อขับดันกลุ่มกระสุนออกไป
ลำกล้องเคลื่อนที่ แรงเสียดทานระหว่างถ้วยรองกระสุนและผนังลำกล้อง รวมกับแรงดันก๊าซ จะผลักให้ลำกล้องปืนทั้งชิ้นเลื่อนสไลด์ไปข้างหน้า (ตรงข้ามกับปืนทั่วไปที่ลูกเลื่อนจะถอยหลัง)
การปลดล็อกโม่ เมื่อลำกล้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้าจนสุด ระยะห่างระหว่างท้ายลำกล้องกับหน้าโม่จะเปิดออก ทำให้โม่เป็นอิสระจากลำกล้อง
การคัดปลอกและหมุนโม่ ในจังหวะที่ลำกล้องถูกดันกลับมายังตำแหน่งเดิมด้วยสปริงรีคอยล์ขนาดใหญ่ที่พันรอบลำกล้อง กลไกจะทำการหมุนโม่ไปยังช่องบรรจุกระสุนนัดถัดไป พร้อมกับล็อกลำกล้องเข้ากับหน้าโม่ให้แนบสนิทอีกครั้งเพื่อเตรียมยิงนัดต่อไป
ระบบนี้มีข้อดีคือช่วยลดแรงรีคอยล์ที่ส่งมาถึงผู้ยิงได้ส่วนหนึ่งเนื่องจากมวลของลำกล้องที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าช่วยหักล้างแรงถอยหลัง และยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องแก๊สรั่วหน้าโม่ (Cylinder Gap) ได้ดีเยี่ยมเพราะลำกล้องจะถอยมาครอบปิดหน้าโม่ก่อนที่จะยิง
ข้อมูลจำเพาะของปืน Becker Revolving Shotgun มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ผู้ผลิต บริษัท Römerwerk เมือง Suhl ประเทศเยอรมนี
ผู้ออกแบบ Theodor Becker
ระบบปฏิบัติการ Blow-forward Revolver (ลำกล้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเพื่อหมุนโม่)
ขนาดกระสุน ส่วนใหญ่พบในขนาด 16 Gauge (ขนาดกระสุนลูกซองเบอร์ 16) ซึ่งเป็นที่นิยมในเยอรมนียุคนั้น รองรับปลอกกระสุนยาว 2.5 นิ้ว
ความจุโม่ บรรจุกระสุนได้ 5 นัด
ลำกล้อง มีเกลียวภายใน (Rifled) ในบางรุ่น หรือลำกล้องเรียบสำหรับกระสุนลูกปราย
น้ำหนัก ประมาณ 3 ถึง 4 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับความยาวลำกล้องและวัสดุไม้ที่ใช้ทำพานท้าย
ระบบความปลอดภัย มีคันห้ามไกติดตั้งอยู่ด้านหลังโครงปืนเพื่อป้องกันนกสับทำงานโดยไม่ตั้งใจ
จุดเด่นและข้อสังเกต
จุดเด่น ความสามารถในการยิงซ้ำได้รวดเร็วโดยไม่ต้องบริหารกลไกด้วยมือเหมือนปืนลูกซองปั๊มหรือคานเหวี่ยง และระบบการซีลแก๊สระหว่างลำกล้องและโม่ทำได้ดีมาก ทำให้สูญเสียแรงดันก๊าซน้อยกว่าปืนลูกโม่ทั่วไป
ข้อเสียและจุดอ่อน กลไกมีความซับซ้อนสูง การถอดประกอบเพื่อทำความสะอาดทำได้ยาก นอกจากนี้การที่ลำกล้องต้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงทำให้เกิดความเสี่ยงหากผู้ยิงเผลอวางมือประคองปืนไว้ที่ส่วนลำกล้องหรือใกล้ปากกระบอกปืน อาจเกิดการบาดเจ็บจากการหนีบหรือกระแทกของชิ้นส่วนได้อีกทั้งระบบ Blow-forward ต้องอาศัยแรงเสียดทานจากกระสุนที่เหมาะสม หากใช้กระสุนแรงดันต่ำเกินไป ปืนอาจจะขัดลำกล้องหรือไม่คัดปลอก
สถานะในปัจจุบัน
ในปัจจุบัน Becker Revolving Shotgun ถือเป็น "Unicorn" หรือของหายากระดับตำนานในวงการสะสมปืน มีจำนวนเหลือรอดอยู่น้อยมาก และมักปรากฏตัวเฉพาะในงานประมูลอาวุธชั้นนำ หรือในพิพิธภัณฑ์อาวุธปืนเท่านั้น
https://www.harperfield.co.uk/about/auction-insights/the-becker-semi-automatic-revolving-shotgun/